รัก พ.ศ. ๑๐๐
วิลาศินี
(เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๔๖ http://dungtrin.com/mag/?46.fiction)
ภาคที่สอง
หลังสังคายนา
บทที่หนึ่ง
เสร็จสิ้นจากภารกิจดูแลมหาวิหาร ภาวิณีถูกเรียกตัวเข้ามาในพระราชวังตามกระแสรับสั่งของเจ้าหญิง
โดยมีนางสนมนำพาไปถึงท้ายอุทยานที่พระธิดาจันทราวตีประทับอยู่เพียงลำพัง เมื่อภาวิณีไปถึงจึงได้พบ
เจ้าหญิงในพระพักตร์ไม่สู้ดีนัก หญิงสาวเข้าไปถวายบังคมแล้วทูลถามด้วยความเป็นห่วง
พระธิดาทรงพระเกษมสำราญดีหรือเพคะ
หามิได้ ฉันกำลังมีเรื่องร้อนใจ เจ้าหญิงดำรัสกลัดกลุ้ม
เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ
เห็นพระสหายพลอยกังวลใจไปด้วย จันทราวตีจึงสรวลรื่นแล้วเอื้อมพระหัตถ์มากระชับแขนเธอให้ใกล้ชิดขึ้น
พร้อมกับ กุมมือพระสหายเอาไว้อย่างไม่ถือพระองค์ ด้วยเคยชินว่าการได้เกาะกุมมือนี้จะทำให้พอพระทัยและ
ทรงเกษมสำราญได้ดังทุกคราว
ก็คิดถึงเธอน่ะซี ช่วงนี้เสด็จพ่อเสด็จแม่รับสั่งให้ฉันอยู่แต่ในวัง
แม้แต่จะไปเยี่ยมเธอที่วิหารสักครั้งก็มิได้
ภาวิณีทอดถอนลมหายใจ มือนุ่มเย็นนั้นบีบกระชับพระหัตถ์ของเจ้าหญิงอย่างเบามือแล้วค่อยคลายออก
ก่อนจะถอยออกมาอยู่ในระยะอันควรแล้วกราบทูลอย่างอ่อนใจ
อยู่ในพระราชวัง เจ้าหญิงจันทราวตีควรวางพระองค์ให้สมพระเกียรติของราชธิดาแห่งนครสาวัตถีนะเพคะ
ที่นี่มิใช่กลางป่า พระธิดามาเดินจูงมือข้าพระองค์เช่นนี้ มิใช่เรื่องบังควรนัก
คำก็เจ้าหญิง สองคำก็พระธิดา เพียงฉันจะจูงมือเพื่อนหญิงเดินไปทั่วอุทยานก็มิได้กระนั้นหรือ
กระแสดำรัสนั้นกึ่งเอาแต่ใจพระทัย หากเป็นคนทั่วไปคงรีบกราบทูลเพื่อเอาพระทัย
หากแต่คู่สนทนาสนองพระดำรัสเรียบง่าย
ไม่บังควรเพคะ
พร้อมกับทูลถามซ้ำว่าทรงเรื่องอันใดจึงเรียกใช้ หาไม่ก็จะขอทูลลา จันทราวตีจึงตรัสด้วยพระสุรเสียงจริงจังบ้าง
เสด็จพ่อเสด็จแม่ทรงถามหา ตราประจำราชวงศ์และสัญลักษณ์แทนตัวฉัน ไม่รู้ว่าเวลานี้อยู่ที่ไหน
จันทราวตีดำรัสอย่างคับข้องในพระทัย ภาวิณีทวนคำแล้วนึกถึงวัตถุชิ้นเล็กๆที่พระธิดาตรัสถึง
สังวาลเส้นนั้นน่ะหรือเพคะ
ภาวิณีนึกถึงสร้อยสังวาลเล็กๆ ที่มิได้มีเพียงมูลค่ามหาศาลเทียมเท่าปราสาทราชวังทั้งหลัง เนื่องด้วยพระราชารับสั่ง
