![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]()
|
แดดร่มลมตกในยามเย็น แพตรีออกดูแลรดน้ำต้นไม้ตามปกติ
สีหน้าหล่อนเต็มไปด้วยความสงบสุขและเหมือนได้รับความฉ่ำเย็นตามน้ำที่ลงรดแต่ละพันธุ์ไม้ไปด้วย
จากเช้าถึงเย็น ดูเวลาลัดผ่านไปรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
หล่อนทำงานบ้านละเอียดลออทุกซอกมุมด้วยใจจดจ่อเพื่อกันจิตมิให้ฟุ้งซ่านวกวน
แต่งานบ้านอาศัยความเคยชินในการเคลื่อนไหวทางกาย
ใช้ใจคิดอ่านเพียงเศษเล็กเสี้ยวเดียว
เปิดช่องให้เรื่องอื่นแทรกแซงได้มากมาย
จึงน่าอายที่ทบทวนแล้วพบว่าตนวกวนคิดถึงอยู่แต่คำพูด ท่วงที
และสายตาของเขาคนนั้นตลอดวัน
บอกตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงความปรารถนาเดิมที่จะตัดใจให้ขาด
เขาไปขวาหล่อนจะไปซ้าย
ทว่าแค่คิดก็รู้แล้วว่าตอนนี้หัวใจหล่อนอ่อนแรงต้านลงทุกที
รดน้ำเสร็จมาลงนั่งพรวนดินให้กุหลาบกอหนึ่งที่หลังบ้าน
สีสันออกชมพูแดงเรื่อลานตาชวนให้เกิดความรู้สึกอ่อนหวานขึ้นมาในอก
แพตรีระบายยิ้ม นึกถึงคำกล่าวลาของเขาเมื่อเช้าหลังจากใส่บาตรเสร็จ ผมต้องไปพบหลวงตาท่าน
แล้วผมจะกลับมาหาแพนะฮะ'
ตอนนั้นคิดไม่ออกว่าจะตอบอย่างไร หรือแม้กระทั่งทำสีหน้าแบบไหน
จึงจะเหมาะกับโอกาส นึกอยากหลบหน้าไปจากบ้านตลอดบ่ายด้วยซ้ำ
การอยู่รอพบเขาอาจเหมือนตอบรับสัมพันธภาพอยู่ในที
แย่ตรงที่มีทางเลือกน้อย เพราะนี่เป็นบ้านปู่ และเขาก็เป็นหลานแท้ๆ
อยากเข้าออกเมื่อไหร่ก็อ้างว่ามาหาปู่ได้ตลอด "กุหลาบสวยจัง"
แพตรีสะดุ้งสุดตัว
หันขวับมาทางต้นเสียงก็พบเขาผู้กำลังมีบทบาทกับความคิดของหล่อนอยู่เดี๋ยวนั้น
ชายหนุ่มซ่อนหัวเราะไว้
มันเป็นนิสัยเสียๆอย่างหนึ่งที่ชอบทำให้คนกำลังเผลอตัวตกใจ
เขาเป็นฝ่ายเลื่อนไปนั่งตรงหน้าหญิงสาว จ้องหน้าหล่อนยิ้มๆอย่างเอ็นดู
เอ่ยต่อด้วยสุ้มเสียงนุ่มแน่น "ผมเคยนั่งทานข้าวกลางวันบนตึกที่ทำงาน
มองออกมานอกหน้าต่าง เห็นตึกรามบ้านช่อง เห็นรถราวิ่งขวักไขว่
แล้วก็เห็นต้นไม้บนเกาะกลางถนน"
แพตรีรักษาสีหน้าเป็นปกติ
มิได้มีปฏิกิริยาอย่างใดกับการที่จู่ๆเขาก็เข้ามาแกล้งให้ตกใจเล่นเพื่อความบันเทิงเฉพาะตัว
ฟังเขาด้วยนัยน์ตาทอดนิ่งราวกับคุยกันมาอย่างต่อเนื่อง "รู้ไหมผมคิดอะไร
ผมคิดว่าตึกกับรถนี่ถ้าใช้เวลาศึกษาเสียหน่อย ผมคงเข้าใจ สามารถออกแบบ
หรือคุมงานสร้างได้ไม่ยาก
จะให้เป็นรูปร่างสมทรงแข็งแรงทันสมัยยังไงก็ได้ ไม่เกินปัญญาผมหรอก
แต่ว่า...สำหรับต้นไม้
ผมคงไม่มีทางเข้าใจเลยว่าธรรมชาติทำอย่างไร ถึงมีการแตกกิ่งก้านสาขา
ยื่นยาวออกไปในทิศต่างๆรอบตัว และผลิดอกออกใบอย่างที่เราเห็นกัน
ขั้นตอนการงอกเงยจากความเป็นเมล็ดพันธุ์ออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างนี้น่ะ
คิดดูแล้วลี้ลับจริงๆเลย
มนุษย์อาจทำได้อย่างเดียวคือใส่เมล็ดพันธุ์ต้นกำเนิดลงไปในดิน
แล้วก็ให้ปัจจัยในการเจริญเติบโตแก่มันบ้าง
นอกนั้นเป็นหน้าที่ของธรรมชาติทั้งหมด"
หญิงสาวยังฟังเขานิ่ง ประกายตาทอแววขัน มุมปากเริ่มแย้มออกหน่อยๆ
อาจเห็นว่าอยู่ๆเขาก็เอาอะไรมาเพ้อเจ้อให้ฟังกระมัง
เกาทัณฑ์สบตาตอบด้วยใจที่เปิดเผย ก่อนเสหันมองหลังคาบ้าน "บ้านหลังนี้ดีนะ
มีต้นไม้เยอะ
และทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติการเติบโตของต้นหมากรากไม้
มีส่วนสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจิตใจของผู้เลี้ยงยังไง
เคยได้ยินว่าคนมือร้อนปลูกต้นไม้แล้วชืดเฉา
ต้องคนมือเย็นถึงจะปลูกแล้วงามตา ผมลองสังเกตดูแล้ว
ทุกต้นในบ้านนี้ดูมีชีวิตชีวาและเหมือนส่งยิ้มทักทายผู้มาเยือนให้สดชื่นได้ทุกเมื่อ
เรียกว่าเห็นต้นไม้แล้วรู้เลยว่าใจคอเจ้าของเป็นอย่างไร
และมีมือเย็นขนาดไหน"
ชายหนุ่มหันกลับมามองมือเรียวสมส่วนของแพตรี ก่อนเหลือบขึ้นมองหน้า
เห็นหล่อนกำลังมองพินิจเขาด้วยดวงตาคู่สวย
นิลเนตรฉายแววนิ่งดูมีพลังสะกดผู้ถูกจับจ้องให้อ่อนระยอบอยู่ในอำนาจอิตถี
กระแสความดีที่ผนวกกับรูปกายอันเกิดแต่บุญเก่าอย่างลงตัว
ส่งให้หล่อนเป็นเสมือนสิ่งมีค่าถูกตั้งไว้บนที่สูงอย่างน่ากลุ้มเมื่อคิดไขว่คว้า
เกาทัณฑ์คุมสติและสั่งตนเองไม่ให้เกิดความหลง
ยิ่งหลงเท่าไหร่ยิ่งอ่อนแอเท่านั้น ใครจะไปอยากพิศวาสคนอ่อนแอเล่า "แพรู้ไหม
ทำไมต้นไม้ต่างชนิดต่างพันธุ์พวกนี้ถึงมีกิ่งก้านสาขาตามแบบที่เราเห็น
มีเหตุผลอะไรกับการเป็นดอกกุหลาบสีแดง มีเหตุผลอะไรกับการมีหนามแหลม?"
