กวีธรรม

 

ลอยนาวา

โดย คำกลาง

 

นาวาในน่านน้ำ........สงสาร

ลอยนิ่งลอยสำราญ....... เนิ่นช้า

ทะเลคลั่งลมผลาญ........ พาลล่ม ได้นา

ควรเร่งเพียรพายกล้า .......หลุดพ้นภัยกรรม 

   

นาวาลอยเที่ยงแล้ว .......ลอยลำ

ลอยมุ่งกระแสธรรม.......ปริ่มพ้น

เห็นทางนิ่งลอยถลำ.......ลอยรื่น

จิตตื่นเป็นสุขล้น.......แน่แท้นิพพาน

 

ชีวิตคนไม่พ้น.......ผลกรรม

บุญอาจอุปถัมภ์.......แล่นได้

มัวคอยคลื่นลมนำ.......พาผ่าน เชียวฤา

ลมอาจราญจิตให้.......พ่ายแพ้แรงมาร

 

ควรเราเหล่าพุทธ.......บริษัท

แสวงสิ่งมาประหัส .......กิเลสล้าง

ศีลใดพร่องติดขัด.......จัดเพิ่ม พูนเทอญ

ทานต่อเติมเสริมสร้าง....... ส่องให้ใจเจริญ

 

 

 

 

 

 

ปลอบขวัญ

โดย ศิราภรณ์ อภิรัฐ

 

...เรียงคำกลอนร่ายคำกานท์ผสานพจน์ 

มาเป็นบทกวีที่เรียบง่าย

แด่ผู้อ่านด้วยรักยิ่งทั้งหญิงชาย             

ขอให้หายจากทุกข์ทุกทุกคราว...

 

ขวัญตา...

หากเหว่ว้าจะกอดไว้ให้หายหนาว

เช็ดน้ำตาที่ไหลหลั่งถั่งพร่างพราว

ลบรอยร้าวที่ร้าวในดวงใจเธอ

 

ขวัญใจ...

อย่าร่ำไห้ปวดร้าวเศร้าเสมอ

ก็เพียงความทุกข์หนึ่งซึ่งพบเจอ

ชีพเสนอมอบไว้ให้เรียนรู้

 

ขวัญมิ่ง...

อุปสรรคคือสิ่งต้องต่อสู้

ทุกข์-เจ็บ-ช้ำ  จงมองและตรองดู

นั่นคือครูสอนเรา...ก้าวต่อไป

 

ขวัญชนม์...

มาเริ่มต้นฝ่าฟันกันครั้งใหม่

อย่าทดท้อ..อย่ารอช้า..กล้าก้าวไกล

กำลังใจมอบแด่เธอเสมอเอย

 

๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๙

 

แด่คนขยันเหงา

โดย ศิราภรณ์ อภิรัฐ

 

.....เพราะคิดว่าสุดเหงาเราจึงเหงา

เพราะคิดว่าโศกเศร้าจึงเศร้าเสมอ

เพราะคิดว่าโดดเดี่ยวจึงเปลี่ยวเพ้อ

ความคิดเธอลิขิตชีวิตตน

 

ปล่อยใจว่างวางใจไกลความเหงา

มองคนเศร้าที่จมทุกข์ทุกแห่งหน

คอยช่วยเหลือเกื้อกูลสรรพกับทุกคน

ยกใจพ้นจากความเหงาร้าวอุรา

 

ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้

นั้นยังมีคนวิโยคโศกหนักหนา

มอบน้ำใจไมตรีมีเมตตา

กรุณาเขาบ้างสร้างความดี

 

ยิ่งให้ไปยิ่งให้ปันมั่นเสมอ

จะลดความเหงาเพ้อได้เหลือที่

จิตจะแจ่มจรัสใสด้วยไมตรี

ความเหงานี้จะจากจางห่างใจตน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชีวิตนี้น้อยนัก

โดย ธรรมโอสถ

รู้ไหมว่าชีวิตนี้น้อยนิด

ทั้งโรคาพยาธิก็ถามหา

อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเวลา

ใครจะรู้บ้างว่าตายเมื่อไร

สิ่งที่ว่าแน่นอนคือนอนแน่

ไม่เลือกวัยเลือกแก่สักแค่ไหน

หากวันนั้นมาเยือนให้อุ่นใจ

ทำเหตุไว้ให้ดีไม่มีกลัว

สิ่งที่จะติดตัวไปในภายหน้า

ใช่ทรัพย์สินเงินตรามีค่าหลาย

หากแต่เป็นบุญบาปในใจกาย

ทั้งศีลทานทั้งหลายที่ได้ทำ

เราเกิดมาชาติหนึ่งพึงขวนขวาย

กิจการใดคั่งค้างเร่งสร้างสรรค์

วันเวลาผ่านไปไม่ย้อนวัน

ถึงตอนนั้นก็ยิ้มได้เมื่อภัยมา

สิ่งผิดพลาดใด ในชีวิต

ให้เร่งคิดแก้ไขใช่นั่งฝัน

แล้วเพียรสร้างกุศลใหม่ทุก วัน

ให้ทรัพย์นั้นไพบูลย์พูลทวี

ทั้งทานศีลภาวนามีค่าเลิศ

สุดประเสริฐกว่าทรัพย์ใดในโลกหล้า

ช่วยแผ้วทางพ้นทุกข์นำสุขมา

เป็นมรรคาสู่ฝั่งฝันอันไพบูลย์