กรรมอดีตหรือปัจจุบันที่แรงกว่า?

14040169_1150869421636881_4942393455716453894_n

#โพสต์บทความดังตฤณวิสัชนาโดยแอดมินเบลล์ค่ะ

ถาม - กรรมในอดีตชาติกับกรรมในปัจจุบัน กรรมใดส่งผลแรงกว่ากันครับ

ดังตฤณ :
..
ไปกล่าวว่ากรรมใหม่ชนะกรรมเก่า
หรือกรรมเก่าชนะกรรมใหม่
เป็นมุมมองที่เกิดจากความเข้าใจผิดชนิดหนึ่ง
คือไปนึกว่ากรรมดีไปทำลายกรรมร้ายได้
หรือกรรมร้ายมาหักคอกรรมดีลง

ความจริงคือถ้าทำกรรมใดกรรมหนึ่งมากๆ
จนให้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามชนิดนั้นๆ
สิ่งที่จะปรากฏคือ
สภาพภายในและภายนอก
ที่ไม่เอื้อให้กรรมที่เป็นตรงกันข้าม
มีโอกาสผลิดอกออกผลได้!

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ยกตัวอย่างเช่นถ้าเป็นผู้ทำทานไว้มาก
จิตเป็นทานจริงๆ
ไม่เลือกว่าทำบุญเอาหน้า ทำบุญกับใคร
อีกทั้งฉลาดในการให้
ให้ของประณีต ให้ด้วยใจประณีต
เมื่อถวายทานแด่ผู้ทรงศีล (ไม่ว่าจะศาสนาไหน)
ก็ถวายด้วยใจเคารพ เปี่ยมปีติ
ยินดีในจิตอันเบิกบานที่เกิดขึ้นภายใน
อย่างนี้ในชาติใกล้ก็ประกันได้ว่า
ต้องไปถือกำเนิดในวงศ์ตระกูลร่ำรวย
ทีนี้ถ้าเคยทำกรรมเล็กกรรมน้อย
เช่นฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจ้อยๆ
ประเภทนกหนู แมลง แมงปอ
แม้จะเจ็บออดๆแอดๆ
ก็อาจใช้กำลังทรัพย์รักษาให้หายขาดได้ไม่ยาก

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

เรื่องทำบุญสะเดาะเคราะห์ ปล่อยนกปล่อยปลา
หรือทำบุญล้างกรรมอะไรที่เชื่อๆกันมา
ค่อนข้างเป็นเรื่องเหลวไหล และเป็นไปได้ยาก
เคยไปบีบคอเขาตาย
ให้มาปล่อยนกสองสามตัวน้ำหนักมันได้ดุลกันหรือ?

แต่ถ้ากล่าวแบบเข้าข้างศาสนาของพวกเราเอง
ก็ต้องว่าการทำกรรมแรงๆ
เช่นถวายสังฆทานด้วยใจ
ที่เปี่ยมด้วยปรารถนาเกื้อกูลพระศาสนา
ก็อาจให้ผลรุนแรงทันตาเห็น
โดยเฉพาะถ้าเผอิญได้ทำกับกลุ่มพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
หรือจับพลัดจับผลูฟลุกสุดขีด
ได้ถวายกับกลุ่มพระอริยบุคคล
มีพระอรหันต์ขีณาสพเป็นประธาน
(
ซึ่งพวกเราบางคนในนี้อาจเคยมีโอกาสนั้นมาแล้ว!)
อย่างนี้กรรมเก่าก็อาจดูบางลง
เพราะมีเหตุปัจจัยอำนวยให้มีความสุขมากขึ้น
ลำบากน้อยกว่าเก่า

.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

อีกประการหนึ่ง
หากเกิดในพุทธศาสนา
ก็มีกรรมอยู่ชนิดหนึ่งที่เป็นกลาง
แต่กลางชนิดเหนือบุญเหนือบาป
ไม่ใช่อยู่ระหว่างบาปกับบุญ
กรรมนั้นคือกรรมฐาน ทำวิปัสสนาจนจิตสงบ
และสักแต่ออกกิริยารู้ เป็นอิสระจากแรงกระทบ
ก็จะเห็นชัดจากจิตชนิดนั้นว่า
กรรมใดๆจะให้ผลวิบากก็กับรูป เวทนา สัญญา สังขาร
หรืออีกนัยหนึ่งเปลือกนอก
คือกายและความรู้สึกนึกคิดเท่านั้น
เมื่อใจสงบ ปราศจากอุปาทานในตัวตน
เก็บตัวเงียบ ส่งยิ้มเบิกบานสว่างไสวอยู่ตรงกลาง
ก็ไม่มีวิบากกรรมไหนเลยที่ล่วงเข้ามารบกวนได้

แต่ไม่ค่อยจะมีคนสร้างกรรมชนิดที่
เป็นกรรมฐานกันเท่าไหร่หรอกครับ
จะสร้างกรรมล้างกรรมเสียทีตอนชีวิตตกอับ
หันหน้าไปทางไหนมืดแปดด้านนั่นแหละ
อยากเข้าวัด อยากหาหมอดูดังๆ
นึกว่ามีสูตรสำเร็จแก้กรรมทุกชนิดแบบ
ครอบจักรวาลอยู่ที่พระครูเก่งๆ
หารู้ไม่ว่าสูตรสำเร็จของจริงนั้น
ต้องอาศัยจิตที่ฉลาดในการเห็นสภาวธรรมเป็นอนัตตา
ถ้าไม่สร้างความฉลาดเป็นการภายในให้กับจิตแล้ว
ก็ต้องเวียนว่ายอยู่กับการไม่รู้เรื่องกรรม
เจอทีก็งงเคว้งทีอย่างนี้เรื่อยไป!