ให้นายช่างจัดทำไว้เพียงชิ้นเดียวในโลกเพื่อเป็น สัญลักษณ์แทนพระองค์ของเจ้าหญิงจันทราวตี และให้พระธิดาเก็บไว้
แนบกายอยู่เสมอ
ใช่ สังวาลที่บรรดานายช่างใช้เวลาทำกว่าสิบเดือน เพื่อเป็นสินสอดในพระราชพิธีวิวาห์
ยามใดฉันแต่งงานสร้อยเส้นนี้จะตกแก่พระสวามี ยามใดฉันมีลูก สร้อยเส้นนี้จะตกแก่ลูก ตอนหนีออกจากวังฉันก็กลัว
เสด็จพ่อเสด็จแม่จะรีบนำสร้อยของฉันไปให้องค์เทวินทร์เป็นตัวประกันเสียก่อน เลยพกติดตัวไปด้วย แต่ในระหว่างทาง
มีเรื่องวุ่นวาย ฉันจำไม่ได้แม้กระทั่งว่า มันหายไปตอนไหน
ภาวิณีเริ่มตระหนักว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพระธิดาเสียแล้ว
ที่น่ายุ่งยากใจกว่านั้นคือหากความลับเรื่องสังวาลหายหลุดออกไปให้คนนอกวังรู้ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
คนที่ครอบครองสังวาลไว้ หากเป็นหญิงก็ดีไป หากเป็นชาย คนผู้นั้นก็จะอ้างสิทธิ์ความเป็นพระสวามีเราได้ในทันที
หาทางออกให้ทรงสบายพระทัย ภาวิณีบอกทางแก้ให้ด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
อย่าทรงกังวลไปเลยนะเพคะ อีกไม่นาน องค์เทวินทร์จะต้องเสด็จมาที่สาวัตถี เมื่อทรงรู้ความจริงว่า
พระธิดากับสาวชาวป่าเป็นคนเดียวกัน จะต้องทรงพอพระทัยมาก รีบแต่งงานกับพระธิดาในทันที เมื่อทรงมีพระสวามีแล้ว
ค่อยรับสั่งให้บรรดานายช่างทำสังวาลเส้นใหม่สลักชื่อพระธิดาและองค์เทวินทร์ลงไปด้วย หากใครถือสังวาลเส้นเก่ามา
ก็ยกเป็นทานแก่เขาเสีย
จันทราวตียังมีร่องรอยกังวลในพระพักตร์ ภาวิณีเว้นจังหวะอย่างชั่งใจ สำหรับตนไม่เห็นว่าเครื่องประดับนอกกาย
ชิ้นไหนจะมีค่าเท่ากับใจที่ตั้งมั่นอยู่ในศีล ทาน และการภาวนา แม้ข้าวของเงินทองจะหายไปทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องน่าเดือดเนื้อร้อนใจ
เท่าใดนัก หากแต่คู่สนทนาเป็นพระธิดาของนครสาวัตถีผู้ยังต้องแบกภาระใหญ่หลวงไว้มากมาย มิใช่เรื่องง่าย ที่จะให้ทอดทิ้งหรือ
นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นี่อาจเป็นโอกาสอันดีที่เจ้าหญิงจะได้เรียนรู้การสละทรัพย์เป็นทานได้อีกประการหนึ่ง
พระสหายจึงกล่าวอย่างยินดี
การหายไปของสร้อยสังวาลของพระธิดา ทำให้ข้าพระองค์นึกถึงเรื่องราวในอดีตเรื่องหนึ่งเพคะ
เหตุการณ์เกิดขึ้นในนครสาวัตถีของเรานี้เอง
เหตุการณ์อันใดหรือ ?
