เงินคือรางวัลหรือเหยื่อล่อ?

marked 102116

งานที่คุณรัก
คืองานที่คุณพอใจจะทำ
เมื่อพอใจเรื่อยๆ
ย่อมหลั่งสารแห่งความพอใจเรื่อยๆ
สารแห่งความพอใจที่ได้ทำเรื่อยๆนั่นแหละ
คือต้นเหตุของสมาธิ
ต้นเหตุความมีสติรู้ซึ้งรายละเอียด
ภูมิใจในความแตกฉานในงานของตน

งานที่ไม่ได้เงิน
จึงมักให้อะไรยิ่งกว่าเงิน
เพราะชัดเจนว่า
รางวัลล่อใจของงานที่ไม่ได้เงิน
คือความพอใจที่ได้ทำไปเรื่อยๆ
ทุ่มเทเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงไปเรื่อยๆ
คำตอบชีวิตของหลายๆคน
โดยมากเกิดจากการทำงานที่ไม่ได้เงินนี่เอง

แต่ยุคเราเป็นยุคของการใช้เงิน
เป็นตัวล่อให้ฝืนใจกันได้
บางคนฝืนใจทำงานอันไม่เป็นที่รัก
ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ไม่สนแม้แต่เวลาหลับเวลานอน
เพียงเพราะเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องได้เงินเพิ่ม
ไม่ทำเพิ่ม ก็จนใจ ไม่มีเงินพอผ่อนโน่นผ่อนนี่
ไม่ทำเพิ่ม ก็เสียดาย ชวดเงินล่อใจ
ไม่ทำเพิ่ม ก็รู้สึกผิด ไม่มีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำเสียที

ระหว่างเล่นจนสติแตก
กับทำงานจนตัวตาย
ไม่รู้อันไหนดีกว่ากัน
ถ้าเล่นจนสติแตก
ก็ทำให้หงอย สงสัยชีวิต
คิดมากเกี่ยวกับคุณค่าของตัวเอง
วันดีคืนดีก็เครียดจนคิดอะไรไม่ออก
อยากฆ่าตัวตายเอาดื้อๆด้วยอารมณ์เหลวไหลชั่ววูบ
ครั้นจะฝืนใจทำงานหนัก ก็ใช่ว่าจะรู้สึกมีคุณค่า
เพราะยิ่งวันยิ่งเหมือนหุ่นยนต์
ต่างจากหุ่นยนต์ก็ตรงที่
ร่างกายหลั่งสารพิษแห่งความไม่พอใจ
ออกมาก่อโรคก่อภัยให้ตัวเองได้ไม่เลิก
ถึงจุดหนึ่งทนทรมานสังขารไม่ไหว
ก็คิดฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ความดันขึ้น
จนเส้นโลหิตในสมองแตกกันอยู่ดี

ถ้าคิดว่านี่เป็นเรื่องเกินจริง ก็ขอให้คิดใหม่
บางประเทศอย่างเช่นญี่ปุ่นนั้น
รัฐบาลออกมาเปิดข้อมูล
เป็นตัวเลขกันชัดๆทีเดียวว่า
สิบปีที่ผ่านมามีผู้ที่เสียชีวิต
จากการทำงานหนักเกินไป
มากกว่า ๒๐๐ รายต่อปี
หนักสุด ๓๙๒ รายต่อปี
เฉลี่ยตายเพราะงานวันละคน!
ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะออกกฎหมาย
จำกัดการทำงานล่วงเวลาแล้วก็ตาม

ในไทยก็อาจไม่น้อยหน้าอย่างที่คาด
เพราะเราได้ข่าวทำงานแล้วฟุบลงไป
ไม่เงยหน้าลืมตาขึ้นมาอีกเลยชั่วนิรันดร์
จากบริษัทเล็กบ้าง บริษัทใหญ่บ้าง
ทางที่ดี จึงขอให้ระลึกว่า
บ้างานอันเป็นที่รัก ไม่ค่อยจะเป็นไร
แต่บ้าเพราะงานที่ฝืนใจทำแลกเงิน
มักได้เงินไม่พอรักษาตัว
ไม่พอเยียวยาจิตใจ
แล้วในที่สุดก็มีสิทธิ์ตายก่อนวัยอันควรได้จริงๆ

ถ้าจะแก้ปัญหาบ้าเพราะงาน
ต้องแก้กันก่อนจะเกิดภาวะไม่ทำไม่ได้
อะไรดีๆในชีวิต เริ่มจากการเอาชนะใจตัวเอง
ไม่ยอมเป็นหนี้พะรุงพะรัง
ไม่เอาเงินในอนาคตมาซื้อสิ่งที่ยังไม่ต้องใช้
ไม่เสี่ยงมีลูกขณะที่เอาตัวเองยังไม่รอด
เพราะคนไม่มีหนี้นั่นแหละ ชีวิตดีเลือกได้
เลือกจะทำงานแลกเงินครึ่งหนึ่ง
เลือกจะทำงานแลกความสุขอีกครึ่งหนึ่ง
เพื่อความชุ่มฉ่ำกับการมีชีวิต
ไม่ใช่ฝืนทำงานถึงจุดหนึ่ง
ที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำๆไม่เลิกว่า
ทำไมชีวิตถึงเป็นอย่างนี้?’!