คนแปลกหน้า ฆ่ากันในนามคนรัก

Screen Shot 2558-11-09 at 10.58.41 AM

ถ้าคุณลองเสิร์ชกูเกิ้ลทุกปี
ด้วยคีย์เวิร์ดประมาณ ผัวเมียฆ่ากันตาย
จะพบผลลัพธ์มากขึ้นเรื่อยๆ ปีต่อปี
แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับที่
คนส่วนใหญ่ ได้ยินข่าวพรรค์นี้
แล้วรู้สึกชินชา เห็นเป็นเรื่องธรรมดาของคนอื่น
และไม่มีวันเกิดขึ้นกับตัวเองได้

ลองถามคนรู้จัก
อาจหนึ่งในสองหรือหนึ่งในสาม
จะบอกคุณว่ารู้จักใกล้ชิด หรือรู้จักห่างๆ
กับคู่กรณีที่ฆ่ากันตาย
หรือมีแนวโน้มจะฆ่ากันตายเพราะเรื่องชู้สาว
จึงนับว่าเราอยู่ในยุคของความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
เกี่ยวกับเรื่องพรรค์นี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
เพราะเจ็บจริง ตายจริง
ไปเกิดใหม่ในที่ไม่ดีกันจริงๆ

แต่แม้หลักฐานมีอยู่มากมายว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ก็กลับมีคนจำนวนมากเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ
นึกว่าการมีกิ๊ก การนอกใจกัน
เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีไม่ได้แล้ว
ยุคทองแห่งการลองของใหม่ รสชาติใหม่ๆ มาถึงแล้ว

ข้อเท็จจริงคือ
ไม่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนถ่ายวัฒนธรรมอย่างไร
รูปยั่วน้ำลายเกลื่อนกลาดทุกป้ายรถเมล์ขนาดไหน
ใจคนก็ผูกยึดแน่นกันได้ ฝังติดคิดแค้นกันได้
กับสัญญาไม่เป็นสัญญา ผูกมัดไม่เป็นผูกมัด
ซึ่งเมื่อแค้นเข้มข้นถึงขีดสุดเมื่อไร
อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบทั้งนั้น

หากคุ้ยรายละเอียดข่าว
คุณจะพบว่าคนลงมือจำนวนมาก
มีประวัติเป็นคนดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง
ดังนั้น คุณจึงไม่อาจพยากรณ์ได้ว่า
คนดีตรงหน้าคงไม่ทำอะไรรุนแรงหรอก

คุณคิดเล่นๆตอนจะเลือกทางผ่านหรือของเล่นไม่ได้ว่า
คนนี้หน้าอ่อนๆ ใจอ่อนๆ คงไม่มีพิษไม่มีภัย
คงไม่เอาปืนมายิงตอนคุณจะชิ่งแน่ๆ
เพราะเมื่อไรใจเขาหรือเธอผูกติด หลงยึดมั่น
ตอนอาฆาตแค้นก็คิดร้าย
ตัดสินใจลงมือได้ไม่ต่างจากคนใจเหี้ยมนั่นเอง

ศีลข้อสามจึงไม่ใช่เรื่องล้าสมัย
ตรงข้าม กลับจะเป็นของทันสมัย และล้ำสมัย
ต้องนำมาเตือนสติกันมากขึ้นทั้งยุคนี้และยุคหน้า

นอกจากศีลข้อสามไม่ล้าสมัย
คำว่าอภัยก็ไม่ได้กลายเป็นคำตลกตกยุคเช่นกัน
เดี๋ยวนี้พูดเรื่องความรักหวานๆชักไม่มีใครฟัง
มีแต่คนอยากจับกลุ่มปรึกษากันว่า
จะเอาคืนอย่างไรให้สาสม

ก่อนลงมือทำอะไร
ลองนึกถึงวันที่เป็นคนแปลกหน้า
เป็นคนที่เคยต้องเกรงใจกัน
เป็นคนอื่นคนไกลที่ไม่รักไม่แค้น
ไม่เป็นที่ตั้งของใจที่คิดเป็นบุญเป็นบาป
แต่พอวันคืนผ่านไป ผูกสนิทชิดเชื้อ
เราถือวิสาสะกันอย่างไร
เหตุใดจึงเผลอยึดเขาหรือเธอ
เป็นที่ตั้งของมหาอกุศลจิต
มีสิทธิ์คิดทำปาณาติบาต
ผูกภัยผูกเวรข้ามชาติกันไปได้?

คำว่าอภัยไม่ได้นั้นไม่มี
มีแต่คิดกันไปเอง ยึดมั่นกันไปเอง
เรื่องทุกเรื่องในโลกอภัยกันได้
ถ้าไม่หลงหมกมุ่นเดินผิดทางตามๆกัน
สังเกตง่ายๆ
ถ้าหยุดคุยกับพวกเชียร์ให้เจ้าคิดเจ้าแค้น
ถ้าหยุดดูละครตบตีชิงผัวชิงเมีย
ถ้าหยุดคิดถึงคำว่าปล่อยไว้ไม่ได้
หลายๆวัน หรือหลายๆอาทิตย์เข้า
จิตใจก็จะค่อยๆกลับคืนสู่ความเป็นธรรมชาติเดิม
คือ อยากเป็นปกติสุข อยากมีความเจริญ
อยากไปให้ถึงความสว่างสูงสุดในชีวิต
เหมือนเช่นที่หลวงปู่ขาว
พลิกเปลี่ยนจากการเกือบเป็นฆาตกรฆ่าชู้
กลายเป็นพระผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน
ก็นับเริ่มจากนาทีที่คิดวางมีดวางดาบเสียได้
ซึ่งถ้าไม่ใช่นาทีแห่งมหาอภัยทานนั้น
ท่านก็คงเสียโอาสพ้นทุกข์พ้นภัย
สละสิทธิ์ในการเป็นพระอรหันต์ไปเป็นคนคุก
เป็นคนทุกข์ร้อนในความมืดมนคับแคบเสียแทน!