พระราชากระหายเลือด
พระราชาแคว้นพาราณาสีองค์หนึ่งบรรทมแล้วเกิดสุบินนิมิตในทางร้าย
เห็นชาวนากลุ้มรุมจะปลงพระชนม์ โดยให้เหตุผลต่างๆเกี่ยวกับความผิดของพระองค์
ซึ่งจริงบ้างไม่จริงบ้าง เมื่อตื่นจากบรรทมพระองค์จำได้ติดตรึงอยู่เหตุผลเดียว
นั่นคือชาวนาไม่เคยเห็นพระองค์ใช้พระราชอำนาจ
จึงไม่เลื่อมใสยำเกรงในความเป็นพระราชา ไม่ทราบจะปล่อยไว้ให้อยู่เหนือพวกตนทำไม
ช่วงสายของวันนั้น
พระราชาจึงเสด็จออกถามชาวนาทีละคน
มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?
ชาวนาคนแรกทูลตอบด้วยความอกสั่นขวัญแขวนว่า
ข้าน้อยมีลูกเมียต้องเลี้ยงดู
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
ชาวนาคนที่สองทูลตอบด้วยดวงตาเหลือกลานว่า
ข้าน้อยรักชีวิตยิ่ง
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
ชาวนาคนที่สามทูลตอบด้วยท่าทีใจดีสู้เสือว่า
ข้าน้อยส่งส่วยให้พระองค์มิได้ขาด
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
เพียง ๓
คนแรกถูกพระราชาสั่งประหารกลางถนนอย่างน่าอนาถ ข่าวก็ร่ำลือไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนปรึกษากันจ้าละหวั่นว่าสมควรทูลตอบคำถามของพระราชาเสียสติอย่างไรจึงจะไม่ถูกประหาร
วันต่อมา
พระราชาเสด็จเยี่ยมราษฎรอีกพร้อมคำถามเดิม
มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?
ชาวนาคนที่สี่ทูลตอบตัวสั่นงันงกตระหนกแทบสิ้นสติว่า
ข้าน้อยจงรักภักดีต่อพระองค์ด้วยชีวิต
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
ชาวนาคนที่ห้าทูลตอบเสียงแผ่วพร่าว่า
ข้าน้อยไม่เคยคิดปองร้ายต่อพระองค์เลย
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
อีก ๒
คนถูกประหารโดยไม่แจ้งเหตุผล แต่เจ้าชีวิตคือเจ้าชีวิต
ประชาชนเป็นเพียงมดปลวกที่พระราชานึกอยากบี้เล่นก็บี้ได้
ทุกคนจึงระดมความคิดกันอย่างหนักที่สุด ว่าตกลงพระราชาต้องการคำตอบใดจึงจะถูกพระทัยและไว้ชีวิต
วันต่อมา พระราชาเสด็จเยี่ยมราษฎรอีกพร้อมคำถามเดิม
มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?
ชาวนาคนที่หกทูลตอบแบบกลัวมัจจุราชสุดขีดว่า
ข้าน้อยต้องดูแลบิดามารดาที่เจ็บไข้
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
ชาวนาคนที่เจ็ดทูลตอบด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า
ข้าน้อยทำทานมากมาย มหาชนได้ประโยชน์จากการมีชีวิตของข้าน้อยเพียงคนเดียว
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
ชาวนาคนที่แปดทูลตอบทั้งขาสั่นจะเป็นลมว่า
ข้าน้อยรักความยุติธรรม เมื่อผิดค่อยว่าตามผิด
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
ชาวนาคนที่เก้าทูลตอบด้วยความเชื่อมั่นในความดีความชอบว่า
ข้าน้อยยับยั้งผองเพื่อนมิให้คิดลอบปลงพระชนม์
พระราชารับสั่งให้นายดาบตัดคอชาวนาชะตาขาดทันที
อีก ๔
คนลาโลกไปโดยยังไม่มีใครกล้าหือหรือรวมตัวประท้วง
ประชาชนเริ่มเซื่องซึมและพึมพำปลงสังเวช ต่างเลิกปรึกษากัน และเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทูลตอบประการใด
ในเมื่อพระราชาทรงพระโรคจิตเช่นนี้
วันต่อมา
พระราชาเสด็จเยี่ยมราษฎรอีกพร้อมคำถามเดิม
มีเหตุผลอะไรที่เราไม่ควรฆ่าเจ้า?
