วิธีดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบด้าน

290216

ยิ่งคลื่นความฟุ้งซ่านในหัวมีความถี่สูงขึ้นเท่าไร
คุณยิ่งดื่มด่ำกับความแช่มช้าของคลื่นทะเลได้สั้นลงเท่านั้น

เราไม่สามารถสร้างทิวทัศน์ให้ยิ่งใหญ่
อลังการตื่นตาตื่นใจได้เท่าที่ธรรมชาติให้มา
จะเป็นทะเล ภูเขา หรือแม่น้ำก็ตาม
ถ้าคุณไม่สามารถชื่นชมกับสิ่งเหล่านั้น
ก็จะไม่สามารถสร้างของเทียมอันใดมาให้ชื่นชมได้อีกแล้ว

จริงๆแล้วแก้วตาและจิตใจแบบมนุษย์
ถูกธรรมชาติออกแบบมา
ให้เสพทิวทัศน์อลังการได้อย่างดื่มด่ำ
ขอเพียงทอดตามองนานพอ
ก็เกิดสมาธิ หรืออย่างน้อยผ่อนคลาย
ลืมความเครียดและเรื่องยุ่งยากในชีวิตลงได้

แต่หากสมองถูกเทรนให้ชินกับคลื่นไร้ระเบียบ
คือมีความถี่สูง และขึ้นๆลงๆตามอารมณ์อยากนั่นอยากนี่
คุณจะรู้สึกเหมือนทนอยู่กับภาพเสียงนิ่งๆ ช้าๆ
หรือความเคลื่อนไหวน้อยไม่ได้
ต้องเข้าหาอะไรที่เร้าใจกว่า
หรือที่กระตุ้นการทำงานของสมองได้มากกว่า
หรืออย่างน้อยจับความสนใจให้โฟกัสได้นานกว่า

ด้วยเหตุนั้น คุณจึงพบว่าทุกสถานที่ท่องเที่ยว
ไม่ว่าจะมีฉากอลังการงานสร้างทางธรรมชาติเพียงใด
เดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยคนก้มหน้ามองมือถือ
ทั้งที่อุตส่าห์เสียเงิน เสียเวลาเดินทางไปถึงตรงนั้นแล้ว
แทนที่จะชื่นชมธรรมชาติให้คุ้ม
กลับจ้องเอาๆอยู่กับสิ่งปรุงแต่งในมือกันไปหมด

นั่นจะแปลว่าเดี๋ยวนี้อยู่บ้าน
ก็มีสิ่งที่น่าสนใจกว่าทิวทัศน์ธรรมชาติทั้งโลก
กันอยู่แล้วหรือเปล่า?

ถ้าอยากกลับคืนสู่ธรรมชาติบ้าง
คำแนะนำที่ดีคือ คุณต้องฝึกใจ
ให้อยู่กับธรรมชาติภายนอกและภายในควบคู่กัน
สมัยนี้ธรรมชาติภายนอกอย่างเดียวเอาไม่อยู่แน่แล้ว

จะรับรู้ทัศนียภาพของทะเล ภูเขา หรือแม่น้ำก็ตาม
ให้รับรู้นิมิตของสายลมหายใจแห่งการผ่อนพักไปด้วย
ฝึกที่จะรู้สึกถึงความยาว ความสั้น ของลมที่ผ่านเข้าออก
ควบคู่ไปกับการรู้สึกถึงอารมณ์สุข
คลื่นสมองที่ลดระดับความถี่ลง
จนเห็นเหมือนโลกหมุนช้าลง
หรือแม้เมื่อคลื่นสมองตีกลับ โยนตัวแรงขึ้นมาใหม่
เรียกร้องให้หาสิ่งเร้าอื่น
ก็ขอให้สังเกตความเปลี่ยนไปของลมหายใจในบัดนั้นว่า
มีความสั้นลง หรือให้ความรู้สึกหยาบลงอย่างไร
ในนาทีหรือสองนาที คุณจะรู้สึกเหมือนจิตถูกจูน
ให้เข้ากับธรรมชาติงดงามและเชื่องช้าภายนอกได้
และความอยากอ่าน อยากสื่อสาร อยากเล่นเกมในมือถือ
จะลดลงแบบฮวบฮาบ
ราวกับจิตวิญญาณของคุณไม่ต้องข้องเกี่ยวอะไร
กับยาเสพติดชนิดแรงในยุคไอทีพรรค์นี้ก็ได้!