บทที่ ๕ - แรงบีบคั้น
ยิ่งถูกบีบคั้นมากขึ้นเท่าใด
ใจจะยิ่งคิดถึงทางออกที่ถูกต้องน้อยลงเท่านั้น
ความต้องการปัจจัยเพื่อการอยู่รอด
แม้ไม่รู้จักศาสนาพุทธ มนุษย์ก็รู้ได้ด้วยตนเองว่าเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ ทุกคนจะต้องมีปัจจัยพื้นฐานในการหล่อเลี้ยงชีวิต สิ่งเหล่านั้นคือปัจจัย ๔ ทุกคนยอมจำนนให้ ถ้าไม่มีก็ต้องทำให้มันมี หรือถ้ามีอยู่แล้วแต่เริ่มร่อยหรอก็ต้องหาเพิ่ม มิฉะนั้นก็ต้องตายสถานเดียว
๑) อาหาร
ทุกคนต้องมีกิน เป็นสิ่งที่ถ้าไม่เติมก็ต้องตาย คนมีกินมีใช้จะไม่รู้สึกถึงความสำคัญของอาหารมากนัก ต่อเมื่ออยู่ในฐานะที่ไม่แน่ว่ามื้อต่อไปจะมีกินหรือเปล่า นั่นแหละจึงทราบว่าอาหารเป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดไหน หากอาหารปรากฏเป็นความไม่แน่นอนว่าจะมีหรือไม่มี ก็เป็นตัวบีบให้เลือกว่าต้องทำอย่างไรถึงจะมีแน่ๆ
๒) ที่อยู่อาศัย บางคนไม่เห็นด้วยว่าที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัย ๔ เพราะสามารถเร่ร่อนไปเรื่อยโดยไม่นำพาว่าจะอยู่ตรงไหนได้ช้านานเพียงใด อย่างไรก็ตาม ถ้าใครกล่าวว่าแผ่นดินสาธารณะเป็นพื้นบ้าน และท้องฟ้ากว้างเป็นเพดานใหญ่ เขาก็ต้องทำบางสิ่งเพื่อรักษาบ้านของเขาไว้อยู่ดี นั่นคือจ่ายค่าเช่าบ้านด้วยการเดินเท้าไปเรื่อยๆ แม้ขอทานก็หยุดอยู่กับที่ตลอดไปไม่ได้ เพราะที่อุจจาระปัสสาวะมันจะตันเอา พูดง่ายๆว่าอย่างไรก็ต้องโดนอึฉี่ของตนเองไล่ที่อยู่ดี
๓) เครื่องนุ่งห่ม การเป็นชีเปลือย แก้ผ้าล่อนจ้อนนั้น แม้ไม่โดนชาวบ้านเอาอิฐปาหาว่าบ้า อย่างไรเนื้อหนังมนุษย์ก็ไม่อาจทนต้านทานสภาพอากาศร้อนหนาวที่กดดันอยู่ทุกวินาทีได้ ทุกคนต้องหาเสื้อแสงผ้าผ่อนมาห่มคลุมกาย และต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆด้วย เพราะร่างกายมนุษย์มีขนาดไม่เท่าเดิมในช่วงต้นชีวิต อีกทั้งเมื่อขนาดร่างกายคงที่แล้ว การซักผ้าก็ทำให้ผ้าเปื่อยยุ่ยไปตามกาล ต้องเปลี่ยนใหม่อยู่ดี ถ้าใครมีใส่เพียงสองตัวจะเห็นผลเร็วกว่าคนทั่วไปที่มีใส่หลายสิบชิ้น
๔) ยารักษาโรค สำหรับบางคนนับว่ามีความจำเป็นน้อยมาก เพราะทั้งปีทั้งชาติแทบไม่ป่วยไข้เลย แต่สำหรับบางคนที่ถูกกรรมเก่ากดดันให้ต้องใช้ยาเป็นประจำ ก็มีความเดือดร้อนตรงนี้ แต่ละเดือนแทบไม่มีของอะไรเข้าบ้านนอกจากยากับยา
ในสังคมทุนนิยม เงินเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนปัจจัย ๔ เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าปัจจัย ๔ อันสลักสำคัญยิ่งนั้น บีบคั้นให้มนุษย์ต้อง ทำงาน เพื่อ หาเงิน
