Stacks Image 4817
  • ที่มาของโครงการ ‘พระประธานทั่วหล้า’

    Open or Close
    ช่วงก่อนปีใหม่ไม่กี่วัน ผมนึกอยากทำบุญ
    แบบที่ช่วยให้เกิดความรู้สึกแปลกใหม่
    เลยคิดถวายพระประธาน ซึ่งแม้เคยบริจาคร่วมมาบ้าง
    แต่ก็ไม่เคยถวายทั้งองค์ด้วยตนเอง
    จึงมาถามในเพจ Dungtrin
    ในสเตตัส
    http://on.fb.me/1ZvYALq
     
    ผลปรากฏว่ามีคนมาช่วยตอบคำถามสองสามราย
    ที่เหลือนอกเหนือจากนั้น
    คือการแสดงความจำนงอยากถวายด้วยนับร้อยๆคน
    ซึ่งผมไม่อาจปฏิเสธกระแสสาธารณะได้
    จึงเปิดบัญชีเฉพาะ และตั้งสเตตัสเชิญชวนสมทบ
    http://on.fb.me/211dKXV
     
    สรุปคือ พวกเรามีส่วนริเริ่มเท่าๆกัน
    ผมแค่จะมาถามหาคำตอบ ไม่ได้คิดสร้างโครงการ
    โครงการนี้จึงถือเป็นตัวแทนความรู้สึกมวลรวมของชาวพุทธ
    ที่ยังอยากสืบสาน อยากถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพุทธบูชากัน
    อยากมอบความชื่นใจใหม่ๆให้เพื่อนชาวพุทธ
    แม้ไม่รู้จัก ไม่เคยเจอหน้าค่าตากันเลยก็ตาม

    และเพื่อไม่ให้หลายท่านต้องลำบาก
    ถามไถ่กันว่าชื่อโครงการเรียกอย่างไรแน่
    ผมขอตั้งชื่อว่า ‘พระประธานทั่วหล้า’ นับแต่นี้ไป
  • วิธีบริจาคสมทบ

    Open or Close
    บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ นายศรันย์ ไมตรีเวช
    ธนาคารไทยพาณิชย์
    สาขาเทสโก้ โลตัส สุขาภิบาล ๓
    เลขที่ 4066475603
     
    และเพื่อให้บัญชีนี้มีความโปร่งใส
    สามารถตรวจสอบได้โดยสาธารณชน
    ซึ่งจะแสดงไว้ที่
    http://bit.ly/1TmcKem
    ก็ขอได้โปรดแจ้งชื่อ นามสกุล พร้อมยอดเงิน
    กับทั้งรูปถ่ายใบโอนไปที่
    คุณเกสรา
    mochakesara@gmail.com
    เพื่อยืนยันความถูกต้อง
    เพราะหลายท่านคีย์ข้อมูลผิด
    เป็นความลำบากกับคุณเกสราซึ่งต้องทำงานประจำด้วย
    และต้องมาตรวจสอบ-บันทึกข้อมูล
    หลายร้อยรายการต่อวันไปด้วย
    ขอความเห็นใจมา ณ ที่นี้นะครับ
  • จะร่วมสมทบได้อีกนานเพียงใด?

    Open or Close
    วันสุดท้ายที่จะรับบริจาค คือ
    วันอาทิตย์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๙
    นับแต่นั้นจะปิดรับ
  • นโยบายของโครงการ

    Open or Close
    ๑) ถวายพระพุทธชินราชหน้าตัก ๕๙ นิ้ว
    สร้างจากทองเหลือง พ่นทองสุกสว่าง
    แด่สถานธรรมที่ขาดพระประธาน
    ไม่จำกัดว่าเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ
    ขอเพียงนำไปประดิษฐานให้พระและชาวบ้านกราบไหว้ได้จริง
    ไม่ใช่นำไปไว้ตามทางเดินให้คนเดินเฉยๆ
    ทุนสร้าง ๑๔๒,๐๐๐ บาท (พร้อมเครื่องตั้งและค่าจัดส่งทั่วไทย)

    thumbnail0010
     
    ๒) อันเนื่องจากวัดหลายแห่งขอบิณฑบาตพระ
    หรือสถานปฏิบัติธรรมขอนำไปประดิษฐานในเรือนเล็กบ้าง
    ไม่จำเป็นต้องเป็นองค์ใหญ่ ๕๙ นิ้ว
    ทางทีมงานจึงถวายพระแก้วมรกต
    สร้างจากเรซินเกรดอะคริลิคเนื้อใส
    ขนาดเท่าคนจริง หน้าตัก ๓๐ นิ้วไปให้แทน
    ทุนสร้าง ๓๕,๐๐๐ บาท ไม่รวมค่าจัดส่ง ๔-๘ พันบาทตามระยะทาง