แพตรีฟังคำถามอจินไตยนั้น นัยน์ตายังจ้องเขาไม่วาง มุมปากยังแต้มยิ้ม
ริมฝีปากอิ่มล่างบางบนขยับเหมือนจะลังเลหาคำพูดอยู่เป็นครู่
ก่อนตอบในที่สุดว่า "เพื่อให้เราเห็นมันเป็นอย่างนั้นมั้งคะ"
เกาทัณฑ์เลิกคิ้วคิดตามคำพูดหล่อนเล็กน้อย
ก่อนเม้มปากลากเสียงยาวราวกับเกิดความเข้าอกเข้าใจเต็มตื้น "อื๊อม์!...
ความหน้าตายของเขาทำให้แพตรีอดหัวเราะไม่ได้ตามเคย ที่แท้ธรรมชาติก็ต้องการเอาใจมนุษย์และสัตว์
เข้าทีมาก น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มองข้ามความน่าชื่นใจของธรรมชาติไปนะ
เห็นต้นไม้บ้านนี้แล้วผมอยากมานอนเล่นที่นี่ทุกวันเลย คงหลับสบายน่าดู
หญิงสาวเบนมองทางหน้าบ้านแล้วถามว่า เข้ามาได้ยังไงคะ
คงปีนรั้วใช่ไหมนี่? เปล่าฮะ
ยังกลางวันอยู่ ไม่ได้เวลาปีน
เผอิญปู่ลงมานั่งเล่นหน้าบ้านน่ะ แล้วทำไมไม่อยู่คุยกับท่านล่ะคะ? รู้ใจฮะ
เห็นหน้าผมปู่ก็นึกรำคาญแล้ว รีบเลี่ยงมาหาแพดีกว่า แพคงไม่รำคาญผมหรอก รู้ได้ยังไง?
ประสานตากันนิ่ง ชายหนุ่มยิ้มอ่อน
สงสัยขึ้นมาเล่นๆว่าถ้าตอนนี้เขารวบร่างกลมกลึงตรงหน้าเข้ามากอดแนบอกตามใจตนเอง
จะโดนปู่เล่นงานถึงขั้นหัวร้างข้างแตกหรือเปล่า เมื่อกี้พอไหว้ปู่
ปู่รีบบอกว่าแพอยู่หลังบ้าน
แพตรีวางเสียมเล็กในมือลงข้างกาย
ก่อนกล่าวเชื้อเชิญเขาด้วยท่าทีมีมารยาทเยี่ยงผู้มีหน้าที่ต้อนรับอาคันตุกะ ไปนั่งที่ดีๆเถอะค่ะ
เดี๋ยวจะหาน้ำให้
ชายหนุ่มรู้ทันว่าหล่อนคงพาไปนั่งใกล้ปู่เป็นแน่ จึงวิงวอนว่า ขอนั่งสบายๆบนหญ้านุ่มนี่สักพักเถอะฮะแพ
ผมชอบกลิ่นมะลิแรงๆปนกลิ่นไอดินหลังรดน้ำต้นไม้อย่างนี้จัง
อยู่แต่บนตึก ห่างดินห่างหญ้ามานานเต็มที
นะ ชอบธรรมชาติด้วยหรือคะ?
ถามอย่างดูออกว่าเขาเป็นประเภทชอบเสพเฟอร์นิเจอร์หรูและไอเย็นของเครื่องปรับอากาศเสียมากกว่า
เกาทัณฑ์ลืมตาโพลง มองหล่อนด้วยท่าทีขึงขัง ผมน่ะ
นักธรรมชาตินิยมตัวยงเชียวนา เอาไหมล่ะ
ให้มาช่วยแพรดน้ำพรวนดินทุกวันเลยยังไหว
พูดจบก็ยิ้มพราย มองหล่อนด้วยนัยน์ตาแฝงแววกรุ้มกริ่มเล็กๆ
แพตรีเห็นเข้าก็ถามมาอีกทางเพื่อลดแววชนิดนั้นในตาเขา "เป็นไงคะวันนี้
ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว?"
ได้ผล หน้าตาเกาทัณฑ์ดูธรรมะธัมโมขึ้นกว่าเดิมทันที ก้าวหน้าหรือ?
หลวงตาให้ผมถอยไปข้างหลังก้าวหนึ่งต่างหาก
เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองและพร้อมจะเริ่มนับหนึ่งใหม่จริงจัง
หญิงสาวมองอีกฝ่ายอย่างนึกฉงน
ดูท่าทางเขาไร้แววเล่นเช่นผู้รู้อรรถรู้ธรรมพึงปฏิบัติยามกล่าวถึงของสูง
แต่ถ้อยคำก็ดูเหมือนเจตนาเล่นลิ้นให้ดูขลังอย่างเลื่อนลอยเสียมากกว่า หมายความว่ายังไงคะ?