ภาวิณีระบายยิ้มแล้วเล่า
ในสมัยพุทธกาลก็เคยมีสตรีผู้หนึ่งหลงลืมเครื่องประดับราคานับเป็นโกฏิกหาปนะ ไว้ในเชตวันมหาวิหาร
และระลึกได้ในเวลาเพียงออกจากประตูวัดเท่านั้น หากพระธิดาเป็นสตรีผู้นั้นจะทำประการใดเพคะ
ฉันคงต้องรีบกลับไปเอาในทันที
เพคะ นางก็ทำเช่นนั้น หากแต่เป็นเรื่องบังเอิญว่า พระอานนท์เถระได้มาเห็นเข้า จึงได้เก็บแขวนไว้
แต่ด้วยนางมีจิตใจศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นกำลังจึงถือว่าเมื่อพระเถระจับ ต้องเครื่องประดับแล้วย่อมหมายความว่า
เครื่องประดับชิ้นนั้นนางได้ถวายให้ และมอบเป็นสมบัติของวัดนับแต่บัดนั้น
น่าอนุโมทนาจริง ฉันนึกออกแล้วล่ะ เครื่องประดับชิ้นนั้นคือมหาลดาประสาธน์* และสตรีผู้นั้นก็คือนางวิสาขา
ย่าของเธอนั่นเองใช่หรือไม่
เพคะ ท่านย่าถวายมหาลดาประสาธน์แก่พระเถระ แต่พระเถระมิรู้จะทำประการใดเนื่องด้วยเครื่องประดับชิ้นนั้น
มีมูลค่ามหาศาลก็จริง แต่หาทำประโยชน์อันใดแก่วัดวาอารามมิได้ ท่านย่าจึงรับเป็นภาระในการประกาศขายเพื่อจะเอาเงินมาทำบุญ
แต่เพราะราคาแพงไม่มีผู้ใดสามารถซื้อได้ ท่านจึงซื้อเสียเอง แล้วเอาเกวียนบรรทุกเงินจำนวนทั้งหมดไปถวายพระบรมศาสดา
เงินจำนวนนั้นได้กลายเป็นต้นทุนในการสร้างวิหารบุพพารามที่เห็นอยู่ทุกวันนี้เองเพคะ
ฟังเรื่องมหาลดาประสาธน์ของท่านย่าของเธอแล้วมาเปรียบเทียบกับสร้อยสังวาลของฉัน ช่างต่างกันราวฟ้ากับดินเลยนะ
หากเธอไม่รื้อฟื้นเล่าให้ฟัง ฉันคงยังมัวกระวนกระวายอยากได้มันกลับคืนมา ขณะที่ย่าของเธอสละสมบัติที่มีค่ามากกว่าให้กับ
พุทธศาสนา เล่าลือสืบต่อกันมาเป็นเวลาร้อยกว่าปีแล้ว จันทราวตีตรัสด้วยพระพักตร์สลด
เจ้าหญิงจันทราวตีของหม่อมฉันก็ทำได้เหมือนกันนะเพคะ ไม่ว่าสังวาลเส้นนั้นจะไปตกอยู่ในมือของผู้ใด
ก็สละให้เขาเป็นทานเสีย ในเมื่อพระองค์กำลังจะมีสังวาลเส้นใหม่ไว้มอบกับพระหัตถ์องค์เทวินทร์แล้ว
อืม นั่นซีนะ สังวาลเส้นเดิมสลักชื่อจันทราวตี เส้นใหม่เราจะใช้ชื่อว่ากระไรดี ภาวิณี
เจ้าหญิงซุกซน ภาวิณีก็พลอยส่งเสริมเสียด้วย
เทวินทร์วตีสิเพคะ
หมายความว่ากระไรนั่นน่ะ
ก็เทวินทร์วรมันต์-จันทราวตี ยาวไปนี่เพคะ รวบมาให้สั้นเสียเถิด ข้าพระองค์จะได้เหนื่อยใจกับองค์หญิงน้อยกว่านี้สักหน่อย
เจ้าหญิงสรวลน้อย ๆ อย่างพอพระทัย เอื้อมพระหัตถ์จับมือของพระสหายอีกคราวอย่างตื้นตัน ตรงข้ามกับภาวิณี
ที่เมื่อกล่าวจบแล้วกลับเป็นฝ่ายกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูกว่าเรื่องราวอาจไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ตนพูดเลยสักนิด...
เป็นจริงดังที่ภาวิณีกังวล ครั้นพอองค์ราชาทรงรับทราบเรื่องสังวาลหายก็ได้มีราชโองการไปทั่วราช อาณาจักร
ประกาศมอบสิ่งตอบแทนเป็นแก้วแหวนเงินทองหรือแว่นแคว้นส่วนหนึ่งแล้วแต่ผู้ ครอบครองสังวาลจะพึงพอใจ
และแม้จะละเลยถ้อยแถลงว่าบุรุษใดมีไว้ซึ่งสังวาลเส้นนั้น จะสามารถกล่าวอ้างการเป็นพระสวามีของเจ้าหญิงจันทราวตีได้
ข่าวในราชสำนักก็แพร่งพรายไปปากต่อปาก กระทั่งแพร่สะพัดไปทั่วนครสาวัตถี...
(...อ่านตอนต่อไปในฉบับหน้า)
*มหาลดาประสาธน์ เครื่องประดับที่ขึ้นชื่อลือนามมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล เป็นศักดิ์ศรีสำหรับผู้มีบุญโดยเฉพาะ
เครื่องประดับนี้แม้จะทำเพียงสำรับเดียว ก็ต้องตั้งโรงงานโดยเฉพาะ มิฉะนั้นทำไม่สำเร็จ