เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ถูกเรียบเรียงไว้ตามลำดับของมหาสติปัฏฐานสูตร สำหรับผู้รักการศึกษาและต้องการไต่ขึ้นไปเรื่อยๆจากต่ำไปหาสูง ก็อาจไล่อ่านไปตั้งแต่ต้นจนจบ จะได้เห็นภาพกว้างที่สุดว่าขั้นตอนต่างๆของหลักปฏิบัติมีความเชื่อมโยงและสืบเนื่องกันอย่างไร เมื่ออ่านหมดแล้วก็จะได้รู้และเข้าใจว่าขอบเขตของการปฏิบัติธรรมมีอยู่เพียงไหน และเราจะนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับขณะปัจจุบันได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้คงมีหลากหลาย บางท่านอาจไม่เคยปฏิบัติธรรม ไม่เคยมีความเข้าใจเกี่ยวกับด้านลึกของพุทธศาสนามาก่อน ในขณะที่บางท่านอาจปฏิบัติธรรมมานานแล้ว และมีความติดขัดข้องใจเพียงบางจุด หรืออยากเสริมเติมฝึกหัดสมถกรรมฐานหรือวิปัสสนากรรมฐานบางประเภท ก็ขอแนะนำให้อ่านหน้าสารบัญตามอัธยาศัยดู เพื่อสามารถเห็นได้ว่าจะเลือกเฉพาะจุดที่สนใจก่อนหลังอย่างไร


บทที่ 1: แก่นสารของพุทธศาสนา
พุทธพจน์
ความสำคัญของการรู้จักแก่นสารให้ขึ้นใจ
ลำดับแห่งการเข้าถึงแก่นสารของพระพุทธศาสนา
สติปัฏฐาน 4 และการรู้ 4 ระดับ
สติปัฏฐาน 4 และความเบิกบาน 4 แง่มุม
สรุป

บทที่ 2: ความมหัศจรรย์ของมหาสติปัฏฐานสูตร

พุทธพจน์
ความมหัศจรรย์ประการต่างๆของมหาสติปัฏฐานสูตร
ความเป็นหลักของธรรมสำคัญสูงสุด
ความเป็นหลักเริ่มต้นของทิฏฐิ
ความเป็นหลักสร้างสติชอบ
ความเป็นหลักที่ง่ายต่อการเข้าใจด้วยอุบายเปรียบเปรย
ความเป็นหลักการที่ครอบคลุมทุกแง่มุมการปฏิบัติ
ความเป็นหลักตรวจสอบว่ากำลังทำอะไรถึงขั้นไหน
ความเชื่อมโยงกับสูตรอื่น

สรุป

บทที่ 3: อุทเทสวารกถา
พุทธพจน์
ก่อนถึงตัวสติปัฏฐาน
การฝึกรู้ตามจริง
ความหยาบและละเอียดของจิตผู้รู้
ตัวอย่างแนวฝึกรู้เบื้องต้น
ตัวอย่างแนวฝึกที่ 1
ตัวอย่างแนวฝึกที่ 2

นิยามของสมถะและวิปัสสนา
สรุป

บทที่ 4: กายานุปัสสนา - อานาปานบรรพ
พุทธพจน์
มองอานาปานบรรพโดยความเป็นบันไดขั้นแรก
มองอานาปานบรรพโดยความเป็นประสบการณ์ภายใน
- มีสติหายใจออก-เข้า
- รู้ชัดว่าหายใจออก-เข้ายาว
- รู้ชัดว่าหายใจออก-เข้าสั้น
- สำเหนียกว่าเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออก-เข้า
- ระงับกายสังขารหายใจออก-เข้า
มองอานาปานบรรพโดยความเป็นอารมณ์สมาธิ
สรุป