ชาวนาคนที่สิบทูลตอบอย่างไม่มีความอาลัยในชีวิตว่า
ในเมื่อพระองค์ทรงเป็นยมทูต ข้าน้อยตอบอย่างไรก็ต้องถูกประหารอยู่ดี
ก่อนตายขอข้าน้อยได้ล่วงรู้ให้หายคาใจเถิด ว่าพระองค์ประสงค์คำตอบใดกันแน่
พระราชาทรงสรวลอย่างพอพระทัย หลังจากประหารชีวิตชาวนามาเป็นวันที่สาม
เพิ่งจะมีหนึ่งในสิบที่หาญถามพระองค์เช่นนั้น
ข้าต้องการคำตอบที่ข้ารู้สึกพอใจ
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าควรตอบอย่างไร
แปลว่าแม้ข้าน้อยเงียบ
พระองค์ไม่ได้คำตอบ ก็จะทรงประทานความตายแก่ข้าน้อยอยู่ดี?
ถูกต้อง!
ถ้าเช่นนั้น
ข้าน้อยก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมพระองค์จึงไม่ควรประหารข้าน้อย
เหตุผลคืออะไร?
คือการเป็นผู้ให้สติกับพระองค์!
พระองค์ทรงตั้งโจทย์ผิด คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าพวกข้าน้อยสมควรหรือไม่สมควรถูกฆ่า
แต่อยู่ที่พระองค์สมควรหรือไม่สมควรฆ่าต่างหาก
ยามนี้พระองค์ก็เหมือนคนทั้งหลายที่ทำผิดไปเรื่อย จนกว่าจะเจอเหตุผลที่น่าพอใจ
ว่าทำไมมนุษย์จึงควรมีสำนึกผิดชอบชั่วดี
ข้าเป็นถึงพระราชา
เป็นผู้อยู่เหนือหัวของเจ้า เจ้าบังอาจว่าข้าทำผิดกระนั้นหรือ?
สิ่งที่ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ไม่ใช่ชาติกำเนิด
แต่ด้วยความสง่างามของการมีมโนธรรมและเมตตาที่สูงส่งเหนือมนุษย์
เมื่อมโนธรรมและเมตตาของพระองค์หยุดทำงาน
พระองค์ก็มีสิทธิ์ทำผิดได้เท่าๆกับคนธรรมดาที่งมหาคำตอบที่ถูกจากการตั้งคำถามที่ผิด
เมื่อไม่ได้คำตอบที่พอใจก็ดันทุรังทำผิดไปเรื่อย
เพียงเพื่อหลับลงในยามค่ำคืนด้วยความเป็นทุกข์
แล้วตื่นเช้าด้วยความกระวนกระวายออกแสวงหาสิ่งใดก็ไม่รู้
ถ้าเช่นนั้นเราจะทำผิดอีกครั้งด้วยการตัดหัวเจ้าด้วยมือเราเองเดี๋ยวนี้!
ข้าน้อยคือสติและความรู้ชอบของพระองค์
ถ้าพระองค์ประทานความตาย ก็เท่ากับฆ่าสติและความรู้ชอบอันเป็นโอกาสที่มีอยู่น้อยและหาได้ยากยิ่ง
ในเมื่อพระองค์ยืนกรานว่าจะอยู่กับความไร้สติและความไม่รู้ต่อไป
ข้าน้อยก็จนใจและขอทูลลา
พระราชาคว้าดาบจากราชมัลขึ้นมาเงื้อ
แต่แล้วก็พระทัยอ่อนในวินาทีสุดท้าย
ไว้ชีวิตชาวนาคนที่สิบและแต่งตั้งเขาเป็นอำมาตย์แทนอำมาตย์คนเดิมที่ไม่กล้าเป็นสติให้กับพระองค์