มีอะไรกันแล้วค่อยทำความรู้จักกัน

marked 102516

สมัยก่อน
หนุ่มสาวมีพ่อแม่คอยกีดกัน
ห้ามมีอะไรก่อนแต่ง
แล้วก็มีเพื่อนฝูงคอยปราม
คิดให้ดีก่อนพาใครเข้าห้อง

สมัยนี้
พ่อแม่ได้แต่บอกลูกอ่อยๆ
มีอะไรอย่าให้ท้องแล้วกัน
แถมเต็มไปด้วยเพื่อนฝูงคอยยุส่ง
เขายิ้มให้ เธอมองมา อย่าได้ช้า

ความรู้สึกห้ามใจไม่ได้
กับความคิดว่าไม่รู้จะห้ามใจไปทำไม
ใครๆเขาก็ทำกันทั้งเมือง
คือข้ออ้างสามัญให้อยากตามใจตัวเอง
แต่ข้ออ้าง ไม่ว่าหนักแน่นหรือเบาหวิว
ไม่เคยช่วยแก้ปัญหา
ตอนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกภายหลัง
ยังไม่ทันรู้จักกันดี แต่มีอะไรกัน
ลงเอยเหมือนกันหมด
โทร.หาอีกฝ่ายแต่ละทีไม่มีเหตุผลอื่นใด
ใจระแวงว่าจะไปมีอะไรกับคนอื่นง่ายๆ
ทักทายแต่ละครั้ง
ขึ้นต้นคือทำอะไร อยู่กับใคร
พูดคุยยาวๆแต่ละที
ไม่พ้นบอกว่าตัวเองต้องการอะไร
อยากให้อีกฝ่ายเลิกพฤติกรรมแบบไหน
แบบนี้ยิ่งคิดถึงอนาคต
ยิ่งเจอแต่ยอดตึกในอากาศ
แต่ไม่เห็นเลยว่า เสาตึกอยู่ตรงไหนบนพื้นดิน

ธรรมดาคนเราเมื่อยังไม่รู้จักกันดี
แต่กลับต้องมาทนกับตัวตนแท้ๆของอีกฝ่าย
ในที่สุดก็ต้องถามตัวเอง ทำไมต้องทนฟัง
ความต้องการของคนแปลกหน้าอย่างนี้ด้วย?
พอถามตัวเองเช่นนั้นแล้ว
หูตาก็จะเริ่มปิด ไม่อยากรับรู้อะไรอีก

ตอนไม่อยากรับรู้อะไร
จะทำความรู้จักใครสักคนได้ไหม?
วันหนึ่งจะรู้จักและเข้าใจกันดีสักทีไหม?

ถ้าไม่ตกลงกับตัวเองไว้ก่อนว่า
ชีวิตคู่เป็นเรื่องใหญ่
การอยู่กับใครเป็นเรื่องถึงลูกถึงคน
แนวโน้มคือ คุณจะเริ่มคิดง่ายๆ
แบบที่คนยุคนี้คิดกันง่ายๆ
เป็นทุกข์มหันต์กันง่ายๆ!