อย่างไรก็ตาม ทางมาของเงินไม่จำเป็นต้องเป็นการทำงานเสมอไป ลูกเศรษฐีอาจใช้วิธีแบมือขอเงินพ่อแม่ไปตลอดชีวิตโดยไม่มีใครเดือดร้อน ลูกคนชั้นกลางและคนรายได้น้อยอาจใช้วิธี ไถ บุพการีโดยไม่สนใจว่าพวกท่านจะต้องลำบากหาเงินไปจนแก่อย่างไร ดีขึ้นมากว่านั้นหน่อยคือบากหน้าขอยืมเงินคนรู้จักแบบตั้งใจจะใช้คืน แต่ถ้าใช้คืนไม่ได้ก็จะริชักดาบ และในที่สุดแล้ว สำหรับคนที่ไม่รู้จะขอ ไม่รู้จะรีดไถ ไม่รู้จะหยิบยืมใครก็อาจต้อง ปล้น คนไม่รู้จัก แล้วค่อยอ้างเอาในศาลว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีก
การปล้นก็ยังแบ่งออกเป็นหลายแบบ ทั้งปล้นแบบย่องเบา ปล้นแบบฉ้อฉลซึ่งหน้า ปล้นแบบเหนือเมฆระดับชาติ แต่จะอย่างไรก็เข้าข่ายลักทรัพย์ทั้งสิ้น
หากโลกนี้ไม่มีแรงบีบคั้นเป็นปัจจัย ๔ อย่างน้อยที่สุดการปล้นระดับล่างๆจะสาบสูญไป เหลือแต่การปล้นและการฉ้อฉลเพื่อจุดประสงค์อื่น
นอกจากมองในมุมของผู้ซื้อ ก็ต้องมองในมุมของผู้จำหน่าย ปัจจัย ๔ ที่คนชอบนั้น เป็นเหตุนำมาซึ่งกุศลกรรมและอกุศลกรรมของผู้ประกอบอาชีพจัดหาปัจจัย ๔ อีกด้วย
เช่น
๑) พ่อค้าอาหารอาจเลือกที่จะฆ่าสัตว์มาทำอาหาร เพราะเห็นว่าได้เงินดี เป็นที่ต้องการมาก หรืออาจเลือกทำอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ แม้ได้เงินน้อยกว่าก็สบายใจ
๒) พ่อค้าบ้านอาจต้องไล่ที่คนจนเพื่อปลูกบ้านจัดสรรให้คนรวย อาจต้องตัดสินใจฆ่าสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ที่ครองพื้นที่อยู่ก่อน
๓) พ่อค้าเสื้อผ้าอาจถลกหนังสัตว์บางชนิดมาทำเสื้อผ้าราคาแพง หรืออาจเลือกที่จะสังเคราะห์ผ้าเนื้อดีที่ไม่ทำลายธรรมชาติมาจำหน่าย
๔) พ่อค้ายาอาจต้องใช้ชีวิตหนูทดลองไปมากมายกว่าจะได้ยาใหม่สักตัว หรือมีสิทธิ์เป็นผู้ให้ทุนวิจัยกระทั่งค้นพบยาใหม่ที่รักษาโรคภัยร้ายแรงสำเร็จเป็นเจ้าแรก
จะเห็นว่าเพียงปัจจัย ๔ ก็ก่อให้เกิดกรรมทั้งฝ่ายหาเงินมาซื้อ และฝ่ายจัดหาสินค้ามาขาย มีการแข่งขัน มีการตลาด มีการแย่งชิง มีการเอารัดเอาเปรียบ มีการเพียรพยายามเพื่อทำเป้า ก่อให้เกิดอาชีพ ก่อให้เกิดวังวนกรรมแห่งการเป็นผู้ให้และผู้รับ กล่าวอย่างรวบรัดที่สุด ความจำเป็นของปัจจัย ๔ ทำให้เกิดพื้นฐานรองรับวงจรกรรมดีกรรมชั่วได้ครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว
แรงบีบคั้นให้ต้องมีปัจจัย ๔ มิใช่เรื่องของการให้ผลกรรม แต่เป็นเงื่อนไขของธรรมชาติที่วางไว้เพื่อให้เกิดการเลือกตัดสินใจว่าจะอยู่รอดแบบเอาดีหรือเอาชั่ว
เครื่องกระตุ้นโลภะ
๑) สิ่งไร้ชีวิต
