ครองล้านชาติก็ไม่ใช่ ถ้าไปมีเจ้าของแล้ว

11947479_938114796245679_5058509526585100657_n

#โพสต์บทความของคุณดังตฤณโดยแอดมินเบลล์ค่ะ

มีอยู่จริงๆ ที่เป็นคู่บุญ
ติดตามกันมาหลายภพหลายชาติ
แต่ดันไปเป็นของคนอื่นเสียก่อน
แล้วก็ต้องเกิดความทรมานใจกัน
แต่ขอให้จำไว้เถิด
ต่อให้ครองคู่กันมาเป็นล้านชาติ
ก็หาได้ทำให้ชาตินี้ใช่เหมือนชาติอื่นๆไม่
ในเมื่อพลัดไปมีเจ้าของเสียก่อนแล้ว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ให้เร่งรู้ตัวไว้เสียว่าบาปบางอย่างที่ทำไว้ร่วมกัน
สกัดกั้นไว้ไม่ให้ร่วมเรียงเคียงกันอีกในชาตินี้
เพื่อล่อลวงให้พวกคุณประพฤติผิดประเวณีกัน
หรืออ้อนวอนให้อีกฝ่ายทรยศคู่ครอง
ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มน้ำหนักบาป
ให้ความสัมพันธ์ข้ามภพข้ามชาติเข้าไปใหญ่

คนเราเข้าคู่กันก็ด้วยกำลังบุญ
แล้วก็แยกคู่กันด้วยกำลังบาป
คุณจะครองคู่กันเป็นสุข
ด้วยหนทางแห่งบาปเวรได้อย่างไร

เว้นแต่พวกเขาจะเลิกกันเอง
โดยคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
แม้ส่งสัญญาณยักคิ้วหลิ่วตาใดๆ
อันนั้นค่อยเป็นอีกเรื่อง
นอกเหนือจากนั้นแล้วนะครับ
ใส่เกียร์ถอยลูกเดียว
ห้ามล่วงล้ำไปข้างหน้าอีกแม้แต่หนึ่งคืบ!

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

หากปวดแสบปวดร้อน
ทรมานใจเพราะต้องเจอหน้ากัน
ก็ให้พิจารณาว่า
ใบหน้าคนเราเป็นศูนย์กลางความดึงดูด
จ้องมองใกล้ๆ หรือแอบมองห่างๆ
รังแต่จะทรมานเปล่า
ให้เปลี่ยนเป็นจดจ้องเท้าเขาหรือเธอให้มากๆ
ภาพที่กระทบตาจะได้กระแทกใจบ่อยๆว่า
คุณกำลังใฝ่ต่ำ หาเรื่องใส่ตัว
และอาจโดนอวัยวะเบื้องล่างของใครกระทืบเอา

นานไปพอไม่เห็นหน้า เห็นแต่เท้าอยู่เรื่อย
ใจคุณก็เลิกยึดมั่นถือมั่น
คลายมนต์สะกดแห่งบาปเวรที่ผูกมัด
กลายเป็นอิสระโล่งอกไปได้เองครับ

สรุปคือคนมีเจ้าของไม่ใช่คนที่ใช่แน่ๆ
ถ้าคุณฝืนจะยื้อมา
ก็เท่ากับเอาคนที่ไม่ใช่มาบดบังคนที่ใช่
ซึ่งอาจกำลังเดินตามหลังมาแค่ไม่กี่ก้าวก็ได้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ถ้าตัวเลือกของคุณมากนัก
การเจอคนมีเจ้าของแล้วนับว่าดีเหมือนกัน
คือสบายใจได้เลยว่าไม่มีสิทธิ์แน่
คัดออกไปไม่ต้องเอามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกได้เลยแน่ๆ!

อย่าตั้งความหวังรอ
อย่าให้ความหวังเขา
และอย่าทำตัวเป็นตัวแปร

คุณกำลังหาคนที่ใช่
ฉะนั้นอย่าหลงหวังรอแบบผิดๆ
ตอกย้ำทำความเข้าใจกับตนเองว่า
คนที่ใช่จะมาเจอกันในเวลาที่คุณไม่มีสิทธิ์ได้อย่างไร?

คบไปรังแต่จะมุ่งหน้าสู่ดงงิ้วกันเปล่าๆ!