    12779109_1043435799047993_3377325136589072111_o
     
    ๓) อันเนื่องจากมีผู้ต้องการถวายพระแก้วมรกตหน้าตัก ๕๙ นิ้ว
    สร้างจากเรซินเกรดอะคริลิคเนื้อใส
    แทนพระพุทธชินราชทองเหลือง
    ทางทีมงานจึงให้โอนเงินแบบเจาะจงร่วมสร้างได้
    เพียงบอกกล่าวทางเมลว่า เงินโอนนี้
    เจาะจงสร้างพระแก้วมรกตขนาด ๕๙ นิ้ว
    มีให้เลือก ๓ ปาง ได้แก่ ปางฤดูฝน ปางฤดูหนาว และปางฤดูร้อน
    ทุนสร้าง ๓๐๐,๐๐๐ บาท (พร้อมเครื่องตั้งและค่าจัดส่งทั่วไทย)

    thumbnail0020
    ปางฤดูฝน

    thumbnail0030
    ปางฤดูหนาว

    thumbnail0040
    ปางฤดูร้อน

    ๔) โครงการจะถวายพระไตรปิฎกหนึ่งตู้ให้กับวัดที่ขาดด้วย
    โดยจะสอบถามถึงความพร้อมรับของแต่ละวัด
    และจะแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่าย
    พร้อมกับรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั่วไปในแต่ละล็อต
     
    ๕) ตราบเท่าที่ยังมีผู้บริจาคสมทบเข้ามา
    ก็จะสะสมเพื่อถวายล็อตต่อไปเรื่อยๆ
    การจะโอนเพิ่มหรือไม่ แนะให้ดูที่ใจ
    และสำคัญอย่าลืมดูกระเป๋า
    เราเอาความสบายใจถวาย
    อย่าเอาความเดือดเนื้อร้อนใจมายกให้ใครเด็ดขาด
  • เป็นเจ้าภาพถวายทั้งองค์อย่างไร?

    Open or Close
    วิธีเป็นเจ้าภาพถวายทั้งองค์ คือ
    โอนเงินมาเท่าทุนจัดสร้างพระแต่ละปาง
    พระพุทธชินราชทองเหลือง ๑๔๒,๐๐๐ บาท
    พระแก้วมรกตองค์เล็ก ๓๕,๐๐๐ บาท
    พระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท

    เจ้าภาพสามารถเลือกวันถวายเอง
    และสลักข้อความตามต้องการที่ฐานพระประธาน
    สำหรับพระแก้วมรกตองค์เล็ก
    ทางโครงการจะพิจารณาใช้เงินกองกลางช่วยค่าจัดส่ง
    หากไม่แพงจนเกินไป (เช่นถวายวัดต่างประเทศไกลๆ)
  • ขอใบอนุโมทนาบัตรได้ไหม?

    Open or Close
    สำหรับเจ้าภาพที่ต้องการใบอนุโมทนาบัตร
    ให้ขอจากทางวัดได้เองครับ
    ถ้าเป็นสำนักสงฆ์คงขอไม่ได้
     
    ส่วนผู้บริจาคสมทบท่านอื่น
    ขอความเห็นใจว่าคงออกให้ไม่ไหว
    เพราะถึงวันนี้มีผู้บริจาคเรือนหมื่น
    และทางทีมงานก็ไม่ทราบจะขอให้วัดใดออกให้
    เพราะเรารวมเป็นกองกลาง
    เพื่อกระจายให้วัดทั้งหมดในโครงการ
    ไม่ได้ทำกับวัดใดวัดหนึ่งโดยเฉพาะ
  • ทำไมต้องถวายพระพุทธรูป?