เกาทัณฑ์เกือบเล่าตรงๆ แต่ชะงักไว้ กล่าวอ้อมมาอีกทาง ตั้งแต่ทำสมาธิได้
เข้าเห็นสายลมหายใจชัดเจนต่อเนื่องเป็นนิมิต ผมก็รับรู้แล้วนะว่า
การเห็น
นั้นมีมิติพิสดารเกินกว่าการใช้สองแก้วตาคู่นี้มองโลก
ความจำก็เหมือนกัน ด้วยเพียงภาวะจิตปกติ
มีสำนึกคิดอ่านตามธรรมดาอย่างนี้ อย่างดีก็ทบทวนไปได้เพียงอดีตใกล้
และเห็นเป็นมโนภาพเท่าที่ฝังใจอย่างรางเลือน ขาดลำดับ
ขาดศักยภาพในการสืบสาวไปไกลได้ตามต้องการ
ลมหายใจของแพตรีผ่อนแผ่วลงเมื่อเริ่มจับทิศถูก
ทอดมองเขาอย่างรอคอยว่าจะพูดคำใดต่อ พอเห็นเงียบนาน ก็เป็นฝ่ายเตือน แล้วยังไงคะ
เมื่อมีศักยภาพในการสืบกลับไปไกล
คุณเห็นอะไร?
เกาทัณฑ์ยิ้มนิดหนึ่ง
แม้ไวสัมผัสน้อยกว่านี้อีกสิบเท่าเขาก็ทราบได้ว่านั่นเป็นอาการอยากรู้อยากเห็นที่ผิดวิสัยของหล่อนมาก ผมควรจะเห็นอะไรฮะ?
หญิงสาวอึกอัก ก่อนรู้สึกตัวและรักษากิริยาเป็นปกติดังเดิม ก็นั่นสิคะ
เห็นเล่าเหมือนกับรู้อะไรดีๆมา
นึกว่าจะถ่ายทอดให้ฟังบ้างในฐานะศิษย์อาจารย์เดียวกัน แพเป็นศิษย์รุ่นพี่นี่
ต้องรู้ดีกว่าผมเยอะแน่เลย
แพตรีเงียบ ตัดความกระวนกระวายใคร่รู้ที่เกิดขึ้นปุบปับออกจากใจไปสิ้น
และเสมองผีเสื้อสองตัวที่กำลังขยับปีกอวดลายสวยห่างออกไป คำว่า
ชาติก่อน
นี่ดูตลกและไกลตัวจริงๆนะ ฟังทีไรผมขำทุกที
ต่อเมื่อเรารู้จักมันในฐานะความทรงจำของตัวเอง ย้อนได้ชัด
รู้ได้จริงเท่ากับที่สามารถนึกได้ตลอดเวลาว่าเมื่อวานเป็นอย่างไร
เราไปทำอะไรมา ชาติก่อนก็คืออีกกายหนึ่งก่อนกายนี้
จำไม่ได้ก็เป็นเรื่องโกหก จำได้เมื่อไหร่ก็เป็นเรื่องจริงไป
หญิงสาวเฉย ทว่าสังเกตจากสายตาที่เล็งนิ่ง
เกาทัณฑ์ก็ทราบว่าหล่อนกำลังเงี่ยหูฟังอย่างมีใจจดจ่อ สมมุติว่าแต่ก่อนผมเคยบำเพ็ญตบะ
เป็นผู้วิเศษมีฤทธิ์เดช รู้แจ้งแทงตลอดในการใช้อำนาจจิตมาแล้ว
นั่นก็แค่ปรากฏการณ์หนึ่งในอดีตที่สูญหายตายจากไป
ถ้าใครมาบอกด้วยปากเปล่าให้รับรู้เดี๋ยวนี้ ผมคงหัวเราะก๊าก
และเห็นเป็นเรื่องขบขันไร้สาระมากกว่าจะนึกเชื่อ
นั่งขับรถไปติดไฟแดงทุกวันอย่างผมน่ะหรือเคยเป็นฤาษี
เหาะเหินเดินอากาศได้
แพตรีเหลียวมามองดังคาด สีหน้าบอกชัด
หล่อนทราบว่าคำพูดคล้ายเปรยเป็นตัวอย่างของเขามิใช่เพียงสมมุติเล่น
เพราะหล่อนรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้วว่านั่นคือเรื่องจริง
เกาทัณฑ์เกิดความฉลาดแกมโกงขึ้นมาทันใด แม้ถึงตอนนี้ยังไม่รู้อะไรเลย
เขาก็จะลักไก่ ทำไมแพต้องรอให้ผมรู้เรื่องระหว่างเราด้วยตัวเอง
เห็นผมลืมก็น่าจะปรานีบอกกล่าวกันบ้าง
ถ้าชาตินี้ผมจำสัญญาระหว่างเราไม่ได้
และหายหน้าตลอดไปเพราะน้อยใจท่าทีเมินเฉยของแพ แพจะทนเสียใจไหวหรือ?
แพตรีเขม้นมองทั้งหน้าเขาแน่วนิ่งคล้ายพยายามผ่านให้เห็นถึงข้างใน ทำไมถึงจะไม่ไหวล่ะคะ
เราผูกพันกันแน่นหนานักรึไง? คำว่า
ผูกพัน น้อยเกินไป
แล้วชายหนุ่มก็ขยับเข้ารุกประชิด ดึงมือซ้ายบนตักหล่อนขึ้นกุม
แพตรีมองเขาตื่นๆด้วยความคาดไม่ถึงกับการจู่โจมชนิดนั้น
พลังและไออุ่นในอุ้งมือแกร่งมีอิทธิพลเฉียบพลันให้อ่อนลงได้ทั้งร่าง
หล่อนใช้มือข้างที่เป็นอิสระยันพื้นเอนกายอย่างพยายามหนี
พลางเค้นเสียงเขียวด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัวของหญิง เอ๊ะ!
จะทำอะไรคะ?