ได้แก่ ทุกภาพที่ดูน่ารัก ทุกเสียงที่ฟังรื่นหู ทุกกลิ่นที่หอม ทุกรสที่หวาน ทุกสัมผัสที่สบาย รวมทั้งทุกสิ่งที่น่าพอใจของแต่ละคน อาจแบ่งออกเป็นทรัพยากรธรรมชาติเช่นน้ำมัน และสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์กับมือทั้งหลายเช่นเงิน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสิ่งไร้รูปทรงที่หอมหวนยิ่งกว่าดอกไม้ทุกชนิด คือชื่อเสียงเกียรติยศและตำแหน่งหน้าที่การงานอีกด้วย
ต่อให้โลกมนุษย์ไม่มีคนฉลาดคิดประดิษฐ์วัตถุล่อใจได้เลยสักชิ้น ธรรมชาติก็จัดสรรบางสิ่งบางอย่างไว้ให้อยู่ดี เพื่อเป็นอุปกรณ์ขับเคลื่อนเกมกรรมให้เดินหน้าไป ยกตัวอย่างเช่นบ่อน้ำมันดิบจะอยู่หลังบ้านของคนที่กรรมเก่าอนุญาตให้รวยง่ายๆ แต่ก็อาจไปอยู่ในทะเลลึกเพื่อให้พวกที่กรรมเก่าอนุญาตให้รวยด้วยการแสวงหาโดยยาก ทั้งนี้บางยุคที่ไม่มีเครื่องยนต์กลไกและไฟฟ้าใช้ น้ำมันดิบย่อมไร้ความหมาย หรือมีค่าน้อยกว่าที่กำลังเป็นอยู่ในยุคเรา ธรรมชาติก็จะจับคนสมควรรวยในยุคนั้นไปวางไว้อีกที่หนึ่ง และจัดสรรทรัพยากรมีค่าชนิดอื่นมาประเคนให้
ส่วนวัตถุที่ไม่ได้มีอยู่โดยธรรมชาติเช่น ธนบัตรสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้า มนุษย์จะผลิตขึ้นมาให้พอดีกับความจำเป็น ไม่มีรัฐบาลไหนผลิตเงินไม่จำกัดสำหรับแจกจ่ายประชาชนทุกคน เพราะเงินจะเฟ้อ ค่าของเงินจะเป็นศูนย์ แม้ผู้นั่งงอมืองอเท้าก็ถือเงินเท่าคนทำงานทั้งวันทั้งคืนได้ น่าสนใจตรงที่ว่าทั้งธรรมชาติและมนุษย์เองต่างก็ไม่แจกจ่ายสมบัติพร่ำเพรื่อ เงินจะกระจายไปสู่มือที่ทำงานและมีบุญหนุน แต่คนเรามักเรียกร้องความเสมอภาคด้วยความไม่รู้เหตุผลของธรรมชาติกรรมวิบาก และนั่นก็นำไปสู่การตีชิงวิ่งราว การหลอกลวงซึ่งหน้า การฉ้อฉลระดับชาติ การปล้นระดับโลก หรือสร้างแนวคิดอันเป็นอุดมคติสุดโต่ง เช่นแบบการปกครองที่จะให้อำนาจรัฐแบ่งสมบัติแก่ประชาชนเท่าๆกัน ซึ่งไม่มีวันเป็นไปได้จริงเลย ตราบเท่าที่ธรรมชาติกรรมวิบากยังถืออำนาจสูงสุดในการจัดสรรปันส่วนไว้ในมือ
ชื่อเสียงเกียรติยศไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำให้คุณเลิกดูถูกตัวเอง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ทำให้ตัวคุณหอมฟุ้ง แต่ยังเป็นโอกาสให้คุณเลือกทำในสิ่งที่ต้องการได้มากกว่าคนอื่น โดยทั่วไปชื่อเสียงเกียรติยศมักตามมาด้วยเงินทอง ทางเลือก และเพศตรงข้าม ทุกคนจึงอยากมีชื่อเสียงเกียรติยศกันนัก คนส่วนใหญ่ได้ชื่อเสียงมาจากหน้ากากแห่งความดี น้อยนักที่จะได้ชื่อเสียงมาจากผลงานอันบริสุทธิ์ซื่อ โดยมากเราจึงมักเห็นชื่อเสียงที่ติดกลิ่นของกรรมเหม็นๆมาด้วยเสมอ
