ยักษ์ในตะเกียง
ตอนนี้เลยนะครับ
ถ้ามียักษ์ในตะเกียงโผล่หน้ามาถามผมว่าจะเอาอะไร ให้ขอได้ ๓ ข้อ ผมคงขอในสิ่งที่ไม่มีใครเคยคิดขอ
เอาตั้งแต่ข้อแรกสุดเลยนะ ผมจะขอให้พรอีกสองข้อเป็นหมัน หรือไม่ก็อย่าให้ผมคิดอยากได้อะไรจากยักษ์อีกเลย
นี่พูดจริงนะครับ ไม่ได้แกล้งพูดเท่ๆ
ไอ้เรื่องอยากได้น่ะอยากได้อยู่
แต่หากเข้าใจและศรัทธากฎกติกาของกรรมวิบาก
คุณจะเห็นว่าอยู่ๆได้สิ่งที่ปรารถนามาฟรีๆตามใจชอบ ๓ ประการนั้น
เป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวมากๆ ล้อเล่นไม่ได้เลย
หากยักษ์ในตะเกียงมีอำนาจวิเศษจริง
ขนาดอยู่เหนือกฎแห่งกรรม สามารถบันดาลอะไรขึ้นมาให้ผมได้
โดยไม่ต้องอาศัยกรรมใดๆของผมมาเป็นปัจจัยตั้งต้น ก็แปลได้อย่างเดียวคือยักษ์ในตะเกียงเป็นผู้สร้างระดับปฐม
หรืออีกนัยหนึ่งเป็นผู้สร้างกฎแห่งกรรมเสียเอง!
การขอบางสิ่งได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยนั้น
เท่ากับคุณอยู่นอกระบบความจริง สิ่งที่คุณได้มาย่อมไม่ใช่อะไรที่อยู่ในขอบเขตความจริง
ลองคิดดู ตอนนี้ค่าน้ำมันกำลังแพงๆ
สมมุติว่าผมขอให้มีน้ำมันเพิ่มขึ้นมาเองในถังอย่าได้มีวันหมด
ยักษ์ในตะเกียงเสกพ้วงเดียวรถของผมวิ่งได้โดยไม่ต้องเข้าปั๊มอีกเลยตลอดชีพ อะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง?
ตอนขอนั้นผมอาจลืมบอก
ว่าให้เติม ๙๑ หรือ ๙๕ ถ้ารถผมจำเป็นต้องใช้ ๙๕ แต่ยักษ์ดันเสก ๙๑
หรือดีเซลมาให้ก็จบเห่ แย่กว่านั้นคือถ้าเกิดยักษ์ไม่รู้เรื่อง
จับพลัดจับผลูเสกอะไรคล้ายๆน้ำมันหมูใส่ถังแทน รถผมคงเจ๊งแบบเคลมประกันยากหน่อย
หากมองอยู่ในขอบเขตความเป็นจริง
เมื่อรถวิ่งน้ำมันก็ต้องลดระดับลงไปเรื่อยๆ เพราะถูกนำไปเผาผลาญเพื่อใช้ขับเคลื่อนเครื่องยนต์
และในระบบความเป็นจริงนั้น
ผมต้องมีเงินมาเติมน้ำมันที่พร่องลงไป เงินนั้นมาจากการทำงานหรือไม่ก็บุญเก่า
อย่างใดอย่างหนึ่ง
อยู่ๆหากมีน้ำมันเอ่อขึ้นมาเอง
ระบบความจริงจะถูกรบกวนเป็นทอดๆ รถผมต้องวิ่งด้วยพลังลึกลับบางอย่างที่ชวนหวาดผวามากกว่าน่าภูมิใจ
ต้นเค้าของมันไม่ได้มาจากการทำงานของผม ไม่ได้มาจากเงินของผม
ไม่ได้มาจากการที่ผมเอารถเข้าปั๊ม ไม่ได้มาจากเด็กปั๊มผู้มีหน้าที่เสียบหัวจ่ายเข้าช่องรับ การขาดหายของเหตุเป็นทอดๆนั้น
คือการปรากฏตัวของผลซึ่งคุณไม่อาจพยากรณ์ได้ว่าจะต้องชดใช้ด้วยอะไร
ตามกฎความจริงอันน่าจะเป็นนั้น
ทำงานได้เงิน มีเงินใช้แลกของ พอของหมดก็เอาเงินไปแลกมาใหม่ แต่หากแหกกฎ คุณทำเรื่องเท็จให้เกิดขึ้นได้จริง
ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องรับเงินมาจากงาน ไม่ต้องเอาเงินไปแลกซื้อน้ำมันที่เขาอุตส่าห์ผลิตกันด้วยกระบวนการยุ่งยาก
อยู่ดีๆก็มีน้ำมันเต็มถังตลอดชีพ
คุณพอจะนึกออกหรือยังว่าสิ่งที่อยู่ในถังน้ำมันรถของผมควรแก่การหวาดผวาขนหัวลุกขนาดไหน
ถ้าวิ่งๆไป
น้ำมันระเหยหายไปเฉยๆ
ถ้าวิ่งๆไป น้ำมันยังเต็มถังแต่รถเกิดพยศหยุดวิ่งดื้อๆ
ถ้ายังไม่ทันวิ่ง ถังน้ำมันอยากระเบิดตูมขึ้นมาซะอย่าง
ใครจะทำไม?
