ระหว่างเทพธิดาในฝันกับนางมารของจริง
สาวน้อยบางนางแค่เดินไปเดินมา
ปลดปล่อยรังสีความน่ารักเดี๋ยวเดียวก็ได้หนุ่มๆเดินตามมาเป็นพรวนแล้ว
เพราะสำหรับเด็กหนุ่มทั่วไป คงไม่มีอะไรน่าตื่นใจเท่าสาวสวย
เห็นพวกเธอเป็นเครื่องประดับโลก เป็นแสงสว่าง เป็นตัวอย่างสวรรค์
แต่ถ้าเด็กหนุ่มคนไหนโดนดี
เจอฤทธิ์สาวสวยจังๆเข้าสักสองสามรอบ ความเจ็บหนึบย่อมเปลี่ยนความรู้สึกไป
เห็นพวกเธอเดินไปไหนมาไหนพร้อมป้ายประกาศห้อยคอเช่น รับสมัครเหยื่อรายใหม่ หรือ ยินดีพิจารณาตัวสำรองไม่จำกัดจำนวน
หรือ ถ้านึกว่ามีปัญญาก็ลองดู หรือ มาเล่นเกมที่เธอไม่มีทางชนะเอาไหม? หรือข้อความใดๆก็ตามที่บาดใจ
ชวนขยาด ไม่เหนี่ยวนำให้นึกถึงสวรรค์กันอีก
ผมเข้าใจดีว่าทำไมใจผู้ชายส่วนใหญ่ไม่มีเทพธิดาในฝันประจำใจ
หรือมีได้ไม่นานก็เหือดหายกลายเป็นอากาศธาตุไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคนี้
ที่เต็มไปด้วยสาวใจกล้ามากกว่าสาวใจดี
ความจริงที่ปรากฏรอบตัวทำให้อารมณ์หดไปหมดสิ้น ใครแต่งงานจะถูกเพื่อนเตือนให้ระวัง
เดี๋ยวนางมารในโลกแห่งความจริงจะปรากฏตัวในไม่ช้า
หลายครั้งครับ
ผมมีโอกาสฟังคำให้การของชายที่ได้ผู้หญิงในฝันมาเป็นเมีย
และเมื่อฝันที่เป็นจริงดำเนินไปสักพัก อะไรๆก็ชักส่อลางร้าย
คือพวกเธอยังเป็นผู้หญิงในฝันอยู่ ทว่าหาใช่ฝันดีฝันเด่นไม่ กลับจะเป็นฝันชวนขยาด
ควรแก่การเบือนหนีด้วยใบหน้าเหยเกเกินทน!
ถ้าให้เลือกระหว่างสองคำถามคือ
เทพธิดาในฝันมีจริงไหม? กับ เทพธิดาในฝันหายไปไหนหมด? ผมขอเลือกคำถามที่สอง
เพราะคำถามที่สองสามารถเป็นคำตอบของคำถามแรกได้!
เทพธิดาในฝันเป็นอย่างไร?
งดงามละไม มีใจอ่อนโยน ดูเป็นมิตรและไม่มีวันทำอันตรายกับใคร
ไม่มีแม้ความน่าระคายจากกระแสความคิดให้สำเหนียกสัมผัส
เห็นความติดขัดอันใดในโลกก็ช่วยแก้ไขให้คลี่คลายด้วยวิธีละมุนละม่อม
สภาพแบบเทพธิดาหายไปไหน?
หายไปกับความเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ตกอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแห่งการแย่งชิง
สภาพแวดล้อมแห่งการกระตุ้นความละโมบโลภมากและความโกรธเกลียดชิงชัง
สภาพแวดล้อมแห่งการครอบงำให้เห็นผิดเป็นชอบเข้าขั้นนึกว่ากงจักรเป็นดอกบัว
ซึ่งก็อุดมพร้อมในยุคเรายิ่งกว่ายุคไหนๆ
ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโตขึ้นพร้อมกับการเห็นดารานางแบบฉีกแข้งฉีกขา
อวดเนื้ออวดหนังแล้วได้ดี มั่งมีศรีสุข เป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาในสังคมวัตถุนิยม
คุณอย่าสงสัยเลยครับว่าเธอจะโตขึ้นพร้อมแนวคิดแบบใด
และเห็นว่าร่างกายในวัยสาวของเธอควรใช้ไปในทางใด
ถ้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโตขึ้นพร้อมกับการพบว่าใครเอารัดเอาเปรียบคนอื่นก่อนจะรอดจากการเป็นเหยื่อก่อน
คุณคงเดาได้ว่าเธอต้องโตขึ้นพร้อมความกร้าวแกร่งที่เฉียดกันกับความก้าวร้าวประมาณไหน
ฝึกใช้วาจาเชือดเฉือนเป็นตั้งแต่วัยใด
เหล่าเทพธิดาในฝันจะกลับมาได้อย่างไร?
เริ่มต้นจากการเอาชนะสิ่งแวดล้อมแย่ๆ ด้วยศรัทธาอันเกิดจากความเข้าใจที่ถูกต้อง
คุณเอาผู้หญิงคนไหนมาก็ได้ ทำให้เธอเข้าใจว่าการเป็นนางมารหาใช่เรื่องสนุก
ต้องประสบทุกข์ในภายหลังเสมอ เช่นผลของการชมชอบทิ่มตำให้คนอื่นเจ็บใจแรงๆ
คือจะต้องกลายเป็นคนเจ็บใจง่ายเสียเอง แค่เจอเรื่องน่าหงุดหงิดนิดหน่อยก็ปวดแสบปวดร้อน
เป็นฟืนเป็นไฟดับยาก สังเกตดูว่าจริงไหม
ในทางตรงข้าม
การให้ความสุขกับคนอื่นย่อมเป็นที่มาของความผาสุกสงบแก่ตนเอง
ผู้สร้างรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าคนอื่น ย่อมง่ายที่จะเกิดรอยยิ้มบนใบหน้าตนเอง
แม้เหมือนไม่มีเหตุภายนอกมาชวนให้ยิ้ม ความสุขภายในจิตก็เหนี่ยวนำให้อยากยิ้มออกมาได้
เมื่อจิตสกปรกด้วยความโลภ
โกรธ หลงแบบผิดๆ แม้ช่วงแรกของชีวิตจะยังกรุ่นด้วยความหอมหวนจากบุญเก่า
ยังไม่อาจเห็นผลร้ายมากนัก
แต่พอสั่งสมความสกปรกนานปีจนกระทั่งเกิดกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียน หมักหมมกระทั่งนั่งนอนยังไม่เป็นสุข เมื่อนั้นชีวิตจะปรากฏประดุจฝันร้ายที่อยากตื่นก็หาทางตื่นไม่ได้
เมื่อจิตสะอาดด้วยการสละความโลภ
ความโกรธ ความหลงอย่างดีพอ
แม้ช่วงแรกของชีวิตจะต้องเผชิญกับความเน่าเหม็นร้ายกาจของบาปเก่า
ยังไม่อาจเห็นผลดีมากนัก แต่พอสั่งสมความสะอาดนานปีจนกระทั่งเกิดกลิ่นหอมสดชื่น
ปลอดเชื้อร้ายกระทั่งจะหลับหรือตื่นก็เบิกบานสดใส
เมื่อนั้นชีวิตจะปรากฏประดุจฝันดีที่ยืดยาวไม่มีวันจบวันสิ้น
ใครก็ตามที่เห็นเหตุแห่งความสุขทางใจอย่างถ่องแท้
ว่าคือความดีงาม ไม่ใช่ความชั่วร้าย ก็ย่อมเลิกเห็นความดีงามเป็นเรื่องตลกตกยุค
