ถูกปฏิเสธคือถูกกดดันให้ยอมรับตัวเอง

marked-120216

ไม่มีใครรู้อนาคตตัวเอง
แล้วเวลาคนจะจำ
ก็มักจดจำเป็นอดีตที่ขมขื่นของตน

ความรู้สึกอันเป็นปัจจุบันของคนคนหนึ่ง
จึงขึ้นอยู่กับความขมขื่นที่ผ่านมาว่า
มันผ่านไปแล้วหรือยัง
หรือคลี่คลายกลายเป็นชื่นบานแล้วแค่ไหน

หนึ่งในเรื่องที่ทุกคนจำได้
เมื่อถูกขุดคุ้ยให้เล่าถึงวันแห่งความเจ็บปวด
ต้องมีเรื่องโดนคนอื่นปฏิเสธรวมอยู่ด้วยแน่ๆ

คนโดนปฏิเสธมีอยู่สองพวก
พวกแรก ก้มหน้าก้มตารับอยู่กับที่ว่า
ชีวิตตนคือชีวิตที่ถูกปฏิเสธ
พวกสอง ตั้งหน้าตั้งตาก้าวต่อด้วยความเชื่อว่า
ชีวิตตัวเอง ตัวเองสร้างค่าให้มันได้
ไม่ใช่ต้องรอใครมาให้ค่า

การสร้างค่าให้ตัวเอง
พอที่จะยอมรับตัวเองได้จริง
เริ่มจากการตั้งใจเลิกแกล้งส่งสายตาดูถูกคนอื่น
ตั้งใจเลิกซ้ำเติม ตั้งใจเลิกก้าวข้ามคนล้ม
ตั้งใจให้กำลังใจใครต่อใครเพื่อก้าวต่อ

แค่ตั้งใจเพียงเท่านั้น
ก็จะเกิดกำลังใจให้ตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
แม้ยังไม่มีโอกาสทำตามความตั้งใจเลยด้วยซ้ำ
และความตั้งใจที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้นี้
ก็จะกลายเป็นเข็มทิศบอกทางด้วยว่า
สร้างค่าให้ตัวเอง คือให้ค่ากับคนอื่น
และจะยอมรับตัวเองได้
คือทำอะไรดีๆที่คนอื่นยอมรับด้วย

เริ่มจากใจ อันเป็นก้าวที่เล็กที่สุดเพียงเท่านี้
เดี๋ยวชีวิตจะเปิดทางให้รู้เองว่า
คุณมีดีอะไร และอะไรที่ดีนั้น
ช่วยให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้นได้แค่ไหน

ทุกคนยอมรับชีวิตที่ดีขึ้นของตัวเองได้เสมอ

ยิ่งพวกเขายอมรับ
หรือยินดีกับชีวิตที่ดีขึ้นของตนเพียงใด
ก็จะยิ่งยอมรับ
และยินดีที่มีชีวิตคุณอยู่ในโลกเพียงนั้น

วันโดนปฏิเสธ
คือวันแย่ที่สุดหรือดีที่สุด
ขึ้นอยู่กับวันต่อมาว่า
คุณสร้างค่าให้ตัวเองแค่ไหน!