บทที่ 5: กายานุปัสสนา - อิริยาปถบรรพ
พุทธพจน์
ความเชื่อมโยงระหว่างอานาปานบรรพกับอิริยาปถบรรพ
ความแตกต่างระหว่างอานาปานบรรพและอิริยาปถบรรพ
การเจริญสติในอิริยาบถแบบภิกษุในพุทธกาล
การเดินจงกรม
นิยามและจุดมุ่งหมายของการเดินจงกรม
ความได้เปรียบของผู้เริ่มจงกรมด้วยสติพรักพร้อม
การใช้จงกรมเป็นฐานแรกในการเหนี่ยวนำสติ
อัตราความเร็ว
องค์ประกอบปลีกย่อยในการรักษาความพร้อมรู้
การหมุนตัวกลับ
สรุปหลักการเดินจงกรม
การนอนอย่างมีสติ
การนำสติไปใช้ในอิริยาบถประจำวัน
ดูอิริยาบถโดยความเป็นวิปัสสนา
สรุป

บทที่ 6: กายานุปัสสนา - สัมปชัญญบรรพ
พุทธพจน์
นิยามของสัมปชัญญะ
ความเกี่ยวเนื่องกับอิริยาปถบรรพ
แนวการฝึกตามลำดับ
- ในการก้าว ในการถอย
- ในการแล ในการเหลียว
- ในการคู้เข้า ในการเหยียดออก
ขั้นของการฝึกรู้ตามจริง
- ในการทรงผ้าสังฆาฏิบาตรและจีวร
- ในการฉัน การดื่ม
- การเคี้ยว การลิ้ม
- ในการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ
- ในการเดิน การยืน การนั่ง การหลับ การตื่น
- ในการพูด ในการนิ่ง
ลักษณะของสัมปชัญญะที่เป็นธรรมชาติ
มีสัมปชัญญะโดยความเป็นวิปัสสนา
สรุป

บทที่ 7: กายานุปัสสนา - ปฏิกูลมนสิการบรรพ

พุทธพจน์
จุดประสงค์ของปฏิกูลมนสิการบรรพ
ความจำเป็นในการละกาม
ความจำเป็นต้องอาศัยการพิจารณากายเป็นของโสโครก
ลักษณะของจิตที่ละกามตามพุทธวิธี
ความเชื่อมโยงกับบรรพก่อนหน้า
การมนสิการระดับสามัญจิต
คิดเปรียบเทียบ
คิดจินตนาการ
คิดถึงปัจจุบันผัสสะ
การมนสิการระดับเจโตสมาธิ
ทัศนสมาบัติ
ปัจจัยที่เกื้อต่อการรู้แสงและเห็นรูป
พุทธวิธีรักษาการเห็นรูป
อากาสกสิณ
ข้อดีของอากาสกสิณ
วิธีฝึกอากาสกสิณเบื้องต้น
วิธีฝึกอากาสกสิณขั้นกลาง
วิธีฝึกอากาสกสิณขั้นสูง
วิธีใช้อากาสกสิณรู้กายภายใน
การรู้ปฏิกูลโดยความเป็นวิปัสสนา
สรุป

บทที่ 8: กายานุปัสสนา - ธาตุมนสิการบรรพ
พุทธพจน์

จุดประสงค์ของธาตุมนสิการบรรพ
ความเชื่อมโยงกับบรรพก่อนหน้า
ธาตุดิน
ธาตุน้ำ
ธาตุไฟ
ธาตุลม
อุบายรู้ธาตุภายในและภายนอกเสมอกัน
การพิจารณาปฐวีธาตุ
การพิจารณาอาโปธาตุ
การพิจารณาเตโชธาตุ
การพิจารณาวาโยธาตุ
การรู้กายโดยความเป็นองค์รวมแห่งธาตุ
การรู้กายใจโดยความเป็นธาตุ 6
สรุป

บทที่ 9: กายานุปัสสนา - นวสีวถิกาบรรพ

พุทธพจน์
จุดประสงค์ของนวสีวถิกาบรรพ
ความเชื่อมโยงกับบรรพก่อนหน้า
วิธียุตินิมิตศพ
ศพมีน้ำเลือดน้ำเหลืองไหล
ศพถูกกัดกิน
ศพเป็นกระดูกฉาบเลือดเนื้อ
ศพเป็นกระดูกฉาบเลือด
ศพเป็นกระดูกมีแต่เอ็นร้อยรัด
ศพเป็นกระดูกกระจัดกระจาย
ศพเป็นกระดูกขาว
ศพเป็นกระดูกผุพังเรียงราย
ศพเป็นกระดูกที่ผุพังลงเป็นผง
การฝึกโอทาตกสิณ