ก็มันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมาแต่แรก
คิดถึงเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น
สำหรับผู้ชายที่ยังมีราคะรุมเร้าทั้งหลาย
เมื่อได้โอกาสขอพรวิเศษคงคิดถึงหญิงสาวแสนสวย เอวบางอรชรอ้อนแอ้นแขนอ่อน นิสัยดี
ช่างเอาใจ ฉลาดฉอเลาะเก่ง รวยอารมณ์ขัน ความสามารถสูง แล้วที่สำคัญรักเดียวใจเดียว
มอบกายถวายชีวิตให้คุณคนเดียว
ถ้าบอกสเป๊กหญิงในฝันที่คุณต้องการแล้วยักษ์เนรมิตให้ได้
โดยที่เธอไม่ต้องมีพ่อแม่ ไม่ต้องมีที่มาที่ไปใดๆทั้งสิ้น
คุณรู้ไหมเธอจะเป็นยังไง? คนที่ไม่ควรจะมีตัวตนแต่กลับมีตัวตนขึ้นมาได้นี่
แค่คิดก็หนาวแล้วครับ เชื่อเถอะว่าเธอทำให้สันหลังคุณเย็นได้ยิ่งกว่าผีอีก เพราะคุณจะหาคำอธิบายใดๆไม่ได้เลย
เอาแค่ง่ายๆนะครับ คุณทำอะไรมา และมีความเหมาะสมอย่างไรถึงมีสิทธิ์ครอบครองผู้หญิงเพอร์เฟกต์ขนาดนั้น?
ในจักรวาลของเหตุผล
และในโลกแห่งความเป็นไปได้จริงนี้ ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้น ไม่มีอะไรลดลงไปเฉยๆ
มีแต่การปรับแปรเปลี่ยนแปลงสภาวะตามเหตุปัจจัย ทุกอย่างมีความสอดคล้องอธิบายได้ หากจะมีมนุษย์ผู้หญิงปรากฏขึ้นมาสักคน
ก็ควรมีที่มาที่ไปตามธรรมชาติ หากเธอจะเลิศเลอสมบูรณ์แบบ ก็ควรมีปัจจัยตกแต่ง และหากเธอจะมาเป็นของคุณ
ก็ควรมีความเหมาะสมในฝ่ายคุณเป็นตัวรองรับ
แต่ขอบเขตการรับรู้ของพวกเราอาจจะจำกัด
เห็นแค่การเปลี่ยนจากน้ำแข็งเป็นน้ำเหลว เห็นแค่การเปลี่ยนจากน้ำเหลวเป็นไอน้ำ มองไม่เห็นเรื่องละเอียดในธรรมชาติแห่งการคลี่คลายมาสู่ความเป็นมนุษย์
ก็ย่อมไม่เห็นความสำคัญของเหตุผล เห็นสำคัญอย่างเดียวคือความอยากได้ของตัวเอง
โลกใบนี้ดูน่ากลัวสำหรับบางคนที่ขี้สงสัยแบบไม่รู้จะเอาคำตอบใดมาไขให้แจ้ง
สงสัยว่าทำไมมนุษย์เราไม่โชคดีเท่ากัน จู่ๆก็มีบางคนสวยหล่อมาแต่เกิด
ร่ำรวยเป็นบ้าเป็นหลังมาตั้งแต่ยังไม่ออกจากเปล
แล้วก็มีแต่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ขณะที่จู่ๆก็มีบางคนขี้ริ้วขี้เหร่เข้าขั้นอัปลักษณ์ทั้งที่ไม่เคยทำอะไรผิด
ตกระกำลำบากยากจนข้นแค้นตั้งแต่เพิ่งหายใจเป็น
แล้วก็มีแต่อุปสรรคขวากหนามตลอดชีวิตราวกับติดกรงที่ไร้กำหนดเปิด
ถ้าสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าคุณ