ปลายเสียงพร่าสั่นเต็มทนจนเกินกว่าจะน่าเกรง
เกาทัณฑ์มองริมฝีปากสั่นระริกของหล่อนด้วยความรู้สึกเป็นต่อ
แพตรีก้มหน้าหลบอย่างรู้ว่าเขากำลังโน้มเข้ามาจะหอมแก้ม แพ
เสียงมีเมตตาของปู่เรียกดังแต่ไกลและฟังรู้ว่ากำลังเดินใกล้เข้ามา
เกาทัณฑ์ถึงกับผวา ปล่อยมือหญิงสาวทิ้งทันที
และรีบดึงกายขึ้นนั่งตรงเป็นปกติ ใจเต้นตึกๆ
ส่วนแพตรีหน้าแดงราวกับทาด้วยชาด
เบี่ยงกายไปทางอื่นที่เมื่อปู่มาถึงแล้วจะเห็นเพียงด้านข้าง เตรียมจัดข้าวเย็นเถอะลูก
ปู่ปรากฏตัวและยืนห่างแค่สิบก้าว
พอบอกหล่อนเช่นนั้นแล้วก็หันมาสั่งหลานชาย
เสียงเข้มแตกต่างจากที่พูดกับแพตรีอย่างเห็นได้ชัด แล้วนายเต้
มานั่งคุยกับปู่ข้างบนมา!
เกาทัณฑ์เงอะงะ แต่ก็รับคำเสียงดังผิดปกติแบบเด็กขี้ขโมยถูกจับได้ อะ
ครับ!
ดึงกายขึ้นยืนด้วยความเสียดายใจแทบขาด
อุตส่าห์ได้มือนุ่มนิ่มราวกับสำลีสวรรค์มาถือไว้แล้ว
และกำลังจะเข้าถึงแก้มหอมอยู่รอมร่อ
ทำไมฝันที่เป็นจริงถึงพังครืนลงได้อย่างนี้
นั่งลงตรงข้ามปู่ เกาทัณฑ์รู้สึกหนาวๆร้อนๆชอบกล
แม้สายตาของท่านยังเปี่ยมเมตตา ทว่าทีท่าขรึมกว่าเคย
ประกอบกับที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเพิ่งก่อคดีอาจเอื้อมเชยชมแก้วตาดวงใจของท่านมาหยกๆ
บรรยากาศเลยเหมือนห้องสอบสวนผู้ร้ายที่เพิ่งถูกรวบตัวได้อย่างไรอย่างนั้น ปู่มีลูกหลายคนทั้งหญิงชาย
ท่านเริ่มด้วยเสียงเป็นกังวานราวกับเพิ่งอยู่ในวัยฉกรรจ์ รักและห่วง
เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมเท่าเทียมกัน เข้าใจดีว่าแค่ไหนถึงเรียกรักลูก
รักหลาน
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อก
อารัมภบทแค่นี้ก็เดาได้แล้วว่าเมื่อกี้ปู่เห็นแหงๆ
จะจากมุมมองไหนนั่นสุดจะหยั่งทราบ
ในเมื่อควรเป็นบริเวณที่มีแมกไม้มุงบังลับตาที่สุดของบ้านแล้ว ต่อเมื่อเลี้ยงยายแพ
ถึงรู้ว่ารักยิ่งกว่าลูกเป็นยังไง
หลานชายยิ้มแห้งๆ นั่นสิครับ
ก็น่าอยู่หรอก ทุกวันนี้ถ้ามีห่วง
ก็ห่วงเดียวคือยายแพ
ฉันคงตายตาหลับยากถ้ายังไม่แน่ใจว่าเขาจะอยู่กลางดงเสือ สิงห์ กระทิง
แรดอย่างไร
เกาทัณฑ์ฝืนยิ้มให้ต่อเนื่อง
ได้แต่พยักหน้ากระตุกๆเป็นระยะอย่างไม่ทราบจะทำอะไรดีกว่านั้น
เพราะชัดแล้วว่าปู่กำลังเริ่มเทศนา ฉันเคยเป็นหนุ่มมาก่อน
ถึงรู้ว่าคนที่น่าเชื่อถือ น่าไว้ใจน่ะ ต้องไม่ใช่คนปากว่ามือถึง
เพราะความประพฤติแบบนั้นแสดงให้เห็นว่าเคยชินที่จะใช้สัญชาตญาณเบื้องล่างนำความรู้สึกฝ่ายสูง
ทำกับคนหนึ่งได้ก็สามารถทำกับผู้หญิงคนต่อๆไปทุกเวลา ทุกที่
ต่อให้ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝา สมควรควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอยแล้ว
ก็จะยังไม่วายเอาแต่ใจตัว เจ้าชู้ไปทั่ว
ฝ่ายถูกเทศนาสะอึกหน่อยหนึ่ง
นึกแย้งในใจว่าแพตรีคือคนสุดท้ายที่เขาจะแตะต้อง ถ้าได้หล่อนมา
ผู้หญิงทั้งโลกก็หมดความหมายตลอดไป อย่างไรก็ตาม
เหมือนเขาย่ามใจมาเชยชมสมบัติต้องห้ามกลางบ้านเจ้าของ
เป็นฝ่ายผิดวันยังค่ำ จึงจำก้มหน้าก้มตาขอโทษขอโพยเสียงอ่อยตามระเบียบ ผมผิดไปแล้วครับปู่
เผลอตัวใจเร็วไปหน่อย ไม่หน่อยล่ะ
แกคงทำบ่อยจนชินแล้วต่างหาก เห็นหลานสาวฉันเป็นอะไร
มาลวนลามกันกลางสนามหญ้าได้
แค่จับมือหน่อยเดียวคนรุ่นปู่เรียกลวนลาม?
เกาทัณฑ์ปิดตาลง งอหลังระทดระทวย ก่อนฝืนอธิบายว่า ผมเสียใจหากทำให้ปู่เห็นและเข้าใจว่าภาพที่เกิดขึ้นมาจากความมักง่ายไร้สำนึก
แต่ความจริงก็คือ
ผมรู้ตัวว่าสัมผัสทั้งหมดละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยความให้เกียรติ
มองแพด้วยความรู้สึกด้านสูง ต่างจากที่ปู่เข้าใจเป็นตรงข้ามนะฮะ หมายความว่าแกรักยายแพรึ?
