ลูกอัจฉริยะสร้างได้หรือรอบังเอิญ?

marked-120516

แม้หลายคนพูดว่า
ไม่ได้อยากเป็นอัจฉริยะ
แล้วก็ไม่อยากมีลูกเป็นเด็กอัจฉริยะ
แต่เกือบร้อยทั้งร้อย
ชอบดูคลิปเด็กอัจฉริยะ
ชอบความน่าทึ่งของฝีมือมนุษย์
และที่สำคัญคือชอบความมั่งคั่ง
อันไหลมาเทมาจากความเป็นอัจฉริยะ

จริงๆแล้ว ที่พูดๆกันว่า
ไม่อยากมีลูกเป็นเด็กอัจฉริยะ
หากจะพูดให้เต็มคือ
ไม่อยากให้ลูกเก่งแล้วเป็นบ้า
เป็นอัจฉริยะแล้วเข้ากับคนอื่นยาก
เก่งกาจเหนือมนุษย์แล้วลงเอยเป็นอาชญากร
พ่อแม่ดีๆทุกคนอยากให้ลูกมีความสุข
อยู่ในสังคมแบบไม่แปลกแยก
แล้วก็มีตัวตนที่เป็นคุณ เป็นที่สรรเสริญแซ่ซ้อง
ไม่ใช่โตขึ้นทำเรื่องฉาวให้พ่อแม่เอาปี๊บคลุมหัว

แน่นอน! ถ้าลูกน่ารักด้วย เชื่อฟังพ่อแม่ด้วย
แสนดีกับสังคมด้วย แถมเป็นอัจฉริยะด้วย
ทำเงินล้นฟ้าให้พ่อแม่สุขสำราญยามแก่เฒ่าด้วย
ก็คงไม่มีพ่อแม่สติดีที่ไหนคิดปฏิเสธ
อย่างเช่น อีลอน มัสก์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำ
ด้านการทำตลาดรถขับเอง
กับโครงการนำมนุษยชาติไปตั้งรกรากบนดาวอังคาร
ก็เริ่มมหากาพย์ความน่าทึ่ง
จากการเป็นเด็กอายุ ๑๒ ที่เรียนคอมพิวเตอร์เอง
สร้างเกมคอมพิวเตอร์ที่ขายได้ ๕๐๐ เหรียญสหรัฐ!

ความเป็นเด็กอัจฉริยะ จึงไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ
และไม่ใช่จะต้องลงเอยเป็นโศกนาฏกรรมเสมอไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากอัจฉริยภาพของเด็ก
เกิดขึ้นจากความลงตัวของเด็กเอง
ไม่ใช่จากความดันทุรังของพ่อแม่

คำถามคือ ทำยังไงจะมีลูกอัจฉริยะสติดี
นิสัยดี สังคมดี แล้วก็ทำเงินดีกับเขาบ้าง?
คำตอบไม่ใช่แค่เลี้ยงให้ดีที่สุด
โดยไม่ระบุว่าดีที่สุดคือดีอย่างไร
คำตอบต้องเป็นเข้าใจให้ชัดที่สุดว่า
ภาวะอัจฉริยะในเด็กเกิดขึ้นด้วยองค์ประกอบใดบ้าง

อันดับแรก สัญชาตญาณ
อันดับสอง การสนับสนุน
สองอย่างนี้ ขอให้มีเถอะ
เด็กอัจฉริยะมีสิทธิ์แจ้งเกิด!

สัญชาตญาณ หมายถึงความเข้าใจได้เอง เกิดขึ้นเอง
เช่น สัญชาตญาณหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีสัญชาตญาณชนิดนี้กันหมด
โดยไม่ต้องบอกสอน
อันนั้นเป็นสัญชาตญาณระดับล่าง
แต่จริงๆยังมีสัญชาตญาณระดับบนอยู่อีก
เป็นสัญชาตญาณในการทำอะไรอย่างหนึ่งให้ดี
เช่น จะชู้ตบาสอย่างไรจึงลงห่วง
ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกมันว่าพรสวรรค์
แต่บรรดาอัจฉริยะตัวจริงจะรู้สึกว่า
มันเป็นสัญชาตญาณติดตัวมา

คงไม่มีตัวอย่างของจริงใด
ดีไปกว่าเด็กอายุ ขวบที่ชู้ตบาสแม่นกว่าผู้ใหญ่
นามว่าไตตัส แอชบี
(ลองดูคลิปที่มีคนรวบรวมช็อตเด็ดไว้
https://www.youtube.com/watch?v=BGjFSHW-77I
หรือเสิร์ชหาคำว่า Titus Ashby จากยูทูบดู
ถ้ากำลังกินข้าวอยู่ ระวังหกออกมาเพราะอ้าปากค้าง)

เด็กคนนี้ไม่ใช่แค่ชู้ตลูกกลมๆเข้าห่วงได้อย่างแม่นยำ
แต่เข้าใจเรื่องการเข้าชิ่ง การโยนข้ามสิ่งกีดขวาง
และอื่นๆ ซึ่งแม้แต่คนโตๆส่วนใหญ่
จนตายก็ไม่มีทางทำสถิติโยนเข้าห่วง
ได้อย่างแม่นยำน่าอัศจรรย์ปานนั้น
(ไม่ใช่ไม่พลาดเลย แต่พลาดน้อยมากๆ)

คนทั้งโลกเห็นความน่าทึ่งของไตตัส
แล้วโลกภายในของไตตัสล่ะ เห็นอะไร?
ทำไมเด็กอื่นๆรวมทั้งผู้ใหญ่ทั่วแผ่นดิน
จึงเห็นห่วงบาสแล้วทำไม่ได้แบบไตตัส?

คำตอบคือ เห็นเหมือนกัน แต่รู้เองต่างกัน
ขอให้เอาลูกบาสกับห่วงมาล่อตาไตตัสเถอะ
ของเก่าในฝ่ายที่เป็นบุญ
จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการรู้เอง
เล็งตาอย่างไร ออกแรงประมาณไหน
จะเกิดวิถีโค้งของบาสเข้าห่วงได้
และของเก่าที่เป็นบุญในที่นี้
ก็อาจเป็นการเคยสอนหลักเล่นบาสให้คนอื่น
อาจเป็นการสร้างสนามบาสแจกคนด้อยโอกาส
อาจเป็นการค้นพบและเปิดเผยสุดยอดเคล็ดลับบาส
หรืออาจไม่เกี่ยวกับบาสเลย
แต่เป็นการบุญที่เกี่ยวกับการเล็งๆให้แม่นๆ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ไม่แน่
หากไตตัสมีเส้นทางที่จะระลึกชาติ
โตกว่านี้อีกนิดอาจไปเจอภาพ
แชมป์โลกหรืออดีตเศรษฐีใจบุญอะไรสักคน
แล้วนึกขึ้นได้ว่านั่นคือตนเองในอดีต
(เด็กระลึกชาติส่วนใหญ่มีอดีตที่เพิ่งตายไม่นาน
และยังมีรูป มีหลักฐานเชื่อมโยง
ส่วนน้อยเท่านั้นที่จู่ๆนึกออกเองว่าเคยเป็นใคร)

เรื่องของเด็กระลึกชาติอื่นๆ
ฟังแล้วคนส่วนใหญ่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เพราะไม่รู้จะเอาเรื่องในอดีตมาใช้งานอะไร
ถ้าฝังสมบัติไว้แล้วบอกให้คนไปขุดมาขายก็ว่าไปอย่าง
แต่สำหรับไตตัสแล้ว
หากวันใดเขาบอกใครว่าตนคืออดีตมือหนึ่งทางบาส
อันนี้มีความหมายแน่นอน
เพราะเห็นๆอยู่ว่า ของเก่าเอามาขายใหม่ได้

แล้วเราล่ะ ได้อะไรจากเรื่องของเด็กชายไตตัส?

เราได้ความรู้มาว่า
เด็กแต่ละคนมีสัญชาตญาณต่างกัน
ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปคาดคั้นเด็กได้ว่า
จงชู้ตบาสเก่ง จงเล่นเปียโนพลิ้ว จงพูดจาคมคาย
เราได้แต่สังเกต ทำความรู้จักลูกตัวเองว่า
เขามีดีอันใดติดตัวมาแต่อ้อนแต่ออก
แล้วให้การสนับสนุนสิ่งนั้นเต็มที่
เหมือนเช่นที่พ่อของไตตัสทำไปทั้งหมด
หลังจากค้นพบว่าไตตัสชู้ตบาสแม่น
ก็คือหาแบบฝึกหัดแปลกใหม่มาเสนอลูก
แล้วก็ขนกองเชียร์มาชมลูกกันทั้งโลก

สรุปคือ ตั้งความเชื่อไว้ว่า
ลูกของคุณมีสัญชาตญาณบางอย่างติดตัวมา
และวันหนึ่งสัญชาตญาณนั้นจะแสดงตัวออกมา
พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่สังเกตและปล่อยผ่าน
หรือไม่ก็มุ่งรีดเค้นความสามารถที่ลูกไม่มีอยู่
แต่หากคุณสังเกตและให้การสนับสนุน
ลูกก็จะมีชีวิตนี้เป็นเครื่องต่อยอดชีวิตเก่า
ถึงแม้ไม่ได้เป็นอัจฉริยะหนึ่งในล้านแบบไตตัส
แต่อย่างน้อยก็เก่งกาจจะภูมิใจในตัวเอง
รู้จักตัวเองว่ามีดีอะไรเอาไว้ใช้ชีวิตบนโลก
ไม่ใช่โตขึ้นแบบคนที่กี่ปีก็หาตัวเองไม่เจอสักที
เพียงเพราะตอนเด็กโดนพ่อแม่คาดคั้นผิดฝาผิดตัวว่า
ต้องเก่งอย่างนั้น ต้องเรียนคณะนี้!