โมโห... สอนการบ้านลูกทีไรได้เรื่องทุกที

100816

พ่อแม่ส่วนใหญ่มักควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
เมื่อตั้งใจพูดดีแล้วลูกไม่ฟัง
ให้เหตุผลชัดๆแล้วลูกเถียง
สอนการบ้านแล้วลูกไม่ทำตาม ไม่คิดตาม
บางทีก็บอกว่า ครูไม่ได้สอนอย่างนี้
หรือบางทีก็ว่าพ่อแม่สอนไม่รู้เรื่อง

คนเราพอถูกว่าก็ต้องโกรธ
ต้องอยากโต้ตอบกระทบกระแทก
ยิ่งเป็นลูกยิ่งแล้วใหญ่
บางทีก็อยากประชดทิ้งขว้าง ช่างมึง กูไม่สอนแล้ว
บางทีก็ลุแก่โทสะ ใช้กำลังตีลูก
ทั้งที่ลูกไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด
กลายเป็นอารมณ์รุนแรง
จุดชนวนความรู้สึกกระด้างกระเดื่องใส่กัน

พ่อแม่ดีๆ มักบอกตัวเองว่าต้องตั้งสติ
แต่ปัญหาคือ น้อยคนจะมีความเข้าใจที่ดีพอ
พอพูดถึงการตั้งสติ
เกือบร้อยทั้งร้อยจะนึกถึงการคิดเบรกตัวเอง
ใช้ความคิดหักห้ามอารมณ์
อาศัยเหตุผลโน่นนี่นั่นมาระงับอกระงับใจตัวเอง
ผลคือส่วนใหญ่มักพบว่าตัวเองเอาไม่อยู่ เบรกไม่ไหว

คุณต้องทำความเข้าใจให้ถูกว่า
อารมณ์ มาก่อนเหตุผลเสมอ
ตอนใจแรง อารมณ์แรง
ไม่มีความคิดแสนประเสริฐอันใดในโลกจะแรงตามได้เท่า
เหมือนกับที่เปลวไฟไม่อาจส่งไอเย็นออกมา

สิ่งที่เป็นขั้วตรงข้ามกับ
อารมณ์อยากทิ้งขว้างลูก หรืออารมณ์อยากทำร้ายลูก
คืออารมณ์อยากเสียสละให้ลูก
โจทย์คือ ทำอย่างไรจะให้อารมณ์ชนิดนี้แรงเกิน
หรืออย่างน้อยเทียบเท่ากับอารมณ์ขุ่นเคือง

วิธีคือ ต้องเตรียมใจไว้ล่วงหน้าเลย
คราวต่อไปพอรู้ตัวว่าฉุนขาดขึ้นมาอีก
ให้ยอมรับไปตามจริงว่ากำลังฉุนขาด
จะได้เกิดสติรู้ว่า อารมณ์ฉุนขาดหน้าตาเป็นอย่างไร
คันคะยิกในอกแค่ไหน
อึดอัดร้อนแรงเหมือนจะระเบิดประมาณใด

จากนั้น ให้หลับตานึกเอาภาพใบหน้าลูก
มาทาบกับอารมณ์โกรธเกรี้ยวของตัวเอง ขณะนั้น
เพื่อจะได้เกิดความรู้สึกขึ้นมาชัดๆว่า
จิตที่มืดของเราเดี๋ยวนี้
คือส่วนหนึ่งของชีวิตมืดๆของลูกในวันหน้า

ความรู้จักลูกมาตั้งแต่ลูกเกิด
จะทำให้จิตของคุณประมวลถูก
รู้ว่าถ้าระบายอารมณ์กับลูก
ลูกรับอารมณ์ร้ายกาจไป
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาในวันหน้า
โดยจิตจะสร้างนิมิตขึ้นมาภาพหนึ่ง
อาจเป็นใบหน้าเหมือนยักษ์มารของลูก
อาจเห็นลูกแสดงโทสะกับผู้น้อย
อาจเห็นลูกทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้าน
อาจเห็นลูกตกอับอยู่ในมุมมืดทางอารมณ์
ไม่มีความสุข ไม่สามารถควบคุมตัวเอง
อ่อนไหว และพร้อมจะเกรี้ยวกราดตอบทุกแรงกระทบ

เมื่ออาศัยใจพ่อใจแม่เห็นภาพน่าสงสารของลูกเช่นนั้น
ใจโกรธย่อมอ่อนกำลังลง
อยากเสียสละ ยินดียอมแพ้ให้ จุดเกิดเหตุ
และพอคุณรู้สึกถึงใจที่อ่อนโยน ที่โล่งเบา
นิมิตภาพของลูกในใจจะสว่างตามทันที
นั่นแหละ! ตัวอย่างของปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง
คืออนาคตที่เปลี่ยนไป

เรื่องมหัศจรรย์คือ ทันทีที่ใจเบาลง
สถานการณ์หนักๆระหว่างคุณกับลูกจะเบาตาม
ใจคุณจะเปิด คิดถึงวิธีอธิบายได้ดีขึ้น
ตัดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกจากใจได้พ้น
คำนึงถึงสิ่งที่ใหญ่กว่า คือชีวิตทั้งหมดของลูก
ไม่คิดยิบย่อยถึงสิ่งเล็กๆ เช่นการบ้านบางข้อที่ไม่ลงตัว

ใจที่ยกระดับขึ้นพ้นอารมณ์โกรธของคุณ
จะส่งผลกระทบกับใจลูกแบบลับๆ
อาจมาในรูปของการยอมรับฟังคุณมากขึ้น
หรืออารมณ์อยากดื้อแพ่งอ่อนตัวลง
สรุปคือ คุณคุมเกมสำเร็จ
ได้ใจใหม่ให้ตัวเอง ได้ใจใหม่ให้ลูก
ทำได้ครั้งเดียว คุณจะจำไว้ทำได้ครั้งต่อๆไปชั่วชีวิต!