ปู่ถามตรงไปตรงมาจนเหมือนเอาเข็มแหลมทิ่มหลัง
เกาทัณฑ์อึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ใช่เพราะลังเลที่จะตอบ
แต่ออกประหม่าที่ต้องสารภาพกับปู่ซื่อๆโดยมิได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวล่วงหน้า ครับ
เขายอมรับฝืดๆในที่สุด แล้วคิดว่าเขารักแกรึเปล่า?
เกาทัณฑ์กะพริบตาสองสามหน ไว้มีโอกาสดีเมื่อไหร่ผมจะลองถามเขานะครับ ฉันแค่อยากรู้ว่าแก
คิด
ว่าเขารักแกหรือเปล่า ย่ามใจขนาดจะกอดจูบเขากลางวันแสกๆน่ะ
ถ้าขาดความมั่นใจใครจะกล้าล่ะ
ฝ่ายถูกคาดคั้นทำหน้าเรี่ยด้วยความลำบากใจ คงอย่างนั้นมั้งครับ
ผมต้องเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน
เวลาคบหาสั้นจนเจาะจงยากว่าควรเรียกอะไรก็จริง
แต่ของแบบนี้เมื่อเกิดขึ้น
ประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมก็พอบอกได้ว่าใช่หรือเปล่า
ปู่ชนะยิ้มเล็กน้อย แกเข้าข้างตัวเองแบบนี้บ่อยไหมนี่?
หลานชายสะอึกอีกคำรบ ปู่ให้ผมตอบตามความรู้สึกนะครับ
ชายชราพยักหน้า ให้พูดแบบไม่อ้อมค้อมนะ
ปู่ไม่นิยมคนเจ้าชู้ยักษ์ จะว่าหัวเก่าก็ตามใจ
ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาตกลงปลงใจทำพิธีตกล่องปล่องชิ้นให้เป็นเรื่องเป็นราว
แล้วมาคิดหากำไรล่วงหน้าน่ะ ฝ่ายหญิงเสียเปรียบฟรีมานักต่อนักแล้ว
เริ่มจากนิดหน่อยหอมปากหอมคอ เดี๋ยวก็ลามถึงขั้นรังแกกัน
ตัดไฟแต่ต้นลมน่ะดีที่สุด แกจะทึกทักตามอัธยาศัยยังไงก็ช่าง แต่ห้ามแตะ!
เกาทัณฑ์กะพริบตาทีหนึ่ง
ไม่ได้ตระเตรียมล่วงหน้ามาก่อนเลยสำหรับวินาทีนั้น ปู่ครับ
เขาเริ่มต้นหนักแน่นอย่างรู้ว่ากำลังจะพูดอะไรต่อไป
ผมขอโทษอีกครั้ง
และอยากพิสูจน์ตัวเองว่าแม้ล่วงเกินแพน้อยหรือมากกว่าที่ปู่เห็น
ก็พร้อมจะรับผิดชอบทั้งหมด ไม่ใช่ความมักง่ายใจเร็วเลย
เดี๋ยวถ้าถามขอความยินยอมจากแพได้ และปู่ยอมรับ
อาทิตย์หน้าผมพาพ่อแม่มาหมั้นแพนะครับ
ด้วยเพราะมองปู่อยู่ตลอดเวลา
ชายหนุ่มจึงไม่คิดว่าตนตาฝาดที่เห็นปู่ระบายยิ้มโล่งใจ
คล้ายคนยกภูเขาออกจากอกได้เสียที หลังแบกไว้หนักอึ้งแสนนาน
แต่ชั่วพริบตาปู่ก็ปั้นหน้าขรึมพูดเป็นงานเป็นการเหมือนเดิม อะไรกัน
ฉันเห็นแกคุยกับยายแพนับคำได้
ถือสนิทตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงคิดมาหมั้นล่ะนี่
เมื่อปู่เริ่มอ้อมค้อมอย่างสงวนทีเพราะอยู่ฝ่ายหญิง
เกาทัณฑ์ก็เป็นฝ่ายตัดตรงเข้าหาจุดบ้าง พูดเปิดอกกับปู่อย่างหลานนะครับ
ผมรักแพ ต้องการแต่งกับเขา
ระหว่างนี้เมื่อไปมาหาสู่เพื่อทำความสนิทชิดเชื้อและทอดระยะเวลาพิสูจน์ตัวเอง
จะให้ผมเป็นสุภาพบุรุษแค่ไหนก็ยอม แต่ขนาดห้ามแตะแม้ปลายเล็บนี่
ผมคงขาดใจตายเสียก่อนถึงวันแต่ง เพราะฉะนั้นเพื่อความสบายใจ
ก็น่าจะมีพิธีหมั้นเพื่อให้โอกาสเราแสดงสนิทสนมกันตามโอกาสโดยไม่เสียเกียรติใคร
อย่างที่ยอมรับกันตามประเพณีเรา
ผู้อาวุโสหัวเราะเอื่อย เคยพูดกับแพเรื่องนี้หรือเปล่า?