วิธีทำให้คู่เวรตามไม่ทัน

11904706_934237683300057_8649844366444757715_n

#โพสต์บทความของคุณดังตฤณโดยแอดมินเบลล์

คู่บุญ อาจหมายถึง
คู่ที่ร่วมทำบุญกันมามากกว่าร่วมทำบาป
ส่วนคู่บาป ก็อาจหมายถึง
คู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ

ถ้ามีแต่เรื่องดีๆเข้ามา
ก็น่าจะเคยทำบุญร่วมกันไว้ก่อน
แต่ถ้ามีแต่เรื่องร้ายๆ
ก็ให้สันนิษฐานว่าไปทำอะไรไม่ดีร่วมกันไว้

ถ้าเราเชื่อตามหลักพุทธศาสนาที่ว่า
ตัวเราเองลิขิตตัวเองด้วยกรรม
ใครทำกรรมอันใดไว้
ย่อมเป็นทายาทของกรรมนั้นๆ
เช่นว่าถ้าเราดวงไม่ดี เจอแต่คนรักเลวๆ
ก็แปลว่ากรรมเก่าเราทำให้คนอื่นมีชะตากรรมไม่ดี
และเราก็อาจจะเคยเลวกับคนรักในปางก่อน

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ถ้าเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นด้วยกรรมดำ
เราก็ต้องสร้างเรื่องดีมาสู้
ได้ด้วยกรรมขาวอันเป็นขั้วตรงข้ามเช่นกัน

กัดฟันทำแต่กรรมขาว
จนกระทั่งความดีงามตั้งมั่นในคุณ
หากเรื่องของกรรมวิบากมีจริง
ชะตากรรมของคุณก็ต้องดีขึ้นภายในชาตินี้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

วิธีหนึ่งที่จะทำให้คู่เวรของเราเขาตามไม่ทัน
คือรู้ว่าเขาทำเลวแบบใด
เราจ้องไว้เลยว่าชั่วชีวิตจะทำดีชนิดนั้นๆสุดโต่ง
เช่นเขาชอบพูดหยาบ
เราต้องมุ่งมั่นทำตัวเป็นคนพูดไพเราะสุดขีดให้ได้

แล้วอธิษฐานไปเรื่อยๆ อิงหลักสัจจะที่ว่า
:
คนแบบเดียวกัน
ย่อมโคจรมาพบ หรือมาใกล้ หรือมาเฉียดกัน

:
คนต่างกัน
ย่อมไม่มีเส้นทางให้โคจรมาพบ
หรือมาใกล้ หรือมาแตะต้องกัน

เขาเป็นอย่างนั้น เราจะเป็นอีกอย่าง
ก็ขอให้แคล้วคลาดกันไปเสมอ
แม้จำเป็นต้องมาพบเจอ
ก็อย่าได้ทำความมัวหมองให้เราได้
หรืออย่าทำให้เราถึงขั้นเป็นทุกข์ได้

การอธิษฐานจะส่งผลจริง
หนักแน่นตามการประพฤติจริงของเราด้วย
อ้างสัจจะไว้นั่นแหละได้ผลที่สุด

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

การหักห้ามใจได้ บวกกับการตั้งใจเป็นผู้ไม่มีเวร
ให้อภัยได้ด้วยใจบริสุทธิ์แท้จริงในทุกเรื่องที่น่าขัดเคือง
จะค่อยๆแยกคุณออกห่างจากเขามาโดยดีในที่สุด

Inside Out

11898907_933132160077276_6755294943802751515_n

ในสายตาของผม
Inside Out
เป็นแอนิเมชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เพราะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุด
ในการเหนี่ยวนำคนดู
ให้เข้ามารู้สึกถึงอารมณ์
ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของตนเอง
ทำเรื่องนามธรรมให้ดูจับต้องได้
และเข้าใจจุดสำคัญที่สุดได้ว่า
มนุษย์เรามีแก่นความทรงจำชนิดใดบ้าง
ที่เป็นเครื่องเกาะเกี่ยว
และบันดาลให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ

ความเข้าใจข้างในตัวเองนี่แหละครับ
ประโยชน์สูงสุดที่ควรเกิดขึ้นกับทุกคน

โปสเตอร์และตัวหนัง
อาจชวนให้รู้สึกว่าเป็นการ์ตูนเด็ก
ซึ่งความจริงก็คือเด็กอาจดูไม่รู้เรื่อง
ถ้าจะชอบก็ชอบสีสันและความสนุกจากแอนิเมชั่น
แต่ถ้าจะดูรู้เรื่องและได้อะไรมากหน่อย
น่าจะต้องอยู่ในช่วงวัยรุ่น สักสิบกว่าขวบขึ้นไป