    Open or Close
    การกราบกรานจนหน้าผากจรดพื้น
    คือการถล่มอัตตาลงจนราบคาบถึงศูนย์
    พุทธเราให้ฝึกลดอัตตาด้วยท่ากราบถวายศีรษะมาช้านาน
    แล้วก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการกราบบุคคลที่เห็นตรงกันว่าควรกราบ
    นั่นคือพระบรมศาสดา ผู้ชี้ทางนฤทุกข์
     
    แต่พระพุทธองค์ทรงดับขันธปรินิพพานแล้ว
    ไม่มีพระกรัชกายให้พวกเรารุ่นหลังกราบกรานกันแล้ว
    จะเหลือก็แต่เจดีย์หรือพระปฏิมาเป็นสัญลักษณ์แทน
    ซึ่งยิ่งประดิษฐ์ได้งามเท่าไร ยิ่งยังใจให้เจริญ
    สุกสว่างพอจะระลึกถึงพระองค์ท่านง่ายขึ้นเท่านั้น
     
    คนที่อยู่ในเมืองใหญ่อาจรู้สึกธรรมดาๆ
    เข้าวัดไหนก็เห็นพระประธานองค์โตสง่างามที่วัดนั้น
    แต่ชาวบ้านแดนไกลนี่ไม่ใช่เลยครับ
    บางคนเกิดมาทั้งชีวิต ถ้าคิดกราบพระประธานงามๆ
    ต้องเดินทางลำบากกันยาวๆ
    ยิ่งชายแดนเท่าไร ยิ่งเดินทางไกลขึ้นเท่านั้น
    ชุมชนบนดอยบางแห่งนี่ไม่ต้องพูดถึง
    อย่างมากก็มีพระองค์เล็กๆไว้กราบกันทั้งหมู่บ้าน
    แทบจะไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจกันเลย
    ท่ามกลางการรุกคืบเข้ายึดพื้นที่ของศาสนาอื่น
     
    ฉะนั้น พระพุทธรูปที่เราเห็นแล้วเฉยๆ ชินๆ
    ชาวบ้านแดนไกลเขาไม่เฉยนะครับ
    เขาปีติโสมนัสกันแบบน้ำตาไหลหรือร้องไห้กันเลยทีเดียว
    เหมือนปีติสุขที่รอมานาน บังเกิดขึ้นจริงกันเสียทีในวันนั้น
    และจะได้กราบทุกวันไปจนวันตาย
    แม้วันตายก็ได้เป็นเครื่องหมายติดตา พยุงจิต
    ให้เกิดความอุ่นใจว่าเรามีที่พึ่งในยามไม่มีอะไรให้พึ่งแล้ว
     
    ถามว่าอยากได้ขนาดนั้น ทำไมไม่ลงขันกันเองตั้งนานแล้ว?
    ตอบว่าเงินหลายๆแสนสำหรับชาวรากหญ้านี่
    จะรวมได้แต่ละทีไม่ใช่ง่ายๆเลย
    ขนาดซ่อมโบสถ์ ใช้เงิน ‘แค่ไม่เท่าไหร่’
    บางแห่งรอกันเป็นเดือนๆครับ
  • ทำไมต้องไปถวายแต่วัดไกลๆ?

    Open or Close
    พวกเราคงไม่อยากให้องค์พระไปตั้งตามทางเดิน
    ในวัดใหญ่ที่มีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว
    แต่อยากให้พระของเราไปประดิษฐาน
    เป็นประธานในโบสถ์
    เพื่อให้พระสงฆ์และชาวบ้านกราบไหว้กันจริงๆ
     
    ผมเองไม่เคยทราบว่า
    วัดที่ขาดพระประธานควรอยู่ที่ไหน
    และที่ได้วัดมาแต่ละแห่ง
    โดยหลักก็มาจากทางโรงหล่อ
    ซึ่งมีวัดที่ขาดขอบิณฑบาตมากันอยู่แล้ว
    และอีกทางคือขอมาทางเฟสโดยตรง
    อาจโดยคนรู้จักวัด หรือโดยพระสงฆ์ในวัดเอง
    และผลที่ออกมาเป็นไปตามธรรมชาติครับ
    เป็นวัดชายแดนบ้าง เป็นสำนักสงฆ์เพิ่งสร้างใหม่บ้าง
    อันนี้น่าจะเข้าใจไม่ยาก
    ถ้าเป็นวัดในเมืองใหญ่แล้ว
    ก็คงไม่ต้องรอศรัทธาถวายจากไหน
    แค่ตั้งวัดก็มีคนเนรมิตให้เสร็จพร้อมอยู่แล้ว
     