ชายหนุ่มสั่นศีรษะ ไม่เคยครับ
และรู้ดีว่าเธออาจปฏิเสธเพราะเร็วเกินไป
แต่ก็ยินดีเก้อเพื่อบอกว่าผมพบเธอแล้วเกิดความรักจริงรุนแรงขนาดไหน
ให้รู้ว่าต้องการเธอตั้งแต่เดี๋ยวนี้ และรอได้นานเท่าที่อยากพิสูจน์กัน
กับทั้งอยากทราบด้วยว่าผมละเมอเพ้อพกอยู่ตามลำพังหรือเปล่า
หากหลงเข้าใจผิด
ก็จะได้ถอนเท้าไปก้าวหนึ่งและเริ่มเข้ามาใหม่อย่างรู้จักเจียมตัวประมาณตน
ปู่อย่าห่วงว่าผมหุนหันพลันแล่นเป็นเด็กๆเลยฮะ ผมโตแล้ว
แน่ใจว่าสร้างตัวไว้มั่นคงพอ ปลูกบ้านปลูกเรือนได้
พอๆกับที่สามารถปลูกรักและเลี้ยงดูให้เติบโตอย่างผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบดีคนหนึ่ง
เว้นระยะขบริมฝีปากหน่อยหนึ่ง ผมรู้อย่างที่ปู่รู้
ถ้าคิดมีชีวิตคู่ เลือกแพน่ะไม่ผิดแน่
แต่เลือกผมอาจไม่แน่ว่าจะผิดหรือเปล่า เพราะฉะนั้น
ปู่กับแพอยากให้ผมทำอะไร เลิกทำอะไร
ระหว่างหมั้นผมจะให้เห็นก็แล้วกันว่าเป็นไปได้ไหม
ปู่ชนะยังยิ้มอยู่ในความสงบเยือกเย็น
มองหลานชายด้วยสายตาของคนอยู่ในโลกมานาน เดี๋ยวให้ฉันถามแพเป็นส่วนตัวนะว่าแกพูดเองเออเองไปคนเดียวหรือเปล่า
เรื่องการงานความมั่นคงของแกน่ะรู้อยู่หรอก ยังไงก็หลานแท้ๆของฉัน
ฐานะยายแพก็เหมือนลูกพี่ลูกน้อง
ถ้าได้กันมันก็ทำนองเรือล่มในหนองน่ะแหละ
แต่ความในใจของเขาก็อีกเรื่องหนึ่ง
เขาต้องเลือกเองว่าจะหมั้นหรือเมินใคร
ค่ำนั้นแพตรีทำข้าวอบสับปะรดกับลาบเห็ดมาวางพอทานสามคน
ตลอดเวลาหล่อนก้มหน้างุด ปู่ถามคำตอบคำ
ส่วนเกาทัณฑ์ชวนปู่พูดคุยเป็นปกติ ว่างๆก็ออกปากชมรสอาหาร
พยายามพูดให้แพตรีโต้ตอบ
แต่หล่อนเงียบและก้มหน้าก้มตาเฉยคล้ายเข้าใจว่าเขาพูดกับลมแล้ง พรุ่งนี้วันอาทิตย์
ผมอยากชวนปู่กับแพไปทำบุญด้วยกันไกลๆ"
เขาพูดขึ้นมาในจังหวะหนึ่ง "เนื่องในโอกาสอะไร?"
เกาทัณฑ์หยุดคิดเล็กน้อย ก่อนตอบว่า โอกาสที่ผมมีความรู้สึกดีพอ
พร้อมจะทำบุญฮะ และอยากพาปู่กับแพไปไกลถึงต่างจังหวัดให้สบายใจบ้าง
ปู่หัวเราะหึๆ ฉันอยู่นี่ก็สบายใจดีนี่นา
ให้คนแก่นั่งอุดอู้ในรถออกต่างจังหวัดนึกว่าเมื่อยน้อยอยู่รึ
ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบอย่างหมดหวัง แต่แล้วก็หูผึ่ง ลองชวนแพดูสิว่าเขาอยากจะไปไหม
สองหนุ่มสาวมองปู่เป็นตาเดียวด้วยความคาดไม่ถึง ปู่พยักพเยิดกับแพตรี อยากไปทำบุญต่างจังหวัดกับพี่เขาไหม?
เกาทัณฑ์ชักมองออกว่านั่นเป็นการสอบดูว่าหลานสาวมีใจให้เขาแค่ไหน
หรืออีกนัยหนึ่งอาจเป็นการจงใจให้เขารับรู้ว่ากะแค่เดินทางไปเที่ยวกันสองต่อสองนี่แพตรีก็ไม่เอาด้วยแล้ว
อย่าว่าแต่ขอเจรจาหมั้นหมายอะไรเลย
แพตรีหันขวับมาจ้องเขา หากสังเกตจะเห็นหน้ามุ่ยนิดๆ
หล่อนเกือบบอกปู่ตรงๆว่า ไม่อยากค่ะ
เขาไว้ใจไม่ได้!
แต่ถ้าพูดแล้วคงเหมือนหักหน้าให้สะเทือนใจกันมากไปหน่อย
จึงตวัดหางตาผ่านเขานิ่มๆ หันไปมองปู่
และเรียบเรียงประโยคปฏิเสธเสียใหม่เป็นน้ำเสียงทอดอ่อน พรุ่งนี้แพอยากตื่นขึ้นมาใส่บาตรตามปกติค่ะปู่
แล้วตอนกลางวันถ้าได้พักผ่อนอยู่กับบ้านก็คงสบายดี
ปู่ชนะครางรับอือม์ ก่อนหันมาทางหลานชายเพื่อถ่ายทอด แพเขาไม่อยากไปกับแกน่ะเต้
เกาทัณฑ์หน้าเจื่อนลง
เริ่มเปล่าเปลี่ยวที่หาพรรคพวกเข้าข้างไม่ได้สักคน ช่างเถอะครับ
เอาไว้โอกาสหน้าปู่เกิดอยากนั่งรถ แล้วแพมีธุระทำน้อยลง
ก็ขอให้บอกแล้วกัน สำหรับผมพร้อมเสมอ
การสนทนาถัดจากนั้นเป็นการผูกขาดระหว่างปู่กับหลานชาย
ซึ่งก็กะพร่องกะแพร่งลงถนัด แพตรีเหมือนแยกตัวออกไปอยู่ต่างหาก
พอหล่อนอิ่มก็เดินหายไปทำอะไรก็อกแก็กในครัวซึ่งอยู่ห้องติดกันทันที ปู่เอาเบอร์ผมไว้นะฮะ
ถ้ามีธุระด่วนอะไรก็อยากให้เรียกใช้ผมก่อนคนอื่น
เกาทัณฑ์ควักนามบัตรจากกระเป๋าสตางค์มาเขียนหมายเลขโทรศัพท์ในห้องพักเพิ่มเติมจากเบอร์มือถือและเบอร์วิทยุติดตามตัวที่ปรากฏอยู่แล้ว
พอเขียนเสร็จก็ยื่นส่ง
ปู่รับมาดูแวบหนึ่งก่อนหย่อนใส่กระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางคล้ายพร้อมจะลืมภายในห้านาที
สองปู่หลานอิ่มในเวลาต่อมา เกาทัณฑ์ยกสำรับใส่ถาดตามแพตรีไปจะช่วยล้าง
คิดว่าจะหาโอกาสคุยกับหล่อนอีกสักหน่อย
แต่ก็เห็นหายไปจากครัวเสียก่อนหน้านั้นแล้ว
จึงลงมือล้างถ้วยชามตามลำพังจนเสร็จ ชักนึกท้อขึ้นมาสำหรับคืนนั้น
พอเช็ดมือแห้งเลยไปลาปู่ซึ่งกำลังเดินเล่นอยู่หน้าบ้าน ผมกลับล่ะครับปู่ อ้าว
กินเสร็จกลับเลยเหรอะ?
