คนพาลฉุดคนรักโง่ลงด้วยวิธีเถียงแบบพาล

280616

ตอนอยู่ในอารมณ์พาล
อยากจับแพะชนแกะ ไม่พูดตามเนื้อผ้า
อยากเอาชนะด้วยอัตตา ไม่หาเหตุผล
อยากรุกให้จน ไม่สนวิธีการ
สมองคนเราจะทำงานผิดเพี้ยน
คือ ไม่มีการคิดอยู่บนฐานความจริง
แต่จะจับโน่นผสมนี่ตามแต่จะนึกได้
จนกลายเป็นเรื่องแต่งตามอารมณ์
ออกอ่าว ออกทะเล หาฝั่งไม่เจอ

สัญญาณบอกความเป็นพาล
มักไม่ปรากฏตอนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
แต่จะแสดงตัวชัดตอนถกเถียงเอาแพ้เอาชนะ
ถ้าอยากดูว่าใครเหลือเชื้อพาล
หรือมีความเป็นพาลเพียงใด
ให้ดูว่าชอบหยิบยกเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเถียงบ่อยแค่ไหน
และให้ดูว่า ตอนอยากรักษาหน้า อยากเอาชนะคะคาน
จะออกอาการจับแพะชนแกะ
หน้ามืดพูดไม่รู้เรื่อง โยงเรื่องไม่เกี่ยวให้มันเกี่ยว
หรือหน้าด้านหน้าทน ปั้นน้ำเป็นตัวขึ้นมาดื้อๆไหม

ถ้าหลวมตัวเถียงกับคนพาลบ่อยๆ
ต้องคิดตามที่เขาจับแพะชนแกะ
ต้องเจรจาตามทิศทางที่เขาพาออกอ่าว
ต้องถูกขัดคอด้วยอารมณ์อยากเอาชนะบ่อยๆ
ต้องโอนอ่อนผ่อนตามความเอาแต่ใจเป็นยักษ์เป็นมาร
คุณจะกลายเป็นคนขี้หงุดหงิด
เริ่มเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด
ความคิดเป็นเหตุเป็นผลถูกบั่นทอน สมองสับสน
หาทิศทางวิธีพูดให้เข้าร่องเข้ารอยได้ยากขึ้น
พอกพูนโมหะหนาทึบขึ้นเรื่อยๆวันต่อวัน
จนรู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าจิตใจมืดๆมัวๆ
คิดอะไรฉลาดๆไม่ค่อยได้เหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว

ยิ่งถ้าเจอคนพาลประเภทฉลาดพูด
ฉลาดจับแพะชนแกะได้เหนือชั้น
คุณจะยิ่งรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้โง่แบบแปลกๆ
คือ จำเป็นต้องโง่ เพราะไม่มีเหตุผลที่ดีกว่าไปสู้เขา
นี่เอง พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า พาลแท้
คือพาลที่สำคัญตัวว่าเป็นบัณฑิต
นึกว่าความคิดเห็นของตัวเองถูกต้องแล้ว
ชนะคนทั้งโลกด้วยวาทะได้แล้ว
เอาประโยชน์เข้าตัวได้เนียนๆแล้ว
แล้วก็บีบให้คนอื่นเป็นพาลตามได้ง่ายๆเสียด้วย

ก่อนเลือกใครมาเป็นคนสนิทชิดเชื้อ
ให้ดูใจผ่านสถานการณ์บังคับให้ถกเถียงหลายๆครั้ง
ถ้าออกอาการเถียงแบบพาล ให้หนีห่าง
เพราะถ้ายอมให้กลายเป็นคนใกล้ตัว
คุณจะโง่ลงทุกวัน คล้ายถูกขังอยู่ในกรง
แล้วโดนลากเข้าถ้ำมืด ลึกขึ้นทุกที!