ตำแหน่งหน้าที่การงานหาใช่เป็นเพียงเครื่องแสดงว่าคุณเป็นกลจักรชิ้นใดในองค์กร แต่ยังมีความหมายว่าคุณอยู่เหนือใครกี่คน และต้องอยู่ใต้ใครกี่ระดับ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการมีอำนาจ มีอิทธิพล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความเป็นไททางความรู้สึกนึกคิด ฉะนั้นความโลภจึงเกิดขึ้นในทุกที่ทำงาน และรูปแบบการแย่งชิงตำแหน่งก็มักไม่โสภานัก จึงหาคนมีความสุขกับความเป็นของจริงในตำแหน่งสูงๆของตนได้ยากหน่อย
โดยรวมแล้ว ทุกสิ่งบนโลกเป็นเครื่องกระตุ้นความโลภได้หมด ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา ยุคสมัย หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์แต่ละคน ยกตัวอย่างเช่นอาหารทุกชนิดปลุกเร้าอารมณ์โลภได้เสมอเมื่อกำลังหิวหรือกระหายจัดๆ เป็นต้น
๒) สิ่งมีชีวิต
ได้แก่คนรูปร่างหน้าตาดีมีแรงดึงดูดทางเพศสูง คนที่มีความเก่งเฉพาะทาง และคนที่มีเมตตาจิตน่าเข้าใกล้ ตลอดจนสัตว์สวยงามที่เหมาะจะเป็นเครื่องประดับบ้านเศรษฐี สัตว์ที่มีความน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ และสัตว์ที่มีความผูกพันเฉพาะตัว เป็นต้น
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าแม้ความรัก ราคะ ความกำหนัดยินดี ก็จัดเป็นส่วนหนึ่งของโลภะ เพราะเป็นอาการทางใจที่ดึงดูดบุคคลอันเป็นที่ตั้งของกามารมณ์เข้าหาตัว ยิ่งมีแรงดึงดูดมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความอยากได้มากขึ้นเท่านั้น
มนุษย์ทั่วไปหลงใหลใฝ่กาม ดังนั้นเมื่อมีหญิงหรือชายที่หน้าตาและเนื้อตัวส่งสัญญาณทางเพศได้แรง ก็ย่อมเป็นที่หมายปองเป็นพิเศษ เป็นเหตุให้เกิดการแย่งชิงด้วยความโลภของ คนมีสิทธิ์ จำนวนมาก กลายเป็นปัญหาวุ่นวายไม่รู้จบ ตั้งแต่สับสนเลือกคนรักไปจนกระทั่งการถูกบีบให้คบชู้สู่ชาย เจ้าตัวผู้มีพลังครอบงำทางเพศสูงๆนั้น มีอดีตกรรมคือเคยให้ทานหรือรักษาศีลอย่างดี ด้วยความปรารถนาจะเป็นที่สนใจจากเพศตรงข้ามมากๆ เมื่อเกิดใหม่ทั้งเนื้อทั้งตัวจึงเรียกร้องความสนใจทางเพศได้สูงผิดปกติ
มนุษย์ทั่วไปต้องทำงานหาเงิน ต้องการให้บริษัทห้างร้านของตนเจริญรุ่งเรือง เจ้าของกิจการจึงต้องการคนมีความรู้ความสามารถมาจัดการงานยากๆให้สำเร็จลุล่วง ดังนั้นคนยิ่งเก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการตัวมากขึ้นเท่านั้น เป็นเหตุให้เกิดการแก่งแย่งซื้อตัวจากผู้มีอำนาจทางการเงิน เจ้าตัวผู้มีความเก่งกาจเฉพาะทางหรือเก่งสารพัดรอบตัวนั้น มีอดีตกรรมคือเป็นครูผู้แพร่ความรู้ความเข้าใจไปในหมู่สานุศิษย์อย่างกว้างขวาง และมีปัจจุบันกรรมคือรักงาน ขยันคิดขยันทำ มีใจจดจ่อ และฉลาดแก้ไขกับฉลาดต่อยอด ไม่คิดย่ำอยู่กับที่