    ฉะนั้น ขอให้เข้าใจว่าเราตั้งสเปคไม่ได้นะครับว่า
    วัดที่ขาดพระประธานควรอยู่ใกล้ๆ
    ควรมีคณะสงฆ์ดีๆ ควรมีโบสถ์ใหญ่ๆ
    เราได้แต่ตั้งสเปคว่า เป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีตัวตนอยู่จริง
    มีพระสงฆ์ มีชาวบ้าน
    ปรารถนาจะได้กราบไหว้พระประธานกันจริงๆเท่านั้น
  • อานิสงส์การถวายพระประธาน

    Open or Close
    เอาความรู้สึกของผมเอง
    ช่วงที่ผ่านมานับแต่กองทัพพระประธานหล่อสำเร็จ
    ก็มีความสุขใจอย่างล้นเหลือ
    หัวแล่น กระตือรือร้น เข้าสมาธิง่าย
    ตัดสินใจถูก เลือกถูก คิดแต่เรื่องดี จำแต่เรื่องดี
    ตั้งใจทำอะไรก็เสร็จสำเร็จดีไปหมด
    และฟังจากหลายๆคนที่ร่วมโครงการด้วยใจปีติ
    ก็เหมือนจะเห็นนิมิตหมายดีๆหลายอย่างปรากฏเช่นกัน
    นี่แค่ผลระยะใกล้จากการ ‘สร้างสุขใหม่’ ให้คนอื่น
    ในวาระขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๙ เท่านั้น
     
    แค่เข้าถึงความสุขอันเกิดจากการให้เปล่าทั่วประเทศ
    ก็คุ้มชีวิตในปีนี้และปีต่อๆไปที่เหลือแล้วหรือไม่?
     
    ผมทราบว่าปีที่ผ่านมาสำหรับหลายต่อหลายคน
    เป็นปีแห่งความเบื่อหน่าย
    ปีแห่งความอัดอั้นตันใจ
    หรือกระทั่งเป็นปีแห่งความสิ้นศรัทธาในพระศาสนา
    หากทำอะไรแล้วหายเบื่อ โล่งใจหายอัดอั้น
    หรือกระทั่งฟื้นฟูความเลื่อมใสศรัทธาในพระธรรม
    ด้วยความเห็นชัดว่า ให้เอง สุขเอง
    เพียงเท่านี้ก็น่าจะคุ้มกว่าลงทุนในทางอื่น
    ที่ไม่มีอะไรประกันว่าจะอิ่มสุขระดับเดียวกันหรือไม่?
     
    การให้ในครั้งนี้ เป็นการให้กับคนที่ไม่รู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน
    ให้กับคนที่เรารู้ว่าเป็นเพื่อนร่วมศาสนาเดียวกัน
    แถมยังถวายแด่พระสงฆ์ไม่เลือกหน้า
    อันจัดเป็นสังฆทานแท้ คือไม่เจาะจงว่าให้ท่านใด
    แต่คิดว่าจะให้เป็นของกลางแก่พระศาสนา
    อันว่าสังฆทานนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่ามีอานิสงส์ไม่สิ้นสุด
    คือ แม้พระสัพพัญญุตญาณก็ไม่อาจหยั่งถึงที่สุดของอานิสงส์
    ฉะนั้น หากใครพยากรณ์ได้ว่า ถวายพระประธานครั้งนี้
    จะได้นั่นได้นี่ไปถึงไหน ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อ
    ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคิดเอาเอง หรือฟังใครมาอีกที
    ที่น่าจะเก่งกว่าพระพุทธเจ้าเสียอีก
     
    ในกินททสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า
    บุคคลให้อาหารชื่อว่าให้กำลัง 
    ให้ผ้าชื่อว่าให้วรรณะ
    ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้สุข (สะดวกสบาย)
    ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ
    ผู้ที่ให้ที่พักพาอาศัยชื่อว่าให้ทุกสิ่ง
    ผู้ที่พร่ำสอนธรรม (อันตรง) ชื่อว่าให้อมฤตธรรม
     
    ในที่นี้ พวกเราถวายพระประธาน
    อันเป็นที่รู้กันว่าจะยังความปลาบปลื้มโสมนัส
    ให้บังเกิดแก่สาธุชนผู้กราบไหว้ไม่จำกัดจำนวน
    ก็ย่อมนับว่าเราเป็นผู้ให้ความปลาบปลื้ม
    ผลย่อมเป็นความปลาบปลื้มทวีคูณ นับอนันต์
    ตามจำนวนที่นับไม่ได้ของผู้มีสิทธิ์
    กราบไหว้พระประธานกันทั่วประเทศด้วย
  • ควรอธิษฐานอย่างไรหรือไม่?