แก่นสำคัญของเรื่อง
คือการชี้เข้ามาข้างใน
ให้เกิดความเข้าใจว่า
มนุษย์ทุกคนมีพ่อแม่หรือคนที่เลี้ยงดูมา
เป็นความทรงจำหลัก
หรือเป็นรากความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนนี้
ตัวตนของเรา พฤติกรรมของเรา
ขึ้นอยู่กับครอบครัว
อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางความรู้สึก

แต่พฤติกรรมของคนคนหนึ่ง
ในมุมมองของนักจิตวิทยา
สลับซับซ้อน ราวกับมีหลายคนในตัว
นั่นก็เพราะคนเรามีทั้งความสุข ความเศร้า
ความโกรธ ความเกลียด และความกลัว
แต่ละอารมณ์ผลิตความคิดและวิธีมองต่างกัน
ดุจเป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็มี

จุดสรุปอันเป็นที่สุด
คือ ถ้าความสุขหายไป
คนเราจะเหลือแต่ความหดหู่
และตัดสินใจไปในทางทำลายตนเอง
แต่ถ้านำตัวความสุขกลับมาที่
ศูนย์กลางการควบคุมชีวิตได้
อะไรดีๆก็กลับมาได้เช่นกัน

ถ้าพาเด็กเล็กไปดู
สิ่งที่เขาจะได้คือความสนุก
กับความเข้าใจรางๆว่า
พ่อแม่และครอบครัวสำคัญกับชีวิตขนาดไหน

แต่ถ้าผู้ใหญ่ไปดู
โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่หัดฝึกแยกแยะอารมณ์
ด้วยมุมมองที่ว่ามันไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
สิ่งที่จะได้คือความเข้าใจที่ดีขึ้น
เกี่ยวกับอารมณ์ตนเอง
ที่มีความสัมพันธ์กับความทรงจำต่างๆ
การที่มันผันผวน เอาแน่เอานอนไม่ได้
ก็เพราะได้รับการกระทบกระทั่งทั้งดีร้าย
ปลุกความทรงจำทั้งร้ายและดีขึ้นมาเป็นพักๆ
บันดาลให้เดี๋ยวอยากดีเดี๋ยวอยากร้าย
ตลอดจนได้ข้อสรุปอันเป็นที่สุดว่า การควบคุมตนเอง
ด้วยการมองโลกด้านดี มีความสุข มีความร่าเริง
คือสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับชีวิตดีๆ

สรุปแล้วเป็นแอนิเมชั่นที่วิเศษมากครับ
ผมไม่เคยเห็นงานบันเทิง
ที่ให้ผลดีกับคนดูได้จริงขนาดนี้มาก่อน
แนะนำเลย พาใครไปดูด้วยก็ได้
จะรู้สึกว่าได้อะไรดีๆกลับมาแน่

ดูแล้วคุยกัน ซีรีส์มหาศาสดาโลก

11935014_936153569775135_5725776448622033457_n

หลายวันที่ผ่านมา
มีคนคุยกับผมเกี่ยวกับซีรีส์นี้มากขึ้น
ทั้งในเน็ตและนอกเน็ต
ผมจึงถือเป็นสัญญาณบอกว่า
ควรเขียนถึงเรื่องนี้บ้าง
ขอให้ถือว่าเป็นการเปิดประเด็น
ตามมุมมองของผม เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสีย
ซึ่งแต่ละท่านคงเห็นหลากๆกันไป
แต่รวมกันแล้วน่าจะเป็นประโยชน์
โดยเฉพาะสำหรับหลายๆคน
ที่รู้สึกว่าไม่สันทัดทางประวัติศาสตร์นัก
ขอให้ทราบว่าทีมงานเวิร์คพอยต์เอง
ก็พยายามลดทอนเนื้อหาบางส่วนลง
ไม่คิดที่จะเชิดชูให้ซีรีส์นี้
ได้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงเชิงวิชาการ
แต่หวังให้เป็นประตูบานใหญ่สำหรับคนรุ่นใหม่
ที่นับวันมีกำลังใจทำความรู้จักพระพุทธเจ้า
กับพระธรรมของพระองค์น้อยลงทุกที