และสิ่งที่รายล้อมอยู่รอบตัวคุณกว้างไกลไพศาลนี้ เป็นการบันดาลของยักษ์ที่ทรงมหิทธานุภาพ ก็ช่างเป็นยักษ์ที่ลำเอียงสิ้นดี
แต่แปลกตรงที่เหตุการณ์ต่างๆกลับดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผล
เพียงแต่เป็นเหตุผลที่ถูกตัดตอนก่อนและหลังออกไป เทียบเคียงได้กับหนังสักเรื่องที่ทุกคนเห็นว่าขึ้นต้นมาก็มีพระเอก
มีนางเอก มีตัวรอง มีตัวร้าย มีเหตุการณ์ต่างๆดำเนินไปอย่างสอดรับจากต้นชนปลาย แต่อย่าถามว่าก่อนเริ่มเรื่องนั้น
บรรดาตัวละครเคยหัวเราะ เคยร้องไห้ หรือเคยก่อกรรมทำเข็ญไว้อย่างไรกันบ้าง
เพราะนักประพันธ์ไม่ได้คิดไว้ ผู้กำกับเองก็ไม่รู้ และแม้ดาราที่มาเล่นก็ไม่ถูกกะเกณฑ์ให้ต้องรับผิดชอบแม้แต่น้อย
สำหรับภาพยนตร์คงไม่มีอะไรต้องคิดมาก
เพราะเป็นเรื่องเล่นๆ ดูเอาอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลงพอให้เสร็จๆแล้วลืมๆได้
แต่น่าคิดถ้าเราพูดถึงชีวิตจริง ก่อนเกิดมากับหลังตายไปมันช่างเหมือนภาพยนตร์ในแง่ของการถูกตัดตอนเสียจริงๆ
ถ้าเกิดมาทุกคนไม่มีที่มาที่ไปที่ทำให้แตกต่างกัน และหลังจากสิ้นลมหายใจทุกอย่างจะหายไปเฉยๆ
ก็แปลว่าเรากำลังอยู่ในหนังเรื่องหนึ่งเท่านั้น
ระหว่างมีชีวิต ไม่ว่าใครเคยตั้งมูลนิธิช่วยคนอนาถา
ใครจะเคยฆ่าข่มขืนปล้นล้างโคตรอย่างไร ธรรมชาติก็จะไม่จัดหา ผล มารองรับ เหตุ เหล่านั้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น
นั่นหรือความสมจริง? อะไรที่ขาดหายไปย่อมไม่อยู่ในระบบความจริง
มองเป็นภาพใหญ่ภาพรวมคุณย่อมรู้สึกขาดๆหายๆ มันจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อขณะมีชีวิตอยู่
ธรรมชาติให้เราเห็นสิ่งต่างๆตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ทว่าก่อนมีชีวิตและหลังเสียชีวิต
ธรรมชาติกลับปล่อยให้เป็นเรื่องของความว่างเปล่าไร้เหตุผลไปเสียนี่
ความไม่รู้เหมือนๆกัน
ทำให้เราเลือกเชื่อตามอัธยาศัย
ปั้นใครขึ้นมาเป็นตัวแทนธรรมชาติป่าวประกาศสัจจะและกฎเกณฑ์ใดๆก็ได้
มนุษย์ทุกคนมีอิสระที่จะเลือกฟังในสิ่งที่ใจอยากฟัง ส่วนจะผิดหรือถูกก็ต้องรอพิสูจน์กัน
ทุกวันมีคนตายเกือบสองแสนคนทั่วโลก
ซึ่งนั่นก็แปลว่าธรรมชาติจัดแสดงมหรสพแห่งความจริงให้คนเกือบสองแสนได้ชมกันทุกวันอยู่แล้ว
เมื่อวานเกือบสองแสน วันนี้เกือบสองแสน และพรุ่งนี้ผมหรือคุณก็อาจเป็นหนึ่งในผู้ชมเกือบสองแสนที่ว่านั้นเช่นกัน