คนเก่งไม่ได้มีไว้วัดรอยเท้า

260816

ระหว่างแรงบันดาลใจ
กับอารมณ์ริษยา
เฉียดกันนิดเดียว
แต่ผลต่างกันมหาศาล
ถึงขั้นทั้งชีวิตถูกฉุดขึ้นเขา
หรือโดนลากลงเหวได้!

แรงบันดาลใจ
เกิดขึ้นตอนเห็นคนเก่งแล้วเกิดแรงดึงดูด
นึกชื่นชม หรือแอบอุทานในใจว่า
เก่งว่ะ! อยากทำได้อย่างนั้นมั่ง!’

ส่วนอารมณ์ริษยา
เกิดขึ้นตอนเห็นคนเก่งแล้วเกิดแรงต่อต้าน
เพ่งโทษหาที่ติ หรือนึกเทียบเขาเทียบเราดื้อๆ เช่น
หมั่นไส้! ตูก็เจ๋งเหมือนกันวะ! คอยดูตูมั่งเถอะ

แรงบันดาลใจ เป็นของสุก
เป็นไฟให้เครื่องร้อน เป็นแรงฉุดให้พุ่งไป
อยากเงยหน้าจ้องตาอยู่ที่เป้าข้างหน้า
คิดว่า เขาไปได้ เราก็ไปได้
แค่ไม่กี่วันผ่านไป ก็พบตัวเองรุดหน้าไปมาก

ส่วนอารมณ์ริษยา เป็นของดิบ
เป็นไฟให้ตาร้อน เป็นแรงกดให้หยุดอยู่
ก้มหน้าจ้องตาอยู่กับ รอยเท้าเขา รอยเท้าเรา
หาช่องเปรียบเทียบ แกแย่อย่างนั้น ข้าดีอย่างนี้
กี่ปี่ผ่านไป ก็ยังพบตัวเองวนเวียนอยู่กับที่นั่นเอง

ของดิบ กระตุ้นสัญชาตญาณดิบ
คุณจะพบว่า เมื่อตัวเองช่างสังเกตเพ่งโทษใคร
หรือหาพวกมาช่วยกันติได้เพียงครั้งหนึ่ง
จะเกิดความเคยชิน อยากคิด อยากวิจารณ์อีกเรื่อยๆ
เหมือนเครื่องจุดติดง่ายแต่ดับยาก

ถ้าสำรวจตัวเอง
พบว่าจิตใจคุกรุ่นด้วยอารมณ์เทียบเขาเทียบเรา
ก็ให้สังเกตชีวิตที่ทนย่ำอยู่กับที่ไปสักพักหนึ่ง
จนกว่าจะจับจุดถูก เริ่มเบื่อตัวเองเป็น
เบื่อความกลวงเปล่าทางความรู้สึก
เบื่ออารมณ์อยากติ อยากวิจารณ์แหลก
เบื่อหาเพื่อนรุมกระทืบคนน่าหมั่นไส้ในโซเชียล
เบื่อที่จะเห็นคนเก่งปักธงบนยอดเขา
เบื่อที่จะเห็นตัวเองยืนเกาหัวอยู่ที่ก้นเหว

เห็นความเบื่อจุกอกเหมือนใกล้จะตายบ่อยๆ
แล้วคุณจะตัดสินใจละสายตาจากคนเก่งที่คุณต้าน
อย่าแกล้งหาแรงบันดาลใจจากเขาหรือเธอ
เพราะอารมณ์ต่อต้านเป็นเรื่องลึกลับที่คุณห้ามใจไม่ได้
ให้คำตอบตัวเองยากว่าทำไมต้องไปหมั่นไส้เขา
รู้แต่ว่า อารมณ์ต่อต้านเขานั่นแหละ
ตัวถ่วงความเจริญ ถ่วงเวลาในการก้าวต่อไปของคุณ

จากนั้นกวาดตาหาใหม่
หาคนเก่งที่ดึงดูดใจคุณได้
เข้าไปอินรายละเอียดที่มาของความเก่งของเขาให้มาก
รู้ให้ได้ว่า ทุกความเก่งมีแรงบันดาลใจเสมอ
คนเก่งทุกคนใช้เวลาคุ้ม
หมดเวลาในชีวิตไปกับการพัฒนาความเก่ง
ไม่ใช่เปลืองเวลาชีวิตเพื่อเทียบความเก่งกับใคร!