ข้อดี
) เป็นความสว่าง
ที่มาพอดีจังหวะกับความมืดเกือบถึงที่สุด
ช่วงก่อนหน้าซีรีส์นี้เข้าฉาย
พวกเราได้เป็นพุทธศาสนิกชน
ในยุคที่ผู้คนหมดความนับถือพระ
ด่าพระด้วยถ้อยคำหยาบคายกันทั่วไป
แม้หลายคนยังท่องตามๆกันว่า
คนเสื่อม ศาสนาไม่ได้เสื่อมตาม
แต่ยอมรับเถอะว่าจิตตกกันทั่ว
แม้ฮาร์ดคอร์ทางศาสนาหลายๆท่านก็หมดกำลังใจ
ไม่คิดว่าศาสนาพุทธในไทยจะไปรอดได้นานนัก
แต่เมื่อซีรีส์นี้เข้ามา ก็ดูเหมือนสถานการณ์ดีขึ้น
เพราะความสมจริง ดูจับต้องได้
ของเหล่าดาราระดับแม่เหล็กที่เป็นชาวอินเดีย
กับฉากและเสื้อผ้าหน้าผมที่อลังการระดับอินเตอร์

) ผู้สร้างเลือกที่จะทำคำสอนให้อยู่ในรูปคำคม
เหมาะเจาะกับสถานการณ์แต่ละบทตอน
หลายคำโดนใจ เอามาใช้ได้จริง
และเป็นเหตุเป็นผล
เพื่อความพ้นจากการครอบงำของกิเลสดิบๆ
หลายครั้งระงับความฟุ้งซ่าน
ตลอดจนความแค้นในใจคนดูได้ไม่มากก็น้อย
ช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จัก ไม่เคยใส่ใจศาสนาเลย
หันมาเห็นคุณค่า รู้สึกอยากศึกษาขึ้นมาบ้าง
ไม่เห็นเป็นเรื่องไกลตัว
ไม่เกี่ยวกับคนรุ่นใหม่อย่างที่ผ่านๆมา

ข้อเสีย
) ทิศทางของซีรีส์
บ่งบอกความเชื่อแบบผสมผสานของผู้สร้าง
ผู้สร้างไม่ใช่พุทธแบบเถรวาท
และได้นำความเชื่อแบบศาสนาเทพพรหม
มาเป็นแกนในการกำหนดเนื้อหา
นับแต่ช่วงประสูติเลยทีเดียว
แต่ที่หนักคือช่วงตรัสรู้
กลายเป็นว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยการคิด
ไม่ใช่ด้วยพระญาณชำแรกอวิชชา
ซึ่งถ้าคนดูจดจำตรงนี้แบบอินๆหน่อย
ก็นับว่าเป็นอันตรายในระยะยาว
กับแนวสืบทอดของเถรวาท
แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าคนดูไม่เข้าใจ
ดูแล้วไม่อินกันขนาดนั้น
คงน้อยคนที่จะจดจำแบบทึกทักเป็นจริงเป็นจัง
เช่น เรื่องการรวมสามพระกายเข้าเป็นหนึ่งเดียว
ดูแล้วคงงงๆว่านั่นคืออะไรกัน
มากกว่าจะเกิดความลงใจเชื่อว่าบรรลุธรรมต้องอย่างนี้

) ซีรีส์พยายามสื่อว่ามีความจริงบางอย่าง
อยู่เหนือจากความจริงที่รับรู้ด้วยหูตา
แต่ไม่พยายามสื่อถึงความจริงขั้นสูงสุด
อันเป็นความหลุดพ้นจากปวงทุกข์
ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของพระศาสนา
นี่คงว่าอะไรกันมากไม่ได้
เพราะการหลุดพ้นจากทุกข์ด้วยมรรคผลนั้น
ถ้าไม่รู้จากประสบการณ์ตรงทางจิต
อยู่ๆคงคิดสร้างกราฟิกส์มาแสดงให้ดูไม่ถูก
กับทั้งไม่ทราบด้วยว่าจะให้นักแสดง
ทำสีหน้าสีตาอย่างไร
ให้เหมือนคนพ้นทุกข์เด็ดขาดแล้ว

เขียนข้อดีข้อเสียสั้นๆไว้เท่านี้
เพราะถ้าเขียนทุกอย่างที่คิดเห็นคงยาวไป
ผมขอเปิดพื้นที่ไว้ให้ทุกท่านร่วมกันแสดงมุมมองดีกว่า
เพราะทราบว่าหลายท่านอึดอัด
อยากระบายสิ่งที่อัดอั้นมานาน
ขอให้คิดเสียว่า ถ้าไม่มีประเด็นข้อดีข้อเสีย
ข้อผิดข้อถูก อยู่ๆให้แต่สิ่งที่ "ถูก" เลย
คนรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน ก็คงไม่ทราบว่าถูกอย่างไร
จะเอาหลักฐานจากตรงไหนไปยืนยันความเชื่อ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับบรรยากาศที่เป็นมิตร
ศาสนาพุทธในไทยถึงเวลาของการร่วมด้วยช่วยกัน
อย่าคิดว่าใครสำคัญมากหรือสำคัญน้อย
ทุกคนมีพลังที่จะช่วยกันสืบพระศาสนาอย่างเท่าเทียม
ในโลกที่โซเชียลมีเดีย
มีอิทธิพลใหญ่ในการผลักดันชีวิตมนุษย์เช่นนี้ครับ!