    Open or Close
    หลายคนสับสนอยู่ เพราะอาจารย์บางท่านสอนว่า ทำบุญไม่ควรหวังผล
    แต่บางท่านก็บอกว่า ควรอธิษฐานเพื่อกำหนดทิศทางข้างหน้าไว้
    เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับทั้งสองแนวคำสอน
    ผมอยากบอกอย่างนี้ครับ
    ถ้าทำบุญใหญ่ด้วยจิตถูก
    ต่อไปคุณจะใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง
    เหมือนมีหางเสือดีๆมาคุมทิศทางไปเอง
    แต่หากทำบุญใหญ่ด้วยจิตผิด
    คุณมีสิทธิ์ใช้ชีวิตผิดพลาดได้ยืดเยื้อยาวนาน

    ถ้าอยากพิสูจน์ผลทันตาเห็นที่จับต้องกันง่ายๆ
    หากระหองระแหงอยู่กับบุคคลอันเป็นที่รัก
    ให้ลองเดินทางไปถวายพระประธานร่วมกันดู
    ตกลงกันไว้ให้ดี ก่อนเดินทางจะไม่ทะเลาะกัน
    ระหว่างเดินทางจะไม่ทะเลาะกัน
    ระหว่างร่วมพิธีถวายจะไม่คิดร้ายต่อกัน
    ระหว่างเดินทางกลับจะคุยกันดีๆถึงสิ่งที่ผ่านมา
    ความรู้สึกแสนดีที่เกิดขึ้นในกระแสมหากุศลจิตร่วมกัน
    จะเป็นหลักฐาน พยานยืนยันได้ดีว่า
    บุญครั้งนี้ ใหญ่หลวงเพียงใด

    และนั่นก็หมายความว่า ถ้าตั้งจิตไว้ถูกขณะร่วมบุญใหญ่กัน
    การใช้ชีวิตร่วมกันในเวลาต่อมา
    ย่อมมีทิศทางที่ถูกต้อง ดีงาม
    คิดเป็นวิทยาศาสตร์ก็ได้
    บุญเป็นตัวจูนจิต จูนสมอง ให้เกิดการทำงานของสมอง
    ในแบบที่จะหลั่งสารดีๆ รู้สึกอยากจดจำกันและกันดีๆ
    ฉะนั้น เมื่อเจอกันอีก ก็เหมือนกระตุ้นให้สมองทำงานดีๆ
    มองกันดีๆ รู้สึกต่อกันในทางบวก
    พอจะตัดสินใจทำอะไรด้วยกัน
    ก็มีแนวโน้มจะดีงาม สำเร็จลุล่วงง่าย

    แต่หากขณะทำบุญใหญ่ มีใจเป็นอกุศล
    ทะเลาะกัน หงุดหงิดใส่กัน หรือกระทั่งคิดไม่ดีต่อกัน
    ผลย่อมเป็นตรงกันข้าม ในทางที่เป็นอัปมงคลอย่างใหญ่

    การทำบุญใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
    ถ้าจะอธิษฐาน ให้เลือกอธิษฐานอย่างฉลาด
    เพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางมุมมองชีวิตทั้งหมดได้
    หรือเป็นตัวจัดรูปความคิดเราใหม่ได้
    ในทางพุทธจึงมักให้อธิษฐานขั้นสูงสุด
    นั่นคือ ‘ขอให้สละอุปาทาน ยึดติดในกายใจนี้โดยง่าย’
    ไม่ต่างจากที่สละทรัพย์เพื่อถวายของใหญ่ให้พระศาสนา
    เมื่ออธิษฐานอย่างเข้าใจ จะรู้สึกฉลาดทางอารมณ์
    เลิกยึดติดถือสาง่าย หายโลภหายโกรธผิดๆได้ง่าย
    นั่นแหละ! สิ่งที่ยืนยันว่าบุญนี้เป็นบุญใหญ่มหาศาล
    ในแบบของพุทธแท้กันจริงๆ!
  • รู้สึกว่าทำน้อย ได้บุญน้อย

    Open or Close
    ๖๐ บาทหรือ ๕ บาท ก็มีค่ามากกว่าอิฐทองคำก้อนหนึ่งครับ
    เวลาเรานำมาทำให้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    เอาไว้สำหรับกราบไหว้บูชาแก่สาธารณะ
     
