จากใจ บ.ก. คนใหม่หน้าเก่า
สวัสดีทุกท่านครับ _/\_
รู้สึกเหมือนผมคล้ายพนักงานบริษัท ที่ลาพักร้อนไประยะหนึ่ง หัวโล่งแล้ว หายเหนื่อยแล้ว ก็ขอกลับเข้าทำงานตามเดิม ก่อนจะได้เจอซองเงินเดือนพร้อมลายมือเจ้านายกำกับว่านี่เป็นงวดสุดท้าย พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก
ก่อนลงมือเขียนบท บ.ก. ฉบับนี้ ผมย้อนกลับไปอ่าน จดหมายข่าวจากดังตฤณครั้งสุดท้าย ซึ่งออนไลน์ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๙ เพื่อทบทวนอารมณ์ก่อนหายหน้าไป จะได้กลับมาเขียนแบบต่ออารมณ์ติด
สิ่งแรกที่อยากเอ่ยคือขอบคุณคุณกลางชล หรือน้องแต้วผู้แสนดี ที่ช่วยให้หน้าแรกของนิตยสารธรรมะใกล้ตัวมีความสว่างและน่าสนใจ ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผมไปตากอากาศมา ใครอยากรู้ว่าสองปีผ่านไปเร็วขนาดไหน ให้ถามตัวเองว่าอ่านบท บ.ก. ของคุณกลางชลไปกี่ตอนแล้ว
ช่วงแรกๆ หลายคนถามว่าทำไมผมถึงอยากให้คุณกลางชลมาเขียนหน้านี้ จริงๆคือมีอยู่วันหนึ่งที่คุณพ่อผมได้อ่านข้อเขียนหนึ่งที่เธอตอบกระทู้ในลานธรรม แล้วเปรยถามด้วยความชื่นชมว่ากลางชลนี่คนไหนนะ อ่านแล้วรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก กระทู้กำลังร้อนๆ คนเข้ามาโต้ตอบกันดุเดือด แต่อ่านของกลางชลแล้วสงบลงได้อย่างประหลาด
ตั้งแต่เห็นสีหน้าประกอบคำพูดของคุณพ่อ ผมก็แน่ใจว่าเธอเป็นนักเขียนที่ทำประโยชน์ให้พระศาสนาได้อย่างมหาศาลแน่ แต่สังเกตดูช่วงนั้นและก่อนหน้านั้น ไม่ค่อยมีใครกล่าวขวัญถึงนัก และพอคิดไปคิดมาก็บอกตัวเองว่าคงเพราะสิ่งที่เธอเขียนนั้น เป็นความเห็นที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทู้ต่างๆ เธอไม่ค่อยตั้งกระทู้เอง แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสพรีเซ็นต์ไอเดียแบบที่เป็นตัวของตัวเองเท่าใดนัก
ผมเลยเปรยๆว่าเอาไหมแต้ว ต่อไปลองเขียนหนังสือหรือทำนิตยสารดู น่าจะมีแฟนติดตรึม จำไม่ได้ว่าเธอตอบอย่างไรแน่ แต่สรุปประมาณว่าคงไม่ไหว นึกไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร คงเขียนไม่ดี ฯลฯ
ถึงวันนี้หลายคนคงช่วยกันบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าผมเล็งไว้ไม่ผิด และเป็นเธอเองที่ไม่รู้ตัวว่าเอาฝีมือเขียนมาใช้ประโยชน์ได้ขนาดไหน
