สัญญา... ฝึกให้ลูกรักษาได้

220816

หลายคนที่รักอิสระมองว่า
วินัย คือการโปรแกรมคน
ให้กลายเป็นหุ่นยนต์
วินัยจึงเท่ากับพันธนาการน่าอึดอัด

และบางตำราก็แนะว่า
อย่าด่วนเอาคำสัญญาจากเด็ก
เพราะเด็กยังไม่รู้จักสัญญา
เด็กจะเอาแต่ความต้องการเฉพาะหน้า
ถ้าเด็กไม่สามารถรักษาสัญญา
ก็จะรู้สึกไม่ดีกับการรักษาสัญญา
หรือชอบหาเหตุผลแก้ตัวเพื่อผิดสัญญา

ข้อเท็จจริงก็คือ นับแต่รู้ความกัน
เด็กจะรู้จักคำสัญญาจากผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูตน
เช่น บอกว่าเดี๋ยวมานะ (ไม่ระบุเวลา)
เดี๋ยวจะมาตอน... (ระบุเวลา)
เดี๋ยวจะให้ (ให้เปล่าๆเลย)
เดี๋ยวจะให้ ถ้า... (ให้แบบมีเงื่อนไข)
การบอกว่า เดี๋ยวจะอย่างนั้น เดี๋ยวจะอย่างนี้
แล้วทำหรือไม่ทำตามที่บอก
นั่นแหละ! ความรู้สึกเกี่ยวกับคำมั่นสัญญา
ที่ลงหลักปักฐานในจิตสำนึกของเด็ก

ผู้ใหญ่โดยมาก มักไม่ให้ความสำคัญตรงนี้
พูดแล้วทำเป็นลืม สัญญาแล้วทำเป็นไขสือ
ไม่ใช่เรื่องที่มีความหมายต้องจดจำไว้ในใจ
เห็นเป็นเด็ก คงไม่เป็นไร เด็กไม่คิดมากหรอก

เด็กน้อย ไม่ใช่จะคิดน้อยกันทุกคน
และหลายเรื่องแม้ยังไม่คิดอะไรเลยก็จริง
แต่ความจำที่ได้มาจากผู้ใหญ่นั่นแหละ
ทำให้เริ่มคิด และคิดมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน!

จิตสำนึกของลูกมาจากไหน?
หากคุณเป็นพ่อแม่ที่บอกว่า
จะให้แล้วให้จริง
เย็นนี้จะกลับกี่โมง แล้วกลับตรงเวลา
วันไหนจะพาไปเที่ยว แล้ววันนั้นพาไป
นั่นแหละ! จิตสำนึกของลูกมาจากตรงนั้น
ยิ่งถ้าต้องลำบากเพื่อรักษาสัญญา
ยิ่งต้องถือเป็นโอกาสทอง
ทำให้ลูกเห็นว่าคุณต้องรีบตาลีตาเหลือก
ทำให้ลูกเห็นว่าคุณทำโน่นทำนี่มากมาย
เพียงเพื่อพยายามรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเขา
หรือถ้าเขาไม่เห็น จะพูดเล่าเสียหน่อยก็ดี
ประสบการณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับลูก
จะฝังแน่นในใจเขาเองว่า สัญญาต้องเป็นสัญญา
ไม่ใช่มาสอนกันดื้อๆ
หรือทวงสัญญากันหลังจากเป็นไม้แก่ดัดยากแล้ว

เส้นแบ่งระหว่างความอึดอัด
กับความเต็มใจที่จะรักษาสัญญา
คือ ความฝืนใจ กับความน่าพอใจ
คุณต้องแสดงให้เกิดความรู้สึกด้วยว่า
รักษาสัญญาได้แล้วภูมิใจ มีความสุข
ไม่ใช่ข้อบังคับที่ปฏิบัติแล้วเป็นทุกข์
ถ้าคิดจะให้ความสุขกับลูก
พอรักษาสัญญาได้ก็ต้องเกิดความสุขตามลูก
และถ้าคิดให้ดีก่อนรักษาสัญญา
คนเราก็มักทำได้เสมอ น้อยครั้งที่จะหลุด
เมื่อหลุดก็ต้องมีเหตุสุดวิสัยที่ชัดเจน
และมีสิ่งชดเชยกัน
อย่างน้อยที่สุดก็เช่น คำขอโทษจากความรู้สึกผิดจริงๆ
หรือไม่ก็การอธิบายเหตุผลที่ฟังขึ้น

การไม่เผลอหลุดปากสัญญาส่งเดชของคุณ
ช่วยให้ลูกไม่ปากเบา ไม่พูดอะไรส่งเดช
คุณเองจะเป็นคนแรกที่สบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วง
เพราะมั่นใจว่า ลูกพูดคำไหนก็คำนั้น
จนคุณเองประหลาดใจว่าอายุยังน้อย
ทำไมจำสัญญาแม่น
และอยากรักษาสัญญามากขนาดนั้น

แต่ถ้าเป็นตรงข้าม คุณไม่เคยใส่ใจคำสัญญาเลย
คุณก็จะเป็นคนแรกเช่นกันที่พบว่า
ยิ่งโต ลูกยิ่งเหลวไหล พูดไม่เป็นพูด
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ หรือไม่แก้ตัวเลย
ฉันจะเอาของฉันอย่างนี้แหละ!