ระดับจิตวัดจากคำที่ออกมาจากจิต

marked 102416

คำลงท้าย ครับ ค่ะ ฮะ ขา
เป็นส่วนเกิน
ไม่ใช่สัญชาตญาณเดิม
เติมเข้ามาเพื่อขัดเกลาจิต
ให้นุ่มนวล อ่อนโยนลง

สัญชาตญาณดั้งเดิมของคนเรา
ต้องการสื่อสารตรงๆ
เด็กทุกคนเริ่มความเข้าใจใช้คำ
จากสิ่งที่ตัวเองต้องการ
เช่น หิวนม ก็บอกพ่อแม่ห้วนๆว่าหิวนม
เป็นอันเข้าใจว่าเดี๋ยวจะได้กินนม
ซึ่งถ้าเพิ่งพูดได้ จิตยังดิบๆ
พ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร ดีใจที่ลูกพูดได้
แต่พอโตขึ้นหน่อย พอรู้ความแล้ว
ถ้ายังได้ยินแต่คำว่าหิวนมเฉยๆ
พ่อแม่จะรู้สึกเองว่า จิตลูกยังดิบเท่าเดิม
ไม่พัฒนา ไม่สุกงอมขึ้นบ้างเลย
เป็นแต่ออกคำสั่งอย่างเดียว ห้วนๆ ด้านๆ
ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่
จึงยากสั่งสอนให้ลูกพูดว่า หิวนมครับ
หรือขอนมหน่อยค่ะ

เด็กที่ไม่ถูกสอนให้ใช้คำลงท้ายดีๆกับผู้ใหญ่
จะโตขึ้นเป็นเด็กไม่มีสัมมาคารวะ
ยิ่งแข็งกระด้างมาก ยิ่งดัดยากเป็นเงาตามตัว
พ่อแม่บางคนที่เลี้ยงปล่อยๆ ขี้เกียจง้างปากลูก
ประเภทนี้มักต้องสะดุ้งด้วยความแปลกใจ
เมื่อลูกโตขึ้นกลายเป็นคนป่าเถื่อน
กระโชกโฮกฮากกับพ่อแม่ ใช้คำเลวๆกับพ่อแม่
แบบที่พ่อแม่ได้ยินแล้วเกิดปฏิกิริยาหยาบๆกลับ
ทำไมลูกกูพูดจาหมาไม่แดกขนาดนี้วะ
หยาบคายสวนกันไป หยาบคายสวนกันมา
อารมณ์ลูกเลยหยาบ ขวานผ่าซาก
ไม่ต่างจากเด็กเพิ่งพูดได้

ยุคเรามักอ้างว่า คำหยาบสื่อจิตได้ตรงๆดี
ประมาณว่า จริงใจไม่เสแสร้ง
ดีกว่าปากหวานก้นเปรี้ยว
ข้อเท็จจริง คือ ภาษามึงมาพาโวยที่ใช้กับเพื่อน
บ่งบอกว่าจิตเชื่อมติดสนิทชิดเชื้อ อันนั้นยกไว้
ไม่ได้แปลว่าจิตต่ำเสมอไป
แต่ภาษามึงมาพาโวย วะโว้ย แม่งเอ๊ย
ที่ใช้กับพ่อแม่หรือคนแปลกหน้านั้น
บ่งบอกว่า จิตผูกติดอยู่กับสัญชาตญาณดิบแน่นเหนียว
ยังไม่ถูกยกขึ้นสูง ยังไม่สุกงอมเป็นกุศล
และเมื่อจิตดิบ ผลิตถ้อยคำอกุศลกับใครต่อใครจนชิน
ความเกรงใจย่อมน้อย ความเห็นแก่ตัวย่อมมาก
พร้อมจะลงมือทำอะไร
แบบไม่เห็นหัวใคร ไม่สนหัวหงอกหัวดำได้เสมอ
บางทีตายแล้วเกิดใหม่จะได้เป็นคนป่าหรือคนเมือง
ก็ตัดสินจากวจีกรรม
คำลงท้ายที่มีกับผู้หลักผู้ใหญ่จนชินนี่เอง

เพื่อจะเลี้ยงลูกแบบพุทธ
ต้องขยันกล่อมเกลาจิตลูกให้อ่อนโยน
ด้วยการเป็นแบบอย่างความอ่อนโยน
กะเกณฑ์ให้ลูกพูดคำสุภาพ
ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสม่ำเสมอ
แล้วเขาจะโตขึ้นในกรอบของการคิดดี
อยากพูดดีได้ด้วยใจจริง

แต่หากเลี้ยงลูกแบบไม่คิดอะไรมาก
แค่นึกอยากฟังลูกพูดเพราะๆกับตัวเอง
โดยไม่สนใจว่าตัวเองพูดจาไม่น่าฟังกับลูกอย่างไร
บังคับให้ลูกอ่อนโยนกับตน
ด้วยเสียงสั่งกระด้าง ประมาณว่า
ไอ้เวร! ห้ามพูดหมาๆอย่างนี้กับกู!
มึงหยาบคายแบบนี้กูไม่เลี้ยงนะ ไอ้ห่า!
เช่นนี้ จิตลูกจะเหมือนสัตว์ร้ายในกรงขัง
ข้างในแอบเกิดปฏิกิริยาร้ายๆ แอบคิดร้ายๆ
แต่ข้างนอก ปากจำต้องอ้าสวยๆ เปล่งคำดีๆ
กลายเป็นต้นเหตุ เป็นที่มาให้ปากกับใจไม่ตรงกัน
ปากหวานกับใครต่อใคร
แต่ใจคิดคด พร้อมทรยศผู้มีพระคุณได้

คำที่ชิน คือภาษาของจิต คือระดับจิต
แม้แต่คำขึ้นต้น คำลงท้าย ก็แทบชี้ขาดได้เลยว่า
จิตลูกพร้อมจะเป็นจิตเทพหรือจิตปีศาจในกาลหน้า!