พวกคุณเองก็เถอะครับ เท่าที่ผมรู้จักหลายต่อหลายคน คงยังไม่รู้ตัวหรอกว่าทำประโยชน์ให้พระศาสนาได้ยิ่งใหญ่เพียงใด เพียงแต่ยังไม่ได้คิด หรือคิดแล้วไม่เชื่อมือตัวเอง หรือเชื่อมือตัวเองแต่ไม่มีโอกาส หรือมีโอกาสแต่ยังจดๆจ้องๆอยู่ จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม
สิ่งที่สองที่อยากกล่าวในวันนี้ คือ ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ ไม่ทราบจะขอบคุณกี่ครั้งถึงจะสมกับที่ทีมงานธรรมะใกล้ตัว อุทิศแรงกายแรงใจ เหนื่อยยากร่วมกันมาตลอดสองปี ทำของฟรีที่ดีที่สุดในโลกให้มีจริงขึ้นมา
นิตยสารธรรมะใกล้ตัวของพวกคุณ พาคนมากมายไปพบกับประตูนิพพาน นับแต่พระแท้อย่างหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ไปจนกระทั่งกัลยาณมิตรที่มีตัวตนอยู่จริง สังสรรค์สมาคมกันได้จริง เป็นกำลังใจอันน่าอบอุ่นให้แก่กันได้จริง ซึ่งนับวันจะแพร่ขยายเป็นวงกว้างออกไปอย่างยากจะคะเนว่าแค่ไหนแล้ว
ถ้าพวกคุณชวนกันไปที่ต่างจังหวัด ช่วยกันสร้างวัดขึ้นมาด้วยมือเปล่า ด้วยความหวังว่าจะให้สถานที่แห่งนี้ เป็นประโยชน์กับคนในหมู่บ้านทั้งตำบล บางทีก็อาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าช่วยกันทำนิตยสารธรรมะใกล้ตัวให้เสร็จสักเล่มหนึ่ง!
ทำไมผมถึงกล่าวเช่นนั้น? แน่นอนครับ กำลังกายและกำลังใจที่ทุ่มลงไปให้กับการสร้างถาวรวัตถุ เป็นโบสถ์วิหาร เป็นพระประธาน เป็นทาง เป็นประตูเข้าออกวัด ย่อมคำนวณเป็นบุญได้ยากว่าประมาณไหน แค่ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่านี่แหละที่เรียกว่าสวรรค์อยู่ในอก ความสุข ความมีปีติตื้นตันเกินธรรมดานี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าฉันได้สวรรค์ไปจากการสร้างวัดเสร็จแน่แล้ว
แต่ให้ถามว่า สร้างวัดจะให้คนมาเอาอะไร ผมเชื่อว่าน้อยคนนักจะตอบได้เต็มปากเต็มคำ
ทุกวันนี้ แม้สร้างวัดเสร็จแล้ว คุณก็ยังไม่แน่ใจว่าคนจะพากันเข้ามาใช้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปในทางที่ศักดิ์สิทธิ์แน่หรือเปล่าด้วยซ้ำ แต่ถ้าทำนิตยสารธรรมะดีๆเสร็จสักฉบับ แบบที่คุณรู้ตัวว่าตาสว่างก่อนคนอ่าน และคนอ่านจะได้ตาสว่างตามคุณ ความน่าปลื้มนั้นได้ชื่อว่ามีเหตุผลชัดเจนเพียงพอไหม?
