โปเกมอน โก กำลังจะพาเราไปไหน?

13903264_1141866835870473_3366721104302170484_n

บุคคลที่เป็นต้นคิดโปเกมอน โก
เป็นประธานของนินเทนโด
ชื่อ ซาโตรุ อิวาตะ
เขาตายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
ก่อนจะรู้ว่าผลงานที่เขา
ช่วยกันคิดกับคนของบริษัทโปเกมอน
ได้เขย่าโลกครั้งมโหฬารในหนึ่งปีต่อมา

เคยมีข่าวในอเมริกาว่า
มีคนออกไปจับโปเกมอนกันตอนดึกๆ
แล้วเจอโจร
แต่ดันนึกว่าเป็นพวกจับโปเกมอนด้วยกัน
กว่าจะรู้ว่าเป็นโจรก็ตอนโดนเชือดคอ
ยังดีที่ไม่ตาย กระเสือกกระสนหนีรอดมาได้
ทว่าแทนที่จะไปโรงพยาบาล
กลับเป็นห่วงจับโปเกมอนก่อน
จับเสร็จค่อยหาหมอ!

หลายคนเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
เพราะมีรายงานอุบัติเหตุ
อันเกิดจากการเล่นโปเกมอน โก
แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
ไม่สนใจโลกตรงหน้ากันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
เข้าสถานที่ต้องห้ามโดยไม่รู้ตัว ไม่เห็นป้ายกัน
ก็ไม่ใช่น้อยๆ

ผมกลับไม่รู้สึกเป็นห่วงเท่าไร
เพราะหลังจากดาวน์โหลดมาเล่นอยู่ นาที
ด้วยความอยากรู้ว่าแก่น
หรือศูนย์กลางความดึงดูดของเกมอยู่ตรงไหน
ซึ่งพอรู้ ก็ทราบว่ายังอยู่ห่างไกล
จากคำว่าน่าเป็นห่วงมาก
เพราะในที่สุดจะมีเกมที่ซ้อนทับโลกความจริง
ทะลักพรั่งพรูออกมาแย่งส่วนแบ่งตลาดอีก
เล่นสนุกกว่านี้อีก น่าติดใจกว่านี้อีก
แล้วคนก็จะค่อยๆลืมโปเกมอน โกกันไป
อีกทั้งนานๆไปก็จะไม่ตื่นเต้นกับอะไรพรรค์นี้นัก

ก้มหน้าลงไป
ยังไงคนก็ยังเงยหน้าได้ครับ
ถึงวันนี้ ยังไม่มีอะไรน่าติดใจ
ขนาดทำให้คนเงยหน้าไม่ขึ้น
และเกมอย่างโปเกมอน โกเอง
ก็ทำให้คนเลิกเจ่าจุกอยู่กับที่
ออกเดิน ออกไปคุย (ดีๆ) กับคนแปลกหน้ามากขึ้น
เห็นโลกหลากหลายขึ้น
มันก็มีส่วนสร้างสรรค์เหมือนกันแหละ

แต่เร็วๆนี้ไม่แน่นะครับ
กูเกิ้ล ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ครองโลกตัวจริง
กำลังมีแผนใหญ่ ภายใต้การนำของ Ray Kurzweil
ซึ่งเป็นนักนักสร้างภาพอนาคต
มีผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่มาแล้ว
เขากำลังจะทำให้คนเลิกก้มหน้า
แต่เงยหน้าและลืมตาเต็มๆอยู่ในโลกอีกใบ!

เรย์มั่นใจว่า จากเทคโนโลยีที่เขาและทีมงานกำลังพัฒนา
จะสามารถฉีดนาโนบอต (หุ่นจิ๋วระดับนาโน) เข้าสมองคน
แล้วปิดการรับสัญญาณจากหูตาและร่างกาย
จากนั้นก็ป้อนสัญญาณใหม่
สร้างสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
หลอกสมองว่าเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัส
สิ่งที่ถูกออกแบบสร้างขึ้นโดยเฉพาะ
โดยสมองจับไม่ได้เลยว่าเป็นของปลอม