มนุษย์ทั่วไปนิยมการพึ่งพาผู้อื่นมากกว่าพึ่งพาตนเอง ดังนั้นเมื่อมีใครเข้มแข็ง ใจดี มีความเผื่อแผ่สูง จิตใจสะอาดไม่คิดร้ายหรือแม้นึกด่าใคร กระแสจิตจึงเยือกเย็น ดึงดูดคนรอบข้างให้อยากได้ใกล้ชิด กลายเป็นที่มาของการชิงดีชิงเด่นเพื่อให้ได้เป็นคนสนิท เจ้าตัวผู้มีเมตตาจิตสูงๆนั้น ประกอบบุญในทางเสียสละให้ผู้อื่นไว้มาก หรือเจริญสมาธิแบบอาศัยเมตตาจิตเป็นที่ตั้ง และสามารถแผ่รัศมีจิตได้กว้างขวาง จนกลายเป็นความเยือกเย็นระดับใหญ่ที่ให้ความรู้สึกแก่คนอยู่ใกล้แปลกไป ยิ่งกว่ารอนแรมกลางแดดร้อนแล้วพบร่มโพธิ์ร่มไทร
โดยรวมแล้ว คนที่เป็นเครื่องกระตุ้นความโลภของผู้อื่นนั้น จะมีความโน้มเอียงไปในทางเป็นสุขและพึงพอใจกับอัตภาพตัวเอง แต่ความพึงพอใจนั้นก็จะแฝงไว้ด้วยความอึดอัดรำคาญจากการถูกไล่ล่าไขว่คว้าหลายๆด้าน ตลอดจนกระทั่งมีปัญหาร้อนใจจากความเป็นผู้มีเนื้อหอมหรือจิตหอมหลายๆทาง
สัตว์บางตัวเช่นนกหรือปลาพันธุ์งดงามนั้น
แม้จะอยู่ในที่ที่ไม่ใกล้กับคน คนก็จะไปไขว่คว้ามาอยู่ใกล้ๆ
ทั้งนี้เพราะคนเราชอบสะสมบริวารและเครื่องประดับที่มีชีวิต
รวมทั้งเชื่อเคล็ดลางว่ามีสัตว์แบบนั้นแบบนี้แล้วจะดี จะเสริมดวง
สัตว์สวยงามจึงเป็นที่ตั้งของความโลภ มีสนนราคาค่าตัวแพงลิบ โดยไม่จำเป็นต้องน่าเอ็นดูหรือผูกพันกับเจ้าของเป็นพิเศษ
เพราะความงามของพวกมันก็มีค่าเกินเพชรพลอย หัวขโมยจ้องกันตาเป็นมันแล้ว
กรรมเก่าของสัตว์พวกนี้คือทำบุญแบบที่เป็นเหตุแห่งความงดงามไว้มาก
เช่นทำทานด้วยจิตเลื่อมใสศรัทธา รักษาศีลโดยอธิษฐานหรือปรารถนาความมีรูปอันโสภา
แต่ก็ทำกรรมบางอย่างที่เป็นชนวนให้เกิดใหม่ในอัตภาพสัตว์
เช่นก่อนตายผูกพันอยู่กับเรื่องไม่เป็นมงคล
ตั้งจิตให้มั่นคงอยู่ในความสว่างเป็นกุศลไม่ไหว
สัตว์บางตัวเช่นสุนัขหรือแมวนั้น หลายตัวแม้ไม่สวยงามพอจะเป็นเครื่องประดับบารมีมนุษย์ แต่ก็มีความกระต้วมกระเตี้ยมน่ารักน่าเอ็นดู กับทั้งมีคลื่นจิตที่ปรับติดเข้ากับมนุษย์ได้ง่าย มีการสนองตอบคำสั่งและสามารถรับฟังภาษาคนได้พอสมควร มนุษย์จึงจับจองเป็นเจ้าของและให้การเลี้ยงดูอย่างดี ถ้าทิ้งภาพน่ารักน่าเอ็นดูไว้มากพอ เวลาคนในบ้านจะแยกกันอยู่ก็ต้องทะเลาะเพื่อถามหาสิทธิ์ในการเลี้ยงดูกัน กรรมเก่าของสุนัขและแมวที่ใกล้ชิดคนนั้นไม่จำเป็นต้องพิเศษอะไร ขอเพียงชาติใกล้ๆเคยมีโอกาสได้เป็นมนุษย์ แต่พลาดตกต่ำด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ก็มาเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์กันแล้ว
