อธิษฐานขอพบกันทุกชาติ

050416

หญิงชายส่วนใหญ่
ไม่ได้รักกันขนาดอยากตั้งอธิษฐาน
ขอพบขอเจอกันไปทุกชาติ
ตรงข้าม หลังจากคบหา
ร่วมชายคาด้วยกันสักพัก
จะรู้สึกจั๊กจี้ถ้าให้คิดถึงการเจอกันอีกชาติในหน้า

กำลังใจให้อยากเจอกันไปเรื่อยๆ
ไม่อยากเปลี่ยนคู่เลย
หาใช่สิ่งที่เกิดขึ้นง่ายๆ
ต้องอาศัยเหตุปัจจัยที่พิเศษเกินธรรมดา
มาเป็นชนวน หรือเป็นพานทองรองรับ
ซึ่งถ้ามีความเข้าใจถ่องแท้
ทั้งต้นเหตุและผลลัพธ์
ก็มีสิทธิ์อธิษฐานถูกเวลา ถูกฝาถูกตัว
เพื่อจะเกิดเป็นผู้โชคดี
ได้พบรักในฝันกันง่ายๆ
แตกต่างจากคนอีกค่อนโลก
ที่รู้จักแต่รักงั้นๆหรือครึ่งรักครึ่งเกลียดกัน

การตั้งใจอธิษฐานขอพบเจอกันไปทุกชาติ
แบ่งออกเป็น ประเภทใหญ่ๆ คือ

) มีความพิศวาสรุนแรงเป็นชนวน
อาจแค่แรกพบสบตา หรือคบหาสองสามวัน
แล้วโดนใจกันจังๆ
ดื่มด่ำเหมือนตกอยู่ในความฝัน
รู้สึกว่าเคยเป็นคู่กันมาแต่ปางก่อน
เลยเกิดวูบใหญ่ของความเชื่อขึ้นมาด้วยกัน
อธิษฐานร่วมกันว่าจะขอพบขอเจอกันตลอดไป
ไม่ว่าจะเกิดอีกกี่ชาติ

ประเภทนี้ เรียกว่า บุญเก่าผูกมัด
เกิดขึ้นในคนปกติทั่วไปได้
เพราะใครๆก็เคยอยู่ร่วมกัน
ทำบุญตักบาตรร่วมขันกันมาก่อนได้ทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆ
เห็นธาตุแท้ของกันมากๆ แล้วพบว่าเข้ากันไม่ได้
หรือกระทั่งเอารัดเอาเปรียบกัน
ทรยศกันทางเพศ
ก็อาจพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนใจ
แปรคำอธิษฐานเป็นว่า ขออย่าได้พบได้เจอกันอีก
หรือกระทั่งพลิกผันเป็นสาปแช่ง
จงตกนรกหมกไหม้อย่าได้ผุดอย่าได้เกิด
ซึ่งก็เท่ากับในชาติเดียว สร้างแรงกรรมต่อกันสองชนิด
คือ ผูกมัดด้วยความสุข
และร้อยรัดให้เป็นทุกข์
เกิดใหม่มักดึงดูดกันทางเพศ
ทนไม่ได้ต้องเข้าหากัน
แต่อยู่ด้วยกันแล้วทรมานทรกรรม ซ้ำรอยเดิมอีก

) มีสถาการณ์น่าซาบซึ้งใจเป็นชนวน
อาจแก้ปัญหา ผ่านเรื่องลำบาก
หรือกระทั่งร่วมเป็นร่วมตายกัน
มีความผูกพันเหนียวแน่นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
ไม่อยากแยกจากกันอีกเลย
เลยเกิดความแน่วแน่ที่จะขอมีแต่กันและกัน
ไม่ว่าจะเกิดอีกกี่ชาติ

ประเภทนี้ เรียกว่า เหตุการณ์พาไป
ไม่ค่อยเกิดขึ้นในคู่รักทั่วไป
เพราะสถานการณ์พิสูจน์ใจมักมาเอง ไม่ใช่แกล้งสร้าง
คู่รักประเภทนี้ถ้าเข้ากันได้ในระยะยาวก็ดีไป
แต่หากพบว่า คุยกันไปคนละเรื่องบ่อยๆ
อารมณ์แรงด้วยกันทั้งคู่
ก็จะพบว่าตัวเองรักแรง แค้นแรง
นั่นเพราะมูลการอธิษฐานเกิดจากอารมณ์ซาบซึ้งแรง
เวลาเป็นสุข รู้สึกเหมือนตายแทนให้ได้
แต่เวลาเป็นทุกข์ น้อยใจ
ก็เหมือนอยากประชดกันด้วยความตายได้เหมือนกัน