แทบทุกคนอยากเปลี่ยนโลก
โดยเฉพาะโลกเซ็งๆที่เราออกแบบเองไม่ได้
แต่ Ray Kurzweil กำลังจะทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้
เขาจะทำให้คนรู้ว่าเปลี่ยนโลกของจริงเป็นอย่างไร
เดี๋ยวเราจะได้ไม่ต้องคิดถึงญาติที่อยู่อีกฟากโลก
เพราะกดปุ่มปุ๊บเดียวก็เจอหน้ากันจริงๆได้
เดี๋ยวเราจะไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมกันอีก
เพราะแค่กดปุ่มก็สวยหล่อเหมือนดาราระดับโลกทันที

แต่ก็นั่นแหละ ดีที่สุดอาจสวิงมาข้างร้ายที่สุดอย่างรวดเร็ว
เดี๋ยวเราจะไม่เป็นอันได้อยู่ในโลกความจริงกัน
ทำงานเก็บเงินซื้อความจริงหลอกๆแทนบ้าน แทนรถ
ขอแค่ห้องเท่ารูหนูไว้สับสวิทช์จากโลกจริงไปโลกเสมือนก็พอ
เดี๋ยวเราจะได้มีเรื่องถกเถียงกันมากขึ้น
ที่เที่ยวไปมีเซ็กส์กับใครต่อใครในโลกเสมือนมันผิดหรือไม่ผิด
แล้วตัวจริงของเราคือใครกันแน่
ในเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนมากกว่าโลกจริง

อันเนื่องจากโลกเสมือนของ Ray Kurzweil ยังมาไม่ถึง
ผมเลยไม่ทราบว่า จะหลอกจิตได้น้องๆสวรรค์
หรือเหนือกว่าสวรรค์ของจริงหรือเปล่า
รู้แต่ว่า ถ้าเอามนุษย์คนหนึ่งไปขึ้นสวรรค์
กลับลงมาจะไม่เป็นทำอะไรครับ
อยากขึ้นสวรรค์ท่าเดียว
ไม่ต่างจากลิงได้แปลงร่างเป็นมนุษย์สักนาที
ลิงจะไม่อยากกลับไปเป็นลิงอีกเลยตลอดไป

และถ้า Ray Kurzweil สร้างโลกอนาคตได้จริงอย่างที่คิด
คุณไม่ต้องหนีไปไหน อย่างไรก็ต้องร่วมขบวนกับเขา
เพราะการสื่อสารยุคนั้นจะบีบคุณเอง
ไม่ต่างจากที่คนเคยรังเกียจหรือตั้งแง่อคติกับสมาร์ทโฟน
ในที่สุดก็ต้องหันมาใช้สมาร์ทโฟน
ไม่งั้นคุยไลน์กับเพื่อนร่วมงานและลูกค้าไม่ได้

ถ้าจะศึกษาธรรมะ ช่วงนี้ยังพอมีเวลาเหลือครับ
แต่หากรออีกสิบกว่าปี ไม่รู้โอกาสจะยังมีอยู่หรือเปล่า
ผมเคยนึกอยากสร้าง VR
เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงของคนเจริญสติ
ถ่ายทอดให้คนทั่วไปรู้ตาม ผ่าน Gear VR หรืออื่นๆ
เริ่มจากเห็นลมหายใจไปถึงสภาพจิตที่รู้จักอนัตตา
แต่พอลองศึกษาวิธีสร้างแล้ว
เห็นท่าว่ากำลังของผมคงไม่ไหวครับ
ถ้าใครทำ VR ได้ผมให้ไอเดียฟรีๆเลย
หากไม่ทำสื่อธรรมะที่เข้ากับโลกอนาคตไว้แต่เนิ่นๆ
พอได้เวลาที่อนาคตพรรค์นั้นมาถึง
ก็คงสายไปสำหรับคำว่าธรรมะกับคนยุคใหม่’!

อ้างอิง
http://www.cnet.com/news/a-look-into-the-mind-bending-google-glass-of-2029/

https://www.reddit.com/r/Futurology/comments/2n4oor/how_plausible_is_it_to_expect_microbotsnanobots/