สัตว์บางตัวไม่มีลักษณะโดดเด่น แล้วก็ไม่ได้เป็นพวกที่อยู่ใกล้มนุษย์โดยธรรมชาติ ก็อาจได้รับการอุปถัมภ์จากคนบางคนที่บังเอิญไปพบเจอตามชายป่า เกิดความถูกใจ หรือเห็นมันบาดเจ็บก็ตั้งใจนำมารักษา แล้วเกิดความผูกพัน อยากเก็บไว้เลี้ยงถาวร เช่นกระรอกกระแตบางตัว ซึ่งใครๆเห็นแล้วเฉยๆหรือมองผ่าน แต่คุณจะรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษอย่างหาคำอธิบายชัดเจนไม่ได้ ต้องนำกลับมาเลี้ยงดูประคบประหงมเป็นอย่างดี กรรมเก่าของสัตว์เหล่านี้ก็คือเคยมีความสัมพันธ์ที่ดี ที่แน่นแฟ้น ที่น่าอาลัยอาวรณ์กับคุณมาก่อน จึงมีเหตุให้มาพบและอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะถึงเวลาจากเป็นหรือจากตายอีกครั้งหนึ่ง
โดยรวมแล้ว สัตว์ที่เป็นเครื่องกระตุ้นความโลภของผู้อื่นนั้น จะมีความโน้มเอียงไปในทางเป็นสุขอยู่บ้าง แต่อย่างไรอัตภาพความเป็นสัตว์ก็ให้เพดานความสุขที่จำกัด ไม่มีช่องทางบันเทิงที่หลากหลายเหมือนมนุษย์ แล้วก็ไม่อาจพัฒนาจิตวิญญาณให้สูงส่งขึ้นกว่าอัตภาพเดิมได้ด้วยตนเอง ต้องรอคนมาอุปถัมภ์ชุบเลี้ยงและสอนสั่ง หรือรอกรรมดีเก่าๆได้จังหวะให้ผล จึงจะหลุดรอดจากอัตภาพความเป็นสัตว์ได้
เครื่องกระตุ้นโทสะ
๑) สิ่งไร้ชีวิต
ได้แก่ ทุกภาพที่ดูน่าเกลียด ทุกเสียงที่ฟังน่ารำคาญ ทุกกลิ่นที่เหม็น ทุกรสที่ขม ทุกสัมผัสที่ระคาย รวมทั้งทุกสิ่งที่ไม่น่าพอใจของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือวัตถุที่ปั้นแต่งขึ้นด้วยมือมนุษย์
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ความอดทนต่ำ แม้แสงแดดที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ หากร้อนขึ้นมาเพียงไม่กี่องศาก็ดลใจให้คนอยากเป็นบ้าอาละวาดได้ และมนุษย์ก็บอบบาง เพียงหนามกุหลาบเล็กๆที่สะกิดผิว ก็ทำให้ออกอาการคล้ายคลุ้มคลั่งกะทันหันได้ ทั่วทั้งโลกจึงดูรายรอบไปด้วยวัตถุกระตุ้นโทสะมากกว่าวัตถุที่จะกระตุ้นโลภะเสียอีก
กรรมอันเกิดจากความอ่อนแอของมนุษย์จึงมีได้มาก เช่นแกล้งปล่อยให้คนรอร้อนๆ แกล้งทำเสียงหนวกหู ฯลฯ และเมื่อบุคคลผู้ตกเป็นเป้าหมายอดรนทนไม่ได้ก็ต้องโมโหอาละวาด
ความอ่อนแอและเปราะบางของมนุษย์ยังเป็นโอกาสสร้างอาชีพ เช่นสร้างบ้านคุ้มแดดคุ้มฝนแข็งแรงทนทาน แข่งกันสร้างเครื่องปรับอากาศดีๆทำความเย็นได้ทั่วถึง ฯลฯ
สำหรับสิ่งที่มนุษย์เสกขึ้นด้วยความตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่นภาวะมลพิษในอากาศ ภาวะน้ำเสีย ตลอดจนฤดูกาลที่แปรปรวน ล้วนแล้วแต่หาคนรับผิดชอบไม่ได้ มีแต่จะต้องก้มหน้ารับสภาพร่วมกัน ขุ่นมัวร่วมกัน เป็นภูมิแพ้ร่วมกัน เหล่านี้ล้วนเป็นภาวะจำยอมที่บีบคั้นจิตใจคนส่วนใหญ่ในยุคบริโภคเทคโนโลยีล้ำสมัยของพวกเรา
