ผิดศีล เป็นสิ่งมีอาถรรพณ์

010816

นักวิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ชัดว่า
แรงดึงดูดโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร
แต่พอจะเริ่มรู้ว่า
ก่อนเกิดจักรวาล ก่อนมีบิ๊กแบง
ก็มีแรงโน้มถ่วง หรือแรงดึงดูดอยู่แล้ว

แม้แต่ลูกหินเล็กๆก็มีแรงโน้มถ่วง
เรารู้ว่าทุกชีวิตตกอยู่ภายใต้กฎแห่งแรงโน้มถ่วง
แต่น้อยคนจะไหวตัวจากความรู้ซึ้งว่า
ทุกชีวิตตกอยู่ภายใต้มหาพลังดึงดูดแห่งสังสารวัฏ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า
จิตมีธรรมชาติไหลลงต่ำเหมือนน้ำ
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า
มีแรงดึงดูดอีกชนิดหนึ่ง ที่ดูดดึงเราให้ติดอยู่
เป็นพลังทางนามธรรม ควบคู่กับพลังทางรูปธรรม
แม้ตะเกียกตะกายขึ้นสูงได้
แต่ถ้าไม่พ้นจริงแล้ว เดี๋ยวก็ต้องตกกลับลงมาอีก

ถึงตาจะเห็นไม่ได้
แต่รู้ประจักษ์อยู่กับใจได้ เช่น
ถ้าคุณเอ่ยปากขอศีลจากพระ
และท่องมุสาวาทาเวรมณีฯแบบส่งเดช
ออกจากวัดก็โป้ปดมดเท็จตามปกติ
ไม่เคยมีความตั้งใจรักษาศีลข้อ จริงจัง
อย่างนั้นจะไม่เกิดอะไรขึ้น
เหตุการณ์ในชีวิตดูเป็นปกติดี

แต่เมื่อใดมีใจจริง ปรารถนาจะเลิกโกหกพกลม
ในไม่ช้าจะมีเรื่องยั่วยุให้ต้องโกหก
รู้สึกว่าไม่โกหกไม่ได้เดี๋ยวเสียหาย
เหมือนมีใครทำงานกันไวมาก
ส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์ใจมาเยี่ยมกันถึงบ้านอย่างรวดเร็ว

สำคัญคือ พอผิดศีลไปข้อหนึ่ง
หลายคนพบว่ามักมีเรื่องยั่วอื่นๆตามมาอีก
ราวกับโดนแกล้งให้ต้องผิดศีลหลายๆข้อ
ไม่ผิดไม่ได้ เดี๋ยวเสียหายอีก

ไม่มีสักกี่คนหรอกที่ตระหนักว่า
ความเสียหายที่แท้จริง
คือการไม่รักษาศีลตามที่ตั้งสัจจะไว้!

และถ้าเคยเจอประสบการณ์ทำนองนี้
ก็ขอให้ทราบว่า นั่นเป็นตัวอย่างเบาๆ
แสดงให้เห็นว่า แรงดึงดูดของสังสารวัฏมีจริง!

เป้าหมายสูงสุดของพุทธ
คือการหลุดพ้นแรงดึงดูดของสังสารวัฏให้เด็ดขาด
เหมือนออกจากเขาวงกตที่วนเวียนขึ้นๆลงๆ
ออกมาอยู่ในที่ราบโล่ง สบายตัว
ไม่ต้องเหนื่อยขึ้น ไม่ต้องหลับหูหลับตาลงกันอีกแล้ว

เส้นทางนี้ ถ้าใจไม่แข็งพอ
ตั้งใจไม่จริงพอ คุณจะแพ้ และรู้สึกแย่
อยากประชดด้วยการปล่อยตัวตกต่ำดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ
แต่หากใจแข็งพอ ตั้งใจจริงพอ
คุณจะชนะเป็นเปลาะๆ รู้สึกดีขึ้นเป็นเปลาะๆ
และเห็นตัวเองพ้นแรงดึงดูดหนักๆมาตามลำดับ
เบาเนื้อเบาตัวขึ้น สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอดขึ้น
เห็นตัวเองอยู่บนทางแห่งความปลอดโปร่งชัดขึ้น
นั่นก็เพราะแรงดึงดูดสังสารวัฏแม้มีจริง
ก็ค่อยๆเอาชนะได้จริงเป็นขั้นๆ
ขอแค่หนักแน่นพอ จุดเริ่มต้นเถอะ!