ปู่ถามแบบกระเซ้าเล่น ช่วยล้างจานแล้วนี่ครับ
หรือว่ามีฝาบ้านตรงไหนโหว่ ผมจะได้ช่วยซ่อมก่อนกลับ เอาเถอะ
ไว้กินบ่อยกว่านี้หน่อยค่อยไหว้วาน
แล้วปู่ก็ไขกุญแจประตูให้ เกาทัณฑ์เดินข้ามออกไปยืนนอกเขตบ้าน
แต่หันกลับมาทิ้งท้าย ปู่ครับ
ผมรักแพจริงๆนะ
แล้วก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เดินขึ้นรถขับหายจากไปในความมืดของซอย
แพตรีเงี่ยหูฟังเสียงรถเขาหายไปอยู่ในห้อง
น้อยครั้งที่หล่อนนั่งเหม่อเซื่องเฉยอย่างคนว่างงานเช่นนั้น
อุ้งมืออบอุ่นของเขาทำให้ระบบความคิดทั้งหมดสะดุดชะงักลงจนกระทั่งบัดนี้
โกรธเขาหรือ? เปล่าเลย
หล่อนเปิดใจรับและโหยหาอาวรณ์เขาเสียจนนึกละอาย
ต้องแกล้งทำตัวเป็นปฏิปักษ์เพื่อปกปิดตนเองต่างหาก
เขาเคยเมินจนหล่อนรู้สึกไร้ค่า และต้องเดียวดายมากี่ปี
วันหนึ่งเมื่อเขากลับมา
จะให้พบว่าหล่อนยังคงเปิดประตูไว้กว้างๆเหมือนเดิมทุกประการอย่างนั้นหรือ
เขาคงเห็นเป็นก้อนกรวดน่ะซี แพ
เสียงปู่เคาะประตูเรียก หล่อนจึงลุกขึ้นเปิด
ทั้งที่เหนื่อยล้าและอยากพักผ่อน
ทว่าแพตรีฟังว่าปู่สั่งอะไรก่อนฟังความต้องการของตนเองเสมอมาและจะเป็นเช่นนี้เสมอไป
เห็นปู่นั่งรอที่เก้าอี้โยกก็เดินไปนั่งสงบเสงี่ยมใกล้ๆ เขาขอหมั้นแพน่ะ
หญิงสาวชะงักกึก ตะลึงตะไล หน้าซีดแล้วกลับฝาดชมพูจัด จะให้ปู่ตอบเขาว่ายังไงดีล่ะ?
แพตรีเรียกความคิดอ่านเป็นครู่ ก่อนหลบตาปู่
มีความสะเทิ้นอายให้เห็นอยู่ในที เขาต้องเป็นบ้าแน่ๆค่ะ
เพิ่งรู้จัก เจอหน้าค่าตากันเท่าไหร่เอง อือ
นั่นสิ สรุปคือจะฝากบอกเต้มันอย่างนี้ใช่ไหม
รอเวลาเห็นหน้าค่าตากันเยอะๆหน่อย หายบ้าแล้วค่อยคิดใหม่อีกที
หลานสาวก้มหน้าจีบปากซ่อนยิ้ม กิริยาเช่นนี้เข้าใจง่ายยิ่งกว่าอะไรหมด ปู่คอยติดตามถามไถ่ความเป็นไปของเจ้าเต้มาตลอด
พอรู้ล่ะว่าหมอนี่ไม่ยอมลงเอยสร้างหลักปักฐานกับใครเร็วนักหรอก
เพราะยังมีเวลา มีโอกาสเลือกอีกเยอะ นี่ปุบปับมาขอแพ
แสดงว่าตกหลุมรักจนลืมตัว ลืมอะไรหมดแล้ว
แพตรีสะกดยิ้มเอาไว้ ตกได้ก็ขึ้นได้มั้งคะ
ผู้เป็นเจ้าของเรือนถอนใจ ความจริงเจ้าเต้ก็เข้าทีนะ
ถึงจะใจร้อนไปหน่อย แต่ก็มีดีพร้อมทุกด้าน ถ้ารักแพจริง
ก็คงร่วมกันช่วยสร้างบ้านสร้างเรือนให้อยู่เย็นได้ง่ายหรอก
ฝากแพไว้ในมือคนวางใจได้เมื่อไหร่ ปู่คงหายห่วง
เป็นคนแก่ใกล้ตายอย่างสบายใจ ถึงยังไง
แพก็รู้สึกว่าเขาเข้ามาเร็วเกินไปค่ะปู่ ถ้าได้ทุกอย่างตามใจนึก
เขาคงเห็นแพไร้ค่าอีก
ปู่ชนะพยักหน้า ก็จริง
หลานคนงามเงยหน้าชำเลืองสบตา ถามตามตรง ทุกวันนี้แพเป็นภาระให้ปู่อึดอัดหรือเปล่าคะ?
ชายชราหัวเราะในลำคอ แพเลี้ยงปู่มาตั้งนานแล้ว
ใครเป็นภาระใครกันแน่ล่ะ ทุกอย่างให้เป็นไปตามความสมัครใจของแพเถอะ
แล้วท่านก็ถามแบบยิ้มในหน้า ว่าแต่พรุ่งนี้อยากอยู่บ้านเฉยๆแน่เหรอะ?