กล่าวโดยสรุปคือวัตถุทุกชิ้นที่ทำให้มนุษย์เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุที่ตั้งของโทสะไปเสียทั้งสิ้น น่าสนใจตรงที่ว่ายิ่งโลกหมุนไป วัตถุอันเป็นเครื่องกระตุ้นโทสะยิ่งดูเหมือนมากขึ้นเรื่อยๆ คนๆหนึ่งอาจฟุ้งซ่านสติแตก ทำร้ายตนเอง ทำร้ายคนอื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีศัตรูที่ชัดเจนนัก สำหรับคนบางคน ก็คล้ายประกาศตัวเป็นศัตรูกับโลกทั้งใบเลยทีเดียว
๒) สิ่งมีชีวิต
ได้แก่คนที่มีลักษณะชอบหาเรื่อง คนดึงดันอย่างไร้เหตุผล คนมีความเห็นแก่ตัวสูง และคนที่ผูกเวรกัน ตลอดจนสัตว์ที่ทำความรำคาญ สัตว์ที่มีรูปลักษณ์น่ากลัว สัตว์ที่มีความน่ารังเกียจ และสัตว์ที่มีความผูกเวรเฉพาะตัว
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าความเกลียดและความกลัวก็เป็นโทสะ เพราะเป็นอาการทางใจที่ผลักบุคคลอันเป็นที่ตั้งของความกลัวออกห่าง ยิ่งมีแรงผลักมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความอยากหลีกหนีมากขึ้นเท่านั้น
มนุษย์ทั่วไปไม่ชอบมีเรื่อง
เพราะมีเรื่องแล้วเหนื่อย ดังนั้นถ้าใครมีหน้าตาท่าทางชอบหาเรื่องจนเป็นนิสัย
ก็ย่อมฉายแววให้เห็นง่ายผ่านกิริยาและวาจา
โดยมากเมื่อคบหาหรือจำเป็นต้องติดต่อกับคนจำพวกนี้ ไม่นานก็ต้องมีเรื่องกัน
เพียงกระแสความรุนแรงที่คุณสัมผัสจากจิตใจพวกเขา
ก็เพียงพอจะทำให้นึกหงุดหงิดและอยากหลีกเลี่ยงได้แล้ว เจ้าตัวผู้มีลักษณะชอบหาเรื่องนั้น
โดยมากสั่งสมความชอบใจในทางรุกราน ชอบเอาชนะด้วยกำลังกายหรือกำลังวาจา
มีความสะใจที่ได้เห็นความพ่ายแพ้หรือความกลัวเกรงของผู้อื่น
ความชอบใจแนวนี้อาจก่อตัวขึ้นในปัจจุบัน หรือสืบเนื่องอย่างยาวนานมาจากอดีตชาติ
แต่โดยมากแล้วถ้าไม่มีบุญใหญ่ประกอบอยู่ด้วยก็มักกร่างไม่ได้นาน
เนื่องจากวิบากกรรมจะเล่นงานเขาหนักมาก เช่นมีเรื่องได้ไม่หยุดหย่อน
หรือไปเกิดในอัตภาพอันหยาบ ทนทุกข์สาหัส
เมื่อกลับมาเป็นมนุษย์อีกก็เหลืออำนาจวาสนาให้มีสิทธิ์รุกรานคนอื่นได้น้อย
มนุษย์ทั่วไปชอบให้เรื่องราวต่างๆเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล ดังนั้นจึงรังเกียจการดึงดันอย่างไร้เหตุผล คนจำพวกนี้มักฉุดให้คนอื่นพลอยตกต่ำ เนื่องจากความไม่มีเหตุผลของเขากระทบคุณและจูงจิตใครๆให้พลอยไม่มีเหตุผลตามไปด้วย คนเราเมื่อโกรธเกลียดกันอย่างไร้เหตุผล ก็มักตามมาด้วยการผูกใจเจ็บยืดเยื้อ เพราะไม่ทราบจะเอาเหตุผลใดไปดับความโกรธเกลียด เจ้าตัวผู้ร้อนได้อย่างไร้สติชนิดนี้ ทำกรรมคือเพาะนิสัยชอบเอาชนะหรือจะเอาให้ได้อย่างใจโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล ไม่สนใจความชอบธรรม เพียงแค่กระแสจิตที่ปราศจากสติ