1) จัดเตรียมอุปกรณ์
2) กำหนดระยะสายตา
3) ลืมตามองวงกลมขาว
4) ปิดตานึกถึงวงกลมขาว
5) แผ่จิตออกตามทิศต่างๆ
6) กำหนดรู้กระดูก
สรุป

บทที่ 10: เวทนานุปัสสนา
พุทธพจน์
นิยามของอามิสและเวทนา
หลักปฏิบัติเบื้องต้น
ฝึกสังเกตเวทนาที่เด่นประจำตนเอง
สังเกตนิสัยทางการคิด
สำรวจรู้สิ่งดึงดูดใจในแต่ละวันของตนเอง
ตระหนักในความมีเมตตาของตนเอง

ฝึกสังเกตเวทนาตามพุทธปริยาย
เวทนา 2 และเวทนา 5
เวทนา 6 และเวทนา 18

เตรียมจิตให้พร้อมรู้เวทนาโดยความเป็นไตรลักษณ์
รู้เวทนาให้เหมือนตาเห็นรูป
รู้เวทนาโดยแยกจิตออกมาเป็นผู้ดู
สังเกตตัวแปรเบ็ดเตล็ดของเวทนา

หลักปฏิบัติเบื้องสูง
รู้เวทนาอาศัยอานาปานสติ
รู้เวทนาอาศัยสัมปชัญญะ
รู้เวทนาอาศัยการพิจารณาธาตุ 6
รู้เวทนาอาศัยอรูปฌาน
สรุป

บทที่ 11: จิตตานุปัสสนา
พุทธพจน์
ความเชื่อต่างๆเกี่ยวกับจิต

จิตในสามัญสำนึกของคนทั่วไป
มุมมองเกี่ยวกับจิตแบบอภิปรัชญา
มุมมองเกี่ยวกับจิตของนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน
มุมมองเกี่ยวกับจิตของนักพลังจิต
จุดร่วมของความเชื่อ
ความจริงเกี่ยวกับจิตที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้
ระดับทำความเห็นให้ถูกในเหตุและผล
ระดับทำความเห็นให้ถูกว่าจิตเป็นอนัตตา
ระดับปฏิบัติจนเห็นแจ้งตามจริงว่าจิตเป็นอนัตตา
อุปสรรคในการรู้สภาวจิต
การขาดทานบารมี
การมีศีลบกพร่อง
การขาดสมาธิ
การมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเวทนากับสภาวจิต
ความสับสนระหว่างอทุกขมสุขเวทนากับสภาวจิต
ความเชื่อเกี่ยวกับการเกิดดับเร็วของจิต
หลักการปฏิบัติเบื้องต้น
การกำหนดรู้ราคจิต
ลักษณะของราคะ
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้โทสจิต
ลักษณะของโทสะ
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้โมหจิต
ลักษณะของโมหะ
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้จิตหดหู่และจิตฟุ้งซ่าน
ลักษณะของความหดหู่และฟุ้งซ่าน
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้มหัคคตจิต
ลักษณะของสภาพอันเป็นมหัคคตะ
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้สภาวจิตที่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
ลักษณะของสภาวจิตที่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้สมาธิจิต
ลักษณะของสมาธิจิต
วิธีกำหนดรู้
การกำหนดรู้จิตหลุดพ้น
ลักษณะของจิตหลุดพ้น
วิธีกำหนดรู้
สรุป

บทที่ 12: ธัมมานุปัสสนา - นีวรณบรรพ
พุทธพจน์
เหตุที่นิวรณ์เป็นบันไดขั้นแรกของธัมมานุปัสสนา
ความเชื่อมโยงกับหมวดก่อนหน้า
แนวทางกำจัดนิวรณ์ของพระพุทธองค์

เหตุเกิดและทางละกามฉันทะ
เหตุเกิดและทางละพยาบาท
เหตุเกิดและทางละความง่วงเหงาซึมเซา
เหตุเกิดและทางละความฟุ้งซ่านรำคาญใจ

เหตุเกิดและทางละความลังเลสงสัย
สรุปแนวทางแก้นิวรณ์
อุบายกำจัดกามฉันทะ

ความหมายของกาม
ยอดสุดของกาม
การรู้ราคะโดยความเป็นอนิจจัง
กรรมฐาน 5
อุบายกำจัดความพยาบาท
ความแตกต่างระหว่าง โกรธ กับ พยาบาท
การรู้ความพยาบาทโดยความเป็นอนิจจัง
การแผ่เมตตา
การฝึกเจริญเมตตาโดยอาศัยจิตสามัญ
การเจริญเมตตาโดยอาศัยสมาธิจิต

อุบายกำจัดความง่วงเหงาซึมเซา

ความแตกต่างระหว่าง “หดหู่” กับ “ง่วงเหงาซึมเซา
พุทโธบายแก้ง่วงขณะบำเพ็ญภาวนา
อุบายกำจัดความฟุ้งซ่านรำคาญใจ
ลักษณะความฟุ้งซ่าน
ทำทานรักษาศีลแบบอุกฤษฏ์
อาศัยสัปปายะ
หยุดตั้งสติระหว่างทำงานหรือพูดคุย
ใช้ความคิดล้างความคิด
สังเกตอาการตกค้างของต้นเหตุความฟุ้ง
การล้างเสียงเพลงจากหัว
การล้างความคิดลบหลู่พระรัตนตรัย
ใช้ความรำคาญเป็นเครื่องภาวนา
อุบายกำจัดความลังเลสงสัย
1. ความสงสัยในพระรัตนตรัย
2. ความสงสัยในวิธีการปฏิบัติและผลการปฏิบัติ
สงสัยว่าทำมาถูกทางหรือเปล่า
สงสัยว่าเห็นไตรลักษณ์จริงหรือไม่
สงสัยว่าทำไมจิตตกอยู่เรื่อย

วิปัสสนูปกิเลส
1) โอภาส
2) ปีติ
3) ปัสสัทธิ
4) สุข
5) ญาณะ
6) อธิโมกข์
7) ปัคคาหะ
8) อุปัฏฐาน
9) อุเบกขา
10) นิกันติ

ความฉลาดในสมาธิ
1) ฉลาดในการตั้งจิตให้มั่นคงเป็นสมาธิ
2) ฉลาดในการกำหนดจิตเข้าสู่ความเป็นสมาธิ
3) ฉลาดในการถอนจิตออกจากความเป็นสมาธิ
4) ฉลาดในการยับยั้งอยู่ในสมาธิ
5) ฉลาดในความเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ
6) ฉลาดในอารมณ์สมาธิ
7) ฉลาดในโคจรในสมาธิ
8) ฉลาดในการน้อมจิตไปในสมาธิ
9) กระทำความเคารพในสมาธิ
10) กระทำความเพียรให้ต่อเนื่องในสมาธิ
11) กระทำความสบายในสมาธิ
ลูกเล่นกรรมฐาน
ปล่อยให้ฟุ้ง
ทำความรู้ในขอบเขตของกะโหลก
สวดมนต์
บริกรรมพุทโธ
ยิ้ม
ตัดตอนความฟุ้งด้วยเปลือกตา
สังเกตลมหายใจกับจิต
สร้างความสัมพันธ์ระหว่างจิตกับท้องฟ้า
สร้างความสัมพันธ์ระหว่างจิตกับแผ่นน้ำ
สร้างความสัมพันธ์ระหว่างจิตกับการเคาะมือ
ทำให้กายเหนื่อยแต่จิตตื่น
จดทุกความคิดลงในกระดาษ
ฝึกสติรู้ตัวในฝัน
แนวทางแก้ผลข้างเคียงจากการภาวนา
ความเครียด
ความเหนื่อยและอาการตาค้างนอนไม่หลับ
เหน็บชาและอาการเคลื่อนไหวไม่ได้
ความคัน

ตกภวังค์บ่อย
เกิดนิมิตสมาธิให้ส่งจิตออกนอก
อาการหมุน
อาการเหมือนลอย
เกิดกระแสพลังโคจร
กายเคลื่อนไหวเอง
จิตดิ้นเหมือนจะแยกออกจากกาย
สรุป