เข้าใจให้ดีนะครับว่าการร่วมกันสร้างวัดเป็นสิ่งควรทำเมื่อมีโอกาส ถ้าไม่มีวัดก็ไม่มีสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีศูนย์รวมชุมชนคนพุทธ ไม่มีที่อยู่ของพระผู้ทำหน้าที่สืบศาสนา แต่ผมกำลังบอกว่า ถ้าเจตนาในการสร้างวัดนั้น เป็นไปเพื่อสร้างถาวรวัตถุไว้สืบอายุพระศาสนา การช่วยกันทำนิตยสารธรรมะ ก็ไม่ได้ต่างกันเลย
นิตยสารธรรมะเป็นถาวรวัตถุเหมือนกัน แต่มีหน้าที่ต่างจากโบสถ์วิหาร ตรงที่เป็นถาวรวัตถุที่คุยกับคนได้ สืบทอดความรู้ของพระพุทธเจ้าได้ ถ่ายทอดความคิดและประสบการณ์ของคนร่วมสมัยได้
คนเราจะเข้าถึงหรือเข้าไม่ถึงศาสนา ต้องว่ากันด้วยความคิดและความเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรกนะครับ ไม่ใช่ว่ากันที่พิธีกรรมหรือกิจกรรมใดๆ
พวกคุณฝากอะไรไว้ในโลกนี้ เห็นกันในปัจจุบันว่าเป็นโลกใกล้ตัวที่ดีขึ้น ถ้าใครยังมีโลกหน้าอยู่อีก ก็คงไม่น่ากังขาว่าจะเป็นโลกไกลตัวที่สว่างกว่าปัจจุบันปานไหน
หลายคนเริ่มมีงานปรากฏต่อสาธารณชน อย่างเช่นเท่าที่ทราบ พุดน้ำบุศย์ หรือน้องหมอพริม ก็มีนิตยสารกุลสตรีให้ความสนใจนำ ของฝากจากหมอ ที่เธอเขียนอย่างต่อเนื่อง กับทั้งมีแฟนคลับอุ่นหนาฝาคั่ง โดยจะเริ่มประเดิมฉบับแรกเป็นปักษ์หลังของเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง ก็ขอแสดงความยินดีและชื่นชมไว้ด้วยครับ
สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากไว้ในการพบกันครั้งนี้ คือขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่ช่วยกันอ่าน ช่วยกันบอกต่อ เพราะสายตาทุกคู่ที่อ่าน แก้วหูทุกคู่ที่ฟัง คือส่วนช่วยรักษาพระศาสนาไว้ไม่ให้ตายตามกาล
ศาสนาอยู่ที่ไหนล่ะครับถ้าไม่ใช่ที่ใจ ถ้าปราศจากความรู้ ความคิด และความเข้าใจ ต่อให้มีวัดพุทธสักล้านแห่ง เราก็ไม่อาจกล่าวว่าพุทธศาสนายังคงอยู่ ความเหนื่อยยากลำบากพระกายของพระพุทธเจ้ายังส่งผล
อย่าเข้าใจว่าการอ่านของพวกคุณเหมือนไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมงานธรรมะใกล้ตัว เพราะพวกคุณคือเหตุผลที่ทีมงานธรรมะใกล้ตัวสละแรงกายแรงใจกันทุกสองสัปดาห์ พวกคุณคือที่มาของบุญอันไม่อาจประมาณของทีมงานทุกคน
ตราบใดจิตวิญญาณของพวกคุณยังเป็นพุทธแท้ พุทธศาสนาที่แท้จริงก็จะยังดำรงอยู่สืบไป และนั่นก็คือเป้าหมายใหญ่ที่สุดของทีมงานธรรมะใกล้ตัวทุกคน
ดังตฤณ
๑๒ กุมภาพันธ์ ๕๒
เรื่องน่าสนใจประจำฉบับ (แนะนำโดย kolf)
ควันหลงวันแห่งความรัก คุณminkbear จะมาเล่าเรื่องราวเมื่อคราว "อกหัก" ที่สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างที่หลายคนทำไม่ได้ กับเรื่อง "เปลี่ยนแปลงแล้วเปลี่ยนไป" เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรกับเขา และความเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เขาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ลองมาฟังประสบการณ์ตรงจากเขาได้ในคอลัมน์ "ธรรมะจากคนสู้กิเลส"
ลักษณะภายนอก คำพูดหรือการกระทำที่แสดงออกเป็นสิ่งที่พวกเราหลายๆคนใช้ในการตัดสินผู้อื่นเสมอ คอลัมน์ "ของฝากจากหมอ" ฉบับนี้ คุณหมอพิมพการัง มาเล่าเรื่อง "ความผิดของผม" เนื่องด้วยสมัยนิยมที่ทำให้การทำสีผมกลายเป็นเรื่องธรรมดาจนให้ค่าไม่ถูกว่าคนทำสีผมจะต้องเป็นสาวเปรี้ยวเสมอไป กับมุมมองที่หลายคนอาจมาใช้เป็นคำคมได้เลยว่า "อย่าเอาไม้บรรทัดกิเลสของตัวเอง ไปวัดกิเลสของผู้อื่น"
คอลัมน์ "แง่คิดจากหนัง" ฉบับนี้ คุณชลนิล จะพาเราไปรู้จักกับชมรมหนึ่งที่พวกเราอาจไม่คิดว่ามีอยู่ ถ้าคุณเคยอกหัก มีความหลังเจ็บปวดที่ลบไม่หาย หรือมีแผลในใจที่คิดว่าไม่มีวันจาง ขอให้บอกกับพวกเขา ชาวชมรมผ้าพันแผล (The Bandage club) รับรอง...แผลใจทุกชนิดของคุณ จะได้รับการเยียวยาอย่างดี ในเรื่อง "The Bandage Club เยียวยาหัวใจ" ความน่ากลัวที่สุดของความทุกข์ก็คือ...เราไม่รู้ว่า ตนเองคือเครื่องมือผลิตทุกข์ผู้เชี่ยวชาญที่สุด!