    ต่อไปเวลาคิดถึงเงินที่ร่วมบุญ
    อย่าคิดเป็นตัวเลข อย่าคิดเป็นค่าเงินบาท
    ให้คิดถึงอิฐทองคำก้อนเล็กๆ ๕ ก้อนบ้าง ๖๐ ก้อนบ้าง
    ที่เรานำมาเรียงรวมกับอิฐทองคำก้อนอื่น
    แล้วคุณจะรู้สึกแสนดีมากมาย

    เวลามองพระประธานนับร้อยองค์
    เราไม่รู้หรอกว่าเงินของเราอยู่ตรงไหนของเหล่าองค์ท่าน
    แต่เรารู้ว่าถ้าไม่มีเงินหลักสิบหลักร้อยของเรากับคนอื่นๆ
    ก็จะไม่มีกองทัพพระประธาน
    สร้างความชื่นบานให้คนเรือนแสนได้ขนาดนั้นแน่!
  • เจอพระใจดำ ให้ทำใจอย่างไร?

    Open or Close
    วัดที่เราถวายมีจำนวนมาก
    คงเลือกไม่ได้ว่าจะเจอแจ็คพอตเข้าให้บ้างหรือเปล่า
    ประเภทเรี่ยไร ขออะไรหรูๆเพิ่มให้จิตตกกัน
    หรือถึงขั้นขู่ว่าอาจไม่ประดิษฐานให้เป็นพระประธาน
    หากไม่ทำโน่นทำนี่ให้เสียก่อน
     
    ผมเน้นหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่อาจไม่เข้าใจชัด
    จนกว่าจะเจอสถานการณ์ชวนจิตตก
    ครั้งนี้คุณไม่ได้ถวายพระองค์เดียวให้วัดเดียว
    ไม่ได้ให้ใครคนหนึ่งดีใจ
    และอายุพระปฏิมาก็นานเกินชีวิตคุณ
    อย่าใจเสียเพียงเพราะคนไม่ดี
    ไม่เข้าใจธรรมวินัย เพียงคนหนึ่งหรือสองสามคน
     
    ขอให้ระลึกว่า ตัวเจตนาตั้งต้น
    เริ่มจากการรับรู้ว่าถวายวัดที่ขาดพระประธานทั่วไป
    ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถวายวัดชื่ออะไร อยู่จังหวัดไหน
    ผู้รับจะเป็นพระดีหรือพระไม่ดีก็ช่างท่านเถิด
    ขอให้ถือว่าเป็นตัวแทนรับไปให้ชาวพุทธ
    มือที่รับแม้เปื้อนดินเปื้อนมลทินบ้าง
    ก็ไม่ได้ทำให้ทองคำในมือด้อยค่าลงได้เลย
    ผู้ได้ประโยชน์จากทองคำ คือมหาชน
    ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง
     
    พวกเราหลุดจากหลุมดำคือความตระหนี่
    โอนเงินเพื่อสมทบโครงการถวายกันได้แล้ว
    ถ้าจะต้องไปผ่านอีกสักด่าน
    ที่ทุบใจให้ตกต่ำลง จะเป็นไร
    เมื่อตั้งสติได้ ก็อาจระลึกได้ว่า
    เราก็เคยทำให้คนอื่นรู้สึกห่อเหี่ยว
    เราก็เคยบั่นทอนกำลังใจคนอื่นมา
    ถึงเวลาใช้เวรใช้กรรมเสียด้วยน้ำจิตสะอาดใสในครั้งนี้แหละ
    คุณอาจเจริญสติ เห็นความต่างระหว่างจิตดำกับจิตขาว
    ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
    กระทั่งรู้สึกเหมือนเข้าเขตหลุมขาวเต็มตัว
    เหมือนไม่มีหลุมดำใดในภายหน้า
    ดูดจิตดูดใจให้ตกต่ำลงถึงที่สุดได้อีก
    และจะกลับสงสารคนที่เขาบั่นทอนกำลังใจ
    อย่างไรเขาก็ต้องโดนแบบเรา ไม่น่าเลย
     
    หลายคนที่เดินทางไปถวายกับโครงการนี้
    เห็นชัดครับว่า พระดียังมีอยู่อีกมาก
    อย่าเพิ่งเสียกำลังใจ
    ให้คิดว่าคุณอยู่กับโครงการนี้
    ก็เท่ากับได้ถวายพวกท่านด้วยเช่นกัน!