ถาม ส่วนมากเวลาใครทำความดีหรือทำบุญ แล้วเราก็ร่วมอนุโมทนาด้วยอย่างนี้ อยากทราบว่าถ้าใจเรารู้สึกอนุโมทนาไปด้วยจริงๆแล้ว ถือว่าเพียงพอไหมคะ? คือจะชอบยินดีอยู่เงียบๆแบบไม่ออกเสียงน่ะค่ะ มีผลแตกต่างกับคนที่เขาออกเสียงแค่ไหน?
ถึงไม่ออกเสียงก็ได้ส่วนบุญครับ เพราะหลักการทำบุญด้วยวิธีอนุโมทนานั้น ก็คือมีใจยินดีร่วมกับบุญของผู้อื่น ใจที่ยินดีในบุญนั่นแหละคือแม่เหล็กดึงดูดบุญเข้าหาตัว ถ้ามีความเข้าใจในกิริยาและวัตถุอันเป็นตัวบุญของคนอื่น อีกทั้งร่วมปลื้มไปกับเขