จริงจังแต่อย่าเครียด

marked-120916

คนเราถ้าไม่ขี้เกียจ
ก็เครียดเกินไป

ขี้เกียจ คือ ปล่อยเลยตามเลย
ใครจะว่ายังไงก็ช่าง
ตัดสินใจแล้วว่าจะเนื้อตัวสบาย
ทอดหุ่ย งอมืองอเท้า
ไม่อยากเครียด
มองว่าความขยันเป็นตัวการทำให้ลำบาก
ทำให้เกิดความเครียดเกร็งกล้ามเนื้อ

ข้อเท็จจริงคือ คนขี้เกียจ
มักเข้าโหมดขยันกันผิดๆ
พอคิดว่าจะต้องเอาจริงเอาจังกับงาน
นั่นคือการเริ่มต้นจดจ่อแบบขี่ช้างจับตั๊กแตน
งานเล็กก็ทำเป็นเรื่องใหญ่
ก้าวง่ายๆก็ทำให้มันยาก
ตาต้องจ้องเขม็ง หัวคิ้วต้องขมวด
ฟันต้องขบนิดๆ จึงรู้สึกว่าชีวิตลำบากลำบน
ต้องอดทน เกร็งกำลังภายในกัน

แท้จริง ไม่มีงานไหนในโลก
ที่เรียกร้องให้คุณเกร็งเนื้อเกร็งตัว
แต่การฝืนต่อสู้กับความขี้เกียจข้างในตนเอง
นั่นแหละที่ก่อให้เกิดส่วนเกิน
เกร็งโดยไม่จำเป็น

ข้อสังเกตง่ายๆว่า คุณเครียดเกินกว่าเหตุ
คือ อยู่ดีๆ อยู่ว่างๆ เนื้อตัวก็เกร็งขึ้นมาเอง
ซึ่งนั่นเป็นการทำงานอัตโนมัติของกล้ามเนื้อ
ภายใต้การกดดันของจิตใจที่รบกับตัวเองอยู่
มีความขัดแย้งกับตัวเองอยู่
ระหว่างความขี้เกียจรับผิดชอบ
กับความอยากจะรับผิดชอบอะไรเป็นเรื่องเป็นราว

เพื่อจะทำงานให้ได้ดี ให้ได้ราบรื่น
และมีทัศนคติที่ถูกต้องว่า
งานเป็นมิตร เป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข
อันดับแรกที่ต้องทำให้ได้ คือ
เห็นให้ทันว่า เมื่อใดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ
เครียดเกร็งขึ้นมาเองโดยไม่จำเป็น
ส่วนแรกที่สังเกตง่ายสุด คือฝ่าเท้า
ส่วนต่อมาคือฝ่ามือ ส่วนต่อมาคือหน้าผาก
หากสามส่วนนี้เครียด เกร็ง แน่น
ให้บอกตัวเองว่า นี่ส่วนเกินของงาน
งานไม่จำเป็นต้องมีสิ่งนี้ แล้วคลายออก
เห็นให้ได้วันละสองสามครั้ง
เพียงเดือนเดียวคุณจะทำงานอย่างมีความสุขขึ้น
ไม่เห็นงานเป็นศัตรู
อยู่ว่างๆไม่เครียดเกร็งขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
แล้วก็เลิกคิดเหลวไหล ประเภท
งานแกล้งคุณให้เส้นเลือดในสมองแตก!