ความชั่วร้ายต่างหากที่เป็นเรื่องล้าสมัยน่าเหน็ดหน่ายเหลือฝืน
คนเราเมื่อสะสมเหตุแห่งทุกข์มากเข้า ต่อให้สวยก็ช่วยไม่ได้ พอถอดใบหน้าอันดูดีทิ้ง
ก็จะเหลือแต่จิตใจที่ดูแย่ ทั้งเจ้าตัวและผู้ใกล้ชิดย่อมแพ้ภัยชะตากรรม
สุดแต่ว่าจะถูกฉุดให้ตกต่ำลงไปถึงไหนเท่านั้น
เมื่อเริ่มเห็นผลดีเป็นความสุขทางใจ
มีแก่ใจสังเกตเข้ามาที่โลกภายในมากขึ้น ก็ย่อมตาสว่าง รู้ความจริงไปทีละเรื่อง
ทีละลำดับ เห็นชัดว่า
๑) เพราะคิดให้
ใจจึงโปร่งโล่ง เพราะคิดเอา ใจจึงแน่นทึบ
๒) เพราะคิดอาฆาต
ใจจึงร้อนแรง เพราะคิดอภัย ใจจึงเยือกเย็น
๓) เพราะคิดขโมย
ใจจึงตกตื่น เพราะคิดสละ ใจจึงเป็นปกติ
๔) เพราะคิดเป็นชู้
ใจจึงบาดเจ็บ เพราะคิดซื่อ ใจจึงสบายดี
๕) เพราะคิดโกหก
ใจจึงบิดเบี้ยว เพราะคิดพูดจริง ใจจึงเที่ยงตรงเห็นตามจริงง่าย
๖) เพราะคิดถึงคำหยาบช้า
ใจจึงสกปรก เพราะคิดคำสุภาพ ใจจึงสะอาด
๗) เพราะคิดถึงคำเสียดแทง
ใจจึงเกิดแผล เพราะคิดพูดประโลม ใจจึงเนียนเรียบ
๘) เพราะคิดถึงคำเหลวไหล
ใจจึงแส่ส่าย เพราะคิดก่อนพูด ใจจึงมั่นคง
แต่ละข้อก่อให้เกิดความรู้สึกทางใจกับเจ้าตัวอย่างไร
กระแสจิตก็จะทอรัศมีเป็นที่รับรู้แก่สายตาคนอื่นอย่างนั้นด้วย
โดยเฉพาะเมื่อกระแสความเสียสละและกระแสศีลไหลเชี่ยวอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมย่อมปรากฏชัดประจักษ์แก่ใครต่อใครรอบตัว
สามารถเป็นแรงบันดาลใจกับคนอื่นได้อีกโสด
ทุนเดิมตามธรรมชาติกายและจิตของเพศหญิงนั้น
คือความอ่อนโยน เยือกเย็น และสว่างไสวอยู่ในตัวเอง
เมื่อประกอบพร้อมเข้ากับคุณสมบัติด้านดีของจิตครบถ้วน ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งย่อมทำเรื่องไม่ธรรมดาให้เกิดขึ้นกับโลกได้
นอกจากนี้
ยังมีการดำเนินชีวิตอีกอย่างหนึ่งของผู้หญิง
อันนำมาซึ่งรัศมีสว่างอาภาที่ฉายเกินกรอบหน้า แววตาพิสุทธิ์ซื่อแฝงสติรู้ทัน
กับรอยยิ้มงามละมุนที่ทำให้คุณนึกออกว่าเหล่าเทพธิดาบนสวรรค์เธอยิ้มกันอย่างไร ผมเคยเห็นกับตามาบ่อยจนชินๆ
การดำเนินชีวิตแบบนั้นไร้มลทินยิ่ง เพราะเว้นวรรคการเกลือกลั้วกับกิเลสหยาบ
ใช่แล้วครับ
ผมหมายถึงบรรดาผู้หญิงที่ถือศีล ๘ และปฏิบัติธรรมอย่างถูกต้อง
ใจที่ไม่คลุกคลีกามย่อมเปล่งประกายผ่องแผ้ว
จิตที่อบรมจนเกิดสติสัมปชัญญะย่อมถักทอกระแสกุศลทุกขณะ
ปัญญาที่ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นย่อมเปิดใจให้กว้างขวางเหมือนอากาศที่ปราศจากเครื่องห่อหุ้ม
คุณจะสัมผัสได้ถึงพลังกุศลทำให้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของพวกเธอ
และเห็นภาพรวมที่งดงามบาดใจเกินระดับความงามทางกายไปมาก
จนทำให้คุณนึกถึงเทพธิดาของจริงได้อย่างเต็มใจ