บาปบุญให้คุณให้โทษกับจิตเป็นอันดับแรก

marked 102016

วิบาก หรือผลแห่งกรรมนั้น
พูดให้ตื้นที่สุด
คือพูดถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าด่าพ่อแม่เช้าเย็นเป็นประจำ
เกิดชาติหน้าจะเป็นเปรตปากเท่ารูเข็ม
หรือเป็นสัตว์นรกถูกกรอกปากด้วยน้ำร้อน
หรือกลับมาเป็นมนุษย์ปากเบี้ยว
เหมือนบังเอิญโดนลงโทษด้วยการถูกตบปากเป็นประจำ
เอาปากไปกระแทกโน่นกระแทกนี่อยู่เรื่อย

พูดให้ลึกกว่าเดิม
วิบาก คือภพภูมิใหม่ข้างหน้า
อันเหมาะกับบาปบุญที่สะสมไว้
ตอนใกล้ตาย คือจังหวะเหมาะที่จะใช้ชั่งน้ำหนักกัน
ถ้าที่ผ่านมาทั้งชาติ สะสมบุญไว้มากกว่าบาป
ก็จะเกิดหลุมขาว เป็นประตูให้ผ่านไป
สู่ภพอันเป็นสุคติ เช่น มนุษยภูมิและเทวภูมิ
ถ้าที่ผ่านมาทั้งชาติ สะสมบาปไว้มากกว่าบุญ
ก็จะเกิดหลุมดำ เป็นประตูให้ผ่านไปสู่ภพอันเป็นทุคติ
เช่น นรกภูมิ เดรัจฉานภูมิ และเปรตภูมิ
ยกตัวอย่างเช่น หากการด่าพ่อด่าแม่ตัวเอง
เป็นกรรมเด่นที่สุด ไม่มีกรรมใดเด่นเกินนั้น
ก็ถูกหยิบขึ้นมาเป็นตัวกำหนดภพต่อไป
โดยธรรมชาติของวิบาก จะดูกรรมแวดล้อม
เช่น ถ้อยคำที่ใช้ด่า ความแรงของอารมณ์ปากพล่อย
ตลอดจนพฤติกรรมดีชั่วอื่นๆที่ทำกับพ่อแม่
เมื่อประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ให้คำตอบได้ไวที่สุดในโลก
ก็จะออกผลมาเป็นความหนักเบาของโทษทัณฑ์
ฉายให้เห็นเป็นนิมิตภพภูมิ
อันเป็นทัณฑสถานข้างหน้า

แต่พูดให้ลึกที่สุด ใกล้ชิดติดตัวเดี๋ยวนี้เป็นที่สุด
กรรม คือการฟอกจิตให้ขาวขึ้น หรือย้อมจิตให้ดำลง
จากสิ่งที่ทำเป็นประจำ สั่งสมให้มากขึ้นเรื่อยๆ
พูดให้เข้าใจง่ายๆ เห็นภาพชัดๆ
ถ้าปีนี้จิตขาวขึ้นกว่าปีก่อน
นั่นก็เป็นวิบากอันเกิดจาก
การสั่งสมบุญมากขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา
แต่หากปีนี้จิตดำลงกว่าปีก่อน
นั่นก็เป็นวิบากอันเกิดจาก
การสั่งสมบาปมากขึ้นตลอดปีที่แล้ว

ตัวอย่างเช่น
มีเจ้าลัทธิบางแห่งในญี่ปุ่น
สอนให้อกตัญญูกับพ่อแม่
เห็นไปว่าพ่อแม่มีลูก ไม่ใช่เพราะรักลูก
แต่เพราะจะเอาสนุกกันตามธรรมชาติ
เลยได้ผลเป็นลูกหลานออกมา
คนที่มีบุญคุณอย่างแท้จริง
คือคนที่เปิดความจริงให้เห็น (เช่นเจ้าลัทธิเอง)

หากไปฟังมากๆแล้วคล้อยตาม
ก็ย่อมเกิดความคิดไม่ดีกับพ่อแม่ตัวเอง
คิดมากๆ คิดทุกวันเข้า จิตก็มืดมัวลง
ตอนแรกยังยั้งๆ เดี๋ยวคิดร้ายบ้าง
เดี๋ยวกลับมาคิดดีบ้าง
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง คิดร้ายได้แบบตั้งมั่น
ไม่เหลือความคิดดีๆกับผู้ให้กำเนิดอีกเลย
เช่นนั้นก็คือจิตมืดบอดสนิท
ซึ่งก็เป็นไปได้เพียงชั่วระยะข้ามปีนั่นเอง

เมื่อพอกบาปไว้หนาแน่น
ก็เหมือนใส่แว่นกลับสี
พ่อแม่ดีแค่ไหนก็เห็นเป็นเลว
อยากด่า อยากทุบตี อยากทำร้าย
กลายเป็นอันธพาลเต็มรูปแบบ
และเมื่อจิตดำมืดได้แบบไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน
ก็จะรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรดีๆเหลือให้เห็น
เช่น เจอคนดี ก็เห็นความดีของเขาแบบเบลอๆ
แต่พอเขาพลาด กลับเห็นรายละเอียดคมชัด ละเอียดลออ
ใครมีบุญคุณกับตัวเองเท่าไรลืมหมด
จ้องแต่ว่า เขาหวังได้ผลประโยชน์แลกเปลี่ยน
เมื่อนึกถึงผู้มีบุญคุณ จะนึกออกแต่เรื่องแย่ๆ
ความรู้สึกด้านสว่างเกี่ยวกับเขา
ไม่หลงเหลืออยู่ในใจเลย เป็นต้น

บางทีได้ทบทวนคุณธรรมขั้นพื้นฐานของมนุษย์
ก็เป็นจุดสะดุดให้เห็นจิตเห็นวิญญาณตนเองได้ว่า
ฟอกขาว หรือย้อมดำมาถึงไหนแล้ว
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
การกอดเครื่องหมายของคนดีไว้กับตัว
อย่างน้อยเป็นหลักประกันหนึ่ง
แม้พลาดก่อบาปก่อกรรมหนักอื่นใด
อย่างน้อยจิตสำนึกก็คงไม่ถึงขั้นร่วงหล่นลงเหว
ไม่ต้องตกต่ำดำดิ่งไปกว่าภพภูมิมนุษย์นัก
ตกเร็วขึ้นเร็ว ไม่ใช่ตกง่ายแต่ขึ้นยาก!