) มีบุญใหญ่ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำเป็นชนวน
อาจร่วมกันสงเคราะห์คน
อาจใส่บาตรด้วยกันทุกวัน
อาจลงแรงสร้างโบสถ์สร้างวิหารแด่นักบวชด้วยกัน
เกิดความสุขล้นหลาม ยิ่งใหญ่มหาศาล
บันดาลความรู้สึกอยากพบอยากเจอชั่วนิรันดร์

ประเภทนี้ เรียกว่า บุญใหม่หนุนนำ
เกิดขึ้นกับคนในศาสนาไหนก็ได้
และยิ่งบุญที่ทำด้วยกันใหญ่เท่าไร
ผลลัพธ์ยิ่งหนักแน่นชัดเจนเท่านั้น
ซึ่งถ้าอธิษฐานสำทับแบบเดียวกันตลอดชีวิต
ก็ไม่ต้องคิดมาก เกิดใหม่ให้ผลตามต้องการแน่ๆ
แต่ปัญหาคือ ถ้าอยู่ด้วยกันนานๆแล้วเกิดเบื่อ
ต่างฝ่ายต่างหมดใจ ไม่มีความสุขในกันและกัน
หรือกระทั่งเกิดเหตุแค้นเคืองให้อาฆาตหนักๆ
ก็อาจย้อนรอย อธิษฐานเป็นตรงข้ามด้วยความแค้น
ซึ่งมีสิทธิ์เป็นอะไรที่ซับซ้อนมากๆ
เช่น ตอนมีใจ อธิษฐานไปว่า
ขอไม่รักใครนอกจากเธอเพียงคนเดียว
พอหมดใจ ก็เหมือนไปมีคนอื่นยาก
ใจไม่เอาใคร ติดใจลึกๆอยู่กับคนคนเดียวไม่เลิก

) มีทางบุญที่ร่วมเดินกันมาเป็นฐานรองรับ
ทางบุญในพุทธศาสนา
หมายถึงการปลูกศรัทธาดีๆร่วมกันหนึ่ง
ตั้งใจรักษาศีล โดยเฉพาะข้อ ร่วมกันหนึ่ง
ฝึกมีน้ำใจต่อกัน ต่อคนและสัตว์รอบข้างหนึ่ง
คุยกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล รู้จักกุศลร่วมกันหนึ่ง
ซึ่งเมื่อจูนจิตเข้าหากันบนเส้นทางของ
ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาได้พักหนึ่ง
จะเกิดทั้งสายใยผูกพัน และทั้งรัศมีสว่างที่เข้ากัน
กระทั่งเกิดความปรารถนาจะเคียงกัน
บนทางสุขทางเจริญ ทางสวรรค์ทางนิพพาน
ไปจนกว่าจะถึงที่สุดทุกข์

ประเภทนี้ เรียกว่า มาถูกทางรักแท้
ที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ
และทรงให้การรับรองว่า
จะอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป
และพบกันอีกอย่างเป็นสุขในสัมปรายภพ
(ดู สมชีวิสูตร http://bit.ly/1SMD561 )

สรุปคือ การอธิษฐาน
เป็นแรงกระทำชนิดหนึ่ง
ถ้าชอบอธิษฐานมั่ว ก็เจอผลมั่วๆ
ยิ่งหากพื้นยืนของการอธิษฐาน เป็นบุญใหญ่
ผลลัพธ์ที่ตามมาก็มั่วใหญ่
แต่หากพื้นยืนของการอธิษฐาน
คือความเข้ากันได้ ผ่านการพิสูจน์ตัว
พิสูจน์ใจแล้วว่า อยู่ด้วยกันแล้วเป็นสุข
อย่างนี้ก็จูงมือไปสวรรค์
และพร้อมจะสนับสนุนกันและกัน
ให้ถึงนิพพานได้ในวาระสุดท้าย หรือชาติสุดท้ายได้!