มีความหวานในรสรักลอยวนอ้อยอิ่งอยู่ในอก
ใจนึกถึงแต่มือนุ่มน่ากุมตลอดเวลา
หล่อนอาจรักนวลสงวนตัวจนคิดโกรธที่เขาก้าวรุกรวดเร็วเกินไป
แต่เกาทัณฑ์ก็แน่ใจว่าตนไม่ได้แสดงออกเกินเลยด้วยใจด้านหยาบแม้แต่นิดเดียว
ดูเหมือนกระแสโลกดึงดูดกลับไปเกือบหมดตัวแล้ว
เพราะนึกอยากดื่มเหล้ากับเพื่อนสนิทสองสามคนที่ห่างหน้ากันมาเป็นอาทิตย์
ไม่มีสิ่งใดห้ามใจ
เมื่อคิดหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นเรียกและนัดแนะว่าจะไปรับ
ช่วงถนนนั้นเปิดให้วิ่งเพียงเลนเดียวเพราะขุดเจาะสร้างสะพาน
รถเครนตั้งตระหง่านกั้นอีกเลนไว้ แถมกำลังมีรถบรรทุกเทดินทราย
รถจึงติดออเป็นตังเมอยู่อย่างนั้นนานเน
พอจะให้เขานัดหมายเพื่อนได้สองคน
ปิดโทรศัพท์นั่งเงียบครู่หนึ่ง
สัญญาณโทรศัพท์ก็กรีดแทรกความเงียบในรถขึ้นมา
เกาทัณฑ์เอื้อมหยิบและกดปุ่มรับ กรอกเสียงลงไปเนือยๆ ว่าไง
คิดว่าคงเป็นเพื่อนที่เพิ่งโทร.นัดกันนั่นเอง
รอฟังว่ามีสิ่งใดติดขัด ก็ต้องแปลกใจที่ต้นสายเงียบนิ่งอยู่เป็นนาน ปู่ใช้ให้โทร.มานะคะ
ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงนุ่มเย็นดังขึ้น
ซึ่งก็ถึงกับทำให้ตาโตเป็นไข่ห่าน แพ!
พักตั้งสติอึดใจหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มใสเป็นปกติได้ มีอะไรให้ช่วยบอกมาเลยฮะแพ ยังมีศรัทธาจะไปทำบุญต่างจังหวัดพรุ่งนี้อยู่หรือเปล่า?
คราวนี้เกาทัณฑ์ถึงกับอ้าปากค้าง แต่พริบตาเดียวก็พยักหน้าแข็งขัน
ราวกับหล่อนอยู่ใกล้และมองเห็นได้
แต่ก่อนหลุดเสียงตอบก็ได้ยินแตรไล่หลัง
เมื่อเงยหน้าก็พบว่าขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวห่างออกไปแล้ว แน่นอน!
รีบตอบแล้วเข้าเกียร์เหยียบคันเร่ง
ส่ายตาหาซอยเหมาะได้ก็เข้าจอดแอบทันที
ขับต่อมีหวังชนแน่ถ้ามือไม้สั่นอย่างนี้ วางแผนไว้ยังไงคะ? มีเวลาแค่ไปเช้าเย็นกลับนี่คงต้องเลือกที่ใกล้
เท่าที่ผมทราบพระสายวัดป่าผู้เป็นสุปฏิปันโนทางภาคอีสานยังอยู่ให้กราบไหว้อีกมาก
แพแนะนำดีกว่าฮะ ผมเองเพิ่งเข้ามา ยังรู้น้อย ถ้าเป็นจังหวัดใกล้และดิฉันนับถืออยู่มากก็คงเป็นหลวงพ่อพุธ
ฐานิโยค่ะ ท่านเดินทางเทศน์บ่อย เพราะมีวัดสาขาอยู่หลายแห่ง
แต่เท่าที่เผอิญทราบมาเมื่อหลายวันก่อน
ตอนนี้ท่านพำนักอยู่วัดป่าสาละวันที่โคราช ได้เลยฮะแพ
เกาทัณฑ์ยิ้มเปี่ยมปีติสมใจ ไม่ต้องการรู้เหตุผลในการเปลี่ยนใจของหล่อน
รับรู้เพียงการตัดสินใจที่แน่นอนนี้แล้วเป็นพอ แพจะให้ผมไปรับกี่โมง คุณสะดวกกี่โมงล่ะคะ?
ชายหนุ่มนึกถึงนัดทานข้าวกับพ่อแม่ ปกติบ้านเขาทานเช้ากันเจ็ดโมง
คำนวณเวลาแล้วก็บอกไปว่า แปดโมงครึ่งได้ไหม? ค่ะ
ก็ได้
หล่อนรับง่ายๆ เท่านี้นะคะ
พูดจบก็วางสายไปเลย เกาทัณฑ์ลดแท่งโทรศัพท์ลงจากหู
ตาเป็นประกายวาววามอยู่ในความมืด
เหมือนกริ่งแก้วนับร้อยส่งเสียงเป็นกังวานใสในอากาศฉ่ำเย็นรอบกาย
เอนหลังพิงพนักปิดตาลงอย่างเป็นสุข
เสพความอิ่มเอมชนิดนั้นจนเต็มตื้นก่อนโทร.หาเพื่อนเพื่อบอกเลิกนัดทั้งยังหลับตา
เพื่อนโหวกเหวกโวยวายกับการเบี้ยวนัดดื้อๆของเขา
พอเกาทัณฑ์บอกว่าเพิ่งนึกได้พรุ่งนี้ต้องทำบุญ
เพื่อนยิ่งด่าหนักกว่าเดิม หาว่าเขาทำเป็นตลก น่าถีบมากที่เพิ่งโทร.นัดเองเมื่อกี้แล้วจู่ๆก็บอกเลิก
หลอกให้อาบน้ำแต่งตัวคอยเก้อ
ถ้าอย่างนายเกาทัณฑ์เลี่ยงเหล้าเตรียมทำบุญ
ชาวบ้านคงต้องเลิกกินเนื้อสัตว์
หันมาถือศีลแปดนอนพื้นกระดานกันทั่วประเทศแน่นอน
นั่นทำให้เกาทัณฑ์เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อวานของตนเป็นเช่นไรในสายตาคนอื่น
และพรุ่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไปเช่นไรในความรับรู้ของตนเอง |
![]() |
||||
![]() |
||||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|