ผูกพันไม่ได้แปลว่าเข้าใจกันดี

290816

คนสองคนถูกกั้นไม่ให้เข้าถึงกัน
ด้วยกำแพงความอยากของตัวเอง
ถ้าคนหนึ่งอยากอย่าง อีกคนอยากอย่าง
เท่านี้ก็มองคนละทาง เดินคนละทิศกันแล้ว
ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งไม่เข้าใจ
หรือกระทั่งยิ่งเหมือนแปลกหน้าขึ้นทุกที

กฎของความเป็นมนุษย์ข้อนี้
ไม่มียกเว้นแม้กระทั่งสายเลือดเดียวกัน
ความรู้สึกว่าไม่มีใครในโลกเข้าใจคุณ
เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย
โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกซ้ำๆว่า
พ่อแม่ไม่เคยเห็นใจคุณเลย

เด็กน้อยไม่มีวันเขย่งเท้าเพื่อเข้าถึงพ่อแม่
มีแต่พ่อแม่ที่โตพอจะ
โน้มตัวลงมาเข้าให้ถึงลูกน้อย

มนุษย์มองคนอื่นด้วยความคาดหวัง
แต่ไม่อยากให้ใครตั้งความคาดหวังเอากับตน
ด้วยกฎธรรมชาติข้อนี้ หมายความว่า
ถ้าปรารถนาจะเป็นพ่อแม่ที่เข้าถึงลูก
คุณต้องมีความเสียสละที่ยิ่งใหญ่
นั่นคือ ตัดความคาดหวังของตัวเองทิ้ง
แล้วเอาความคาดหวังของลูกมาเป็นที่ตั้งแทน

เพื่อจะเริ่มเข้าใจลูก
บางทีคุณอาจต้องพยายามระลึกชาติ
คือ นึกถึงชีวิตก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งยังเยาว์วัย
นึกให้ออกว่า ตัวเองคาดหวังอะไรจากพ่อแม่บ้าง
แล้วคุณจะค่อยๆเริ่มระลึกได้ว่า
คนเราคาดหวังกับคนอื่นมากที่สุดก็ตอนเป็นเด็ก
และคนอื่นที่ว่า ก็ไม่มีใครเกินพ่อแม่ของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น นึกให้ออกว่าสมัยอนุบาล
เคยอยากให้พ่อแม่สอนการบ้านไหม
ถ้าเห็นพ่อหรือแม่ของคุณเป็นคนเก่ง
คุณจะนึกอยากให้พ่อแม่สอนการบ้านสักครั้ง
และดีใจ มีความสุข มีความสมหวัง เมื่อท่านมาสอนจริง
แต่ถ้าพ่อหรือแม่ไม่ได้อย่างใจท่าน
เห็นคุณหัวช้า บวกเลขง่ายๆไม่ได้ แล้วหัวเสีย
เร่งรัดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
แค่นี้ทำไมไม่เข้าใจ ครูไม่ได้สอนมาเหรอ
หรือหนักกว่านั้น เช่น โง่แบบนี้จะตามคนอื่นทันมั้ย?

เจอแบบนั้นครั้งเดียว สมองคุณจะถูกล็อกไว้
ให้เชื่อแบบหนึ่ง คือ คุณโง่เลข พอเรียนเลขเมื่อไร
สมองจะทำงานสับสนอลหม่านทันที
เหมือนถูกโปรแกรมไว้ให้เข้าโหมดฟุ้งซ่าน
ทันทีที่เห็นตัวเลขบนกระดานหรือในกระดาษ
จะถูกความกลัวที่มองไม่เห็นครอบงำ
เหมือนถูกปิดหูปิดตาไปจนโต

ผู้ใหญ่ไม่มีทางรู้ว่า
อารมณ์กราดเกรี้ยวของตัวเอง
คืออารมณ์หวาดกลัวของลูกที่เกิดขึ้นในร่างน้อย
หลายครั้งความคาดหวังเกินไปของผู้ใหญ่
จึงแปรรูปเป็นการขาดความเชื่อมั่นในตัวเองในเด็ก
อาจจะหลายปี หรืออาจจะทั้งชีวิต
แต่เมื่อพยายามหัดระลึกชาติบ่อยๆ
เอาอารมณ์ตัวเองในวัยเด็กมาคอยนำร่อง
คุณจะใจเย็นลงมาก
มองลูกด้วยสายตาที่เห็นใจเขา
ไม่ใช่มองด้วยสายตาเอาแต่ใจเรา!