ให้โอกาสแค่ไหนเรียกว่าพอดี?

11866393_928159183907907_5613801973082208255_n

#โพสต์บทความของคุณดังตฤณโดยแอดมินเบลล์ค่ะ

อย่าเห็นไปว่าการเป็นคนดี
คือต้องทนอยู่กับคนที่เลวกว่าให้ได้

หากเราพยายามฉุดคนจากปากเหว
แต่เขาไม่พยายามตะกายขึ้นมา
หน้ำซ้ำยังขย่มตัว
จะลากเราเอาลงเหวไปด้วย
อย่างนี้เมื่อไหร่หมดแรง
เราก็ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน
ปล่อยเขาไปเถอะ
ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร
เพราะยังไงเขาก็ต้องร่วงลงไปอยู่ดี
ถึงจะมีหรือไม่มีเราลงไปด้วยก็ตาม

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ถ้าขี้สงสารมักให้โอกาสมากไป
ผลคือส่งเสริมให้คนอื่นก่อบาปสำเร็จโดยง่าย

ถ้าแล้งน้ำใจมักให้โอกาสน้อยไป
ผลคือไม่เอื้อเฟื้อให้ใครได้แก้ตัวบ้าง

ถ้ารู้จักคน รู้จักจังหวะโอกาส รู้จักสถานการณ์
ชั่งน้ำหนักไม่ให้มากไปหรือน้อยไปได้ด้วยใจ
ผลคือเป็นคนใจดีอย่างมีสติ
มีเงื่อนไขในการเปิดโอกาส
ไม่ใช่ยอมเปิดทางให้ออกอ่าว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

เห็นใจคนที่ควรเห็นใจ
ขอโทษคนที่ควรขอโทษ
คืนดีกับคนที่ควรคืนดี

อย่าช่วยคนทั้งน้ำตา อย่ายกทั้งชีวิตให้กับเขา
อย่ากระโดดลงไปเป็นห่วงยางให้ใคร
ทั้งที่ตัวเองยังว่ายน้ำไม่แข็งพอ

สรุปคือ หัดยืนช่วยอยู่บนฝั่งให้เป็น
ถ้าช่วยคนที่ตกทุกข์ แล้วคุณมีความสุขไม่ได้
ก็ให้ช่วยเหลือตัวเองจนกว่าจะเป็นสุขก่อน
ไม่อย่างนั้นก็แปลว่าคุณยังไม่ได้ช่วยใครจริงเลย!

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

การไม่คบก็ไม่ได้หมายความว่าไม่พูด
จริงๆแล้วแม้เลิกคบ ก็ยังถนอมน้ำใจกันได้
มีอะไรให้ช่วยก็ช่วยได้
เพียงแต่ไม่ไปสุงสิง ไม่ควรคลุกคลีตีโมง
กระทั่งก่อให้เกิดความคิดอกุศลซ้ำซาก

สังเกตใจตัวเองไป สังเกตใจตัวเองมา
จะตาสว่างขึ้นเองว่า
แม้แต่คนที่ทำแย่ๆกับคุณ
คุณก็หาความสุขจากการทำอะไรดีๆให้เขาได้!

เสียความรู้สึกดีๆ ไม่จำเป็นต้องเสียจิตที่เป็นกุศล
ถ้ายังรักษาความคิดให้เข้าข้างกุศลได้อยู่

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ท้ายที่สุด ต้องหยุดสำรวจใจดีๆว่า
ที่อั้นไว้ ไม่คบต่อ
เป็นเพราะสันดานเขาไม่ดี
หรือว่าเรามีทิฐิมานะมากกันแน่
ถ้าคิดดีๆแล้วเป็นเรื่องของทิฐิมานะ
ก็ต้องสังเกตว่า
การคืนดีกันจัดเป็นความสุข
เป็นความโล่งใจ เป็นการคืนความสว่าง
เพราะลดทิฐิมานะได้ครั้งหนึ่ง

ถ้าเห็นข้อดีในการประสานรอยร้าว
แต่ยังอัดแน่นด้วยทิฐิมานะ
เช่นนี้จึงกล่าวได้ว่าอภัยไม่จริง
เพราะการอภัยจริงครอบคลุมถึงการลดทิฐิมานะด้วย