จะรู้ได้อย่างไรว่ารักใครจริง

13876560_1139070606150096_3297145138236793312_n

#โพสต์บทความดังตฤณวิสัชนาโดยแอดมินเบลล์ค่ะ

ถามจะมีวิธีสำรวจใจตัวเองไหมคะ ว่าเรารักใครจริงๆหรือเปล่า? ถามใจตัวเอง บางวันบอกว่ารัก บางวันบอกว่าเฉยๆ ไม่แน่ใจเลยว่าถ้าตอบรับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า

ดังตฤณ :
ตอบตามหลักที่พระพุทธเจ้าประทานไว้นะครับ
ความรักจะเกิดขึ้นได้
ด้วยองค์ประกอบหลักสองประการ
หนึ่ง คือ เคยอยู่ร่วมกันในกาลก่อน
สอง คือ เกื้อกูลกันในปัจจุบัน
เมื่อจับหลักอย่างนี้
ก็สามารถเทียบเคียงกับภาคสนามได้ง่ายหน่อย
คือเมื่อพบคนที่คุณสามารถรักได้
ควรจะเกิดอาการต่างๆต่อไปนี้

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

) ความรู้สึกคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว
เหมือนรู้จักมักคุ้นอยู่ก่อน
และพูดคุยสนิทสนมได้ง่าย
เหมือนระบายได้ทุกเรื่อง
นั่นเป็นวิบากของการอยู่ร่วมกันมานาน
ก่อแรงดึงดูดเข้าหากัน
อยู่ใกล้แล้วไม่รำคาญ
แม้เหงาก็อบอุ่นเป็นสุขได้เพียงเมื่อคิดถึง
และเท่าที่พบมา ต่อให้ธาตุนิสัยต่างกันเป็นตรงข้าม
เช่น ใจร้อนกับใจเย็นมาเจอกัน
ก็ไม่รู้สึกแปลกแยกต่อกัน
ขอเพียงมีบุพเพสันนิวาสมาช่วย

การสำรวจใจด้วยเกณฑ์ข้อนี้
อย่างง่ายก็อาจลองจินตนาการดูว่า
ถ้าต้องไปอยู่กระต๊อบกับใครสักคน
แล้วรู้สึกว่ารับได้ไหม เป็นไปได้ไหม
หากสนิทใจพอ หรือกระทั่งนึกครึ้มคึกคักต่อยอด
อยากหนีไปอยู่เกาะตามลำพังสองคน
อันนั้นถือว่าผ่านมาตรฐานเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม ความรักที่แท้
ต้องการความจริงเป็นเครื่องรับรอง
ไม่ใช่แค่จินตนาการหรือฝันกลางวันเล่นๆ
หากมีโอกาสร่วมสถานการณ์ลำบาก
อยู่ในที่ที่ขาดความสุขสบาย
แล้วยังรู้สึกดีกับการอยู่ร่วมกันได้
อันนั้นถือเป็นบทพิสูจน์ครับ
ว่าเคยอยู่ร่วมกันด้วยดีมาอย่างแน่นอน


.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

) ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย
คืออยากช่วยเหลือ อยากดูแล
มีความเอาใจใส่โดยไม่ต้องฝืน
นั่นเป็นเพราะเหตุที่เคยช่วยเหลือดูแลกันมาก่อน
ย่อมชวนให้ผูกพันไยดี
เท่าที่พบมา
แม้ฝ่ายหนึ่งได้ชื่อว่าเห็นแก่ตัว ไม่เอาใคร
แต่ก็เต็มใจเสียสละให้กับคู่บุญเก่าได้
เมื่อคอยเข้าไปดูแลสารทุกข์สุกดิบ
ก็ได้ชื่อว่าปัจจุบันสร้างเหตุแห่งความรักไว้แล้ว

การสำรวจใจตนเองด้วยเกณฑ์ข้อนี้
ก็ขอให้รอดูเหตุการณ์จริง วัดใจกันในยามยาก
หากเขาต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าเล็กหรือใหญ่
คุณเต็มใจแค่ไหน
กระตือรือร้นในการช่วยปัดเป่าเท่ากับหรือยิ่งกว่า
ปัญหาของตัวเองไหม

ถ้าจะวัดใจให้สมบูรณ์แบบ
ต้องดูทั้งสองฝ่ายนะครับ ไม่ใช่ฝ่ายเดียว
การอยากอยู่ใกล้
การอยากดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน
เป็นเครื่องชี้ชัดว่าร่วมบุญกันมาจริง
ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดหนี้แค่ข้างเดียว

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

นอกจากนั้นต้องคำนึงด้วยว่า
ชีวิตหนึ่งๆเราอาจร่วมชาติร่วมชายคา
เป็นคู่ผัวตัวเมียกับใครได้มากกว่าหนึ่ง
(
แถมบางรายร่วมได้ทั้งสองเพศ!)
ฉะนั้นก็อย่าแปลกใจหากคุณปิ๊ง
และเอาใจใส่ใครต่อใครได้หลายคน

โลกเต็มไปด้วยตัวเลือก
โดยมีข้อจำกัดทางศีลธรรมว่า
ต้องเลือกอยู่กับใครคนหนึ่งเพียงคนเดียว
ฉะนั้นหากต้องการสำรวจใจว่ารักใครที่สุด
ก็ให้ดูว่าใจคุณอยากเลือกอยู่กับใครมากที่สุด

แน่นอนว่าด้วยความจำเป็นบางประการ
อาจทำให้คุณต้องเลือกอยู่กับคนที่รักน้อย
และตัดใจจากคนที่รักมาก
นั่นก็เป็นเครื่องชี้ได้อย่างหนึ่งว่า
แม้ทำบุญร่วมกันมาพอจะให้แสนรัก
แต่ก็อาจมีบาปเก่าหรือบาปใหม่บางอย่าง
มาขวางไว้ไม่ให้สมหวัง
เข้าทำนองรักมากแต่ไม่อยากอยู่ด้วยนั่นเอง