และข่าวดีสำหรับท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบการอ่านเรื่องราวอิงธรรมะหลายตอนต่อเนื่อง ในฉบับนี้จะเป็นตอนเริ่มต้นของเรื่องสั้นอิงธรรมะ และนิยายอิงธรรมะสองเรื่องให้ได้อ่านกันจนชุ่มปอดไปเลย กับเรื่องสั้นอิงธรรมะของ คุณเมริน เรื่อง "ก้าวตามบรมครู" ตอน "ก้าวแรกของตุ้ยนุ้ย ๑" เมื่อคุณชายแสนสำอางจะเดินทางไปอยู่วัดป่าคนเดียว เขาจะลบคำสบประมาทของคนรอบข้างได้หรือไม่ ต้องติดตามและช่วยลุ้นกันหน่อย
สำหรับท่านที่เคยประทับใจกับ "รัก พ.ศ.๑๐๐" จากปลายปากกาของคุณวิลาศินีมาแล้ว ฉบับนี้ คุณวิลาศินี ส่ง "รัก พ.ศ. ๑๐๐ ภาคสอง" มาสร้างความอิ่มเอมใจกันอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็นเรื่องราวหลังสังคายนาที่สอดแทรกทั้งสาระความรู้สมัยพุทธกาล และความบันเทิงที่น่าติดตาม เกี่ยวกับความรักของชายหนุ่มและหญิงสาวในช่วงปีที่ ๑๐๐ หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ใครอ่านแล้วอยากทบทวนเรื่องราวในภาคแรก ขอเชิญย้อนกลับไปอ่านได้ตั้งแต่ฉบับที่ ๔๖ http://dungtrin.com/mag/?46.fiction
ข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจ (โดย ทีมงานจากใจ บ.ก. ใกล้ตัว)
พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ได้เมตตารับนิมนต์ไปแสดงธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น.
ที่ชั้น ๒๒ ตึกประชุมแพทย์ (ตึกใหม่) โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ถนนพระราม ๖
อังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ น.
แสดงธรรมที่หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
สำหรับผู้ที่ได้ร่วมสนุกตอบคำถามกับคุณกลางชล ไปในฉบับที่แล้ว
ว่ามีแรงบันดาลใจและความตั้งใจอะไรใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านบ้างตอนนี้ สามารถเข้าไปดูรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับหนังสือ "จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว"
โดยคุณกลางชล ฉบับทำมือ ได้แล้วที่ link นี้นะคะ http://spreadsheets.google.com/pub?key=pTNhkBHvhRP-5ddPC8M-qSg
แอบกระซิบให้ว่า ใครที่เข้าไปตอบ ได้เป็นผู้โชคดีทุกคนเลยค่ะ : )
พบกันใหม่ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้านะคะ
สวัสดีค่ะ : )