ทำดีทำไมไม่ได้ดี? ทำชั่วทำไมไม่ได้ชั่ว?

10599648_755824371141390_4270092607472254497_n-1

จะให้เชื่อเรื่องกรรมวิบากได้อย่างไร
ในเมื่อคนทำชั่วยังได้ดีอยู่เห็นๆ?

กรรมบางอย่าง เห็นผลในชาติที่ทำ
กรรมบางอย่าง เห็นผลในชาติถัดไป
กรรมบางอย่าง เห็นผลในชาติถัดๆจากนั้น

เพื่อให้เข้าใจ ต้องมองง่ายๆก่อนว่า
กรรมวิบากไม่ได้ทำงานชาติเดียว
ไม่ใช่เตะใครต้องโดนเตะกลับเดี๋ยวนั้น
แต่ทำงานเป็นระบบส่งถ่ายข้ามชาติ
สะสมบุญบาปไว้อย่างไร
ให้ผลชัดที่สุดตอนเกิดใหม่
แสดงครบทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะ สิ่งแวดล้อม

การเวียนว่ายตายเกิด
อาจเปรียบเหมือนการเดินทางข้ามห้วงน้ำใหญ่
แต่ละชาติเหมือนโรงต่อเรือ
ใครสะสมบุญได้มาก
ก็เหมือนสร้างเรือลำใหญ่ไว้รอท่า
ใครสะสมบุญไว้น้อย
ก็เหมือนสร้างเรือขนาดเล็กไว้คอยรับ

คนบางคนเคยบำเพ็ญบุญใหญ่อยู่ทั้งขีวิต
จึงเหมือนสร้างเรือเดินสมุทรขนาดมหึมา
เมื่อได้ลงเรือในชาติต่อไป
แม้หลงผิด คิดเอาค้อนปอนด์แห่งบาปทุบอยู่ร้อยปี
ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะจมลงได้ในวันไหน
ต้องใช้ลูกเหล็กแห่งบาปขนาดยักษ์
หรือฝังระเบิดซีโฟร์เซ็ตใหญ่ให้ตรงจุด ตรงเวลา
จึงอาจล่มเรือทั้งลำลงได้

แต่หากบำเพ็ญบุญมาน้อย
มีบุญเพียงแค่ให้ได้เกิดเป็นมนุษย์
แต่ไม่พอจะเป็นยานคุ้มภัย
เหมือนได้เพียงเรือไม้เล็กๆไว้พอพยุงตน
หากหลงผิด คิดเอาค้อนปอนด์ทุบแรงๆโป้งเดียว
ก็มีสิทธิ์ล่มจม ดำดิ่งลงน้ำลึกได้ทันตาเห็น

ผลแห่งกรรม ไม่ใช่เรื่องตื้น แต่เป็นของลึก
คนเราเห็นผลแห่งกรรมด้วยตาเปล่าได้แค่คร่าวๆ
จากรูปร่างหน้าตา ฐานะ ยศศักดิ์ อำนาจ บริวาร
แต่ผลแห่งกรรมปิดซ่อนไว้ ไม่ให้ตาเปล่าของใครๆเห็นว่า
ชะตาถูกกำหนดไว้อย่างไร
จะพลิกจากร้ายเป็นดี หรือดีเป็นร้ายเมื่อไหร่
น้ำหนักการให้ผลขนาดไหน มีอะไรมาทัดทานได้บ้าง
ท่านจึงว่า ผลแห่งกรรมเป็นเรื่องไม่ควรคิด
คือเป็นอจินไตย มีแต่วิสัยของผู้ทรงอภิญญา
จึงชั่งน้ำหนักคำนวณได้ว่า ด้วยกรรมใด
จึงนำมาเกิดเป็นเช่นนี้ ไม่ไปเกิดเป็นเช่นนั้น
และด้วยน้ำหนักบุญประมาณใด
ต้องทำบาปหนักขนาดไหน จึงล้มล้างกันได้

ประเด็นสำคัญคือ พุทธศาสนาอุบัติขึ้น
เพื่อยืนยันว่ากรรมมี คือ เจตนาอย่างไร กรรมก็อย่างนั้น
ผลแห่งกรรมมี คือ สะสมบุญบาปไว้อย่างไร
เมื่อถึงเวลาเผล็ดผล ก็ต้องเสวยผลอย่างนั้น
จะช้าหรือเร็ว สุดแท้แต่ธรรมชาติของระยะเผล็ดผล
ไม่มีใครบังคับสั่งตามใจอยากได้
ทั้งในแง่ให้ผลดีกับตน หรือในแง่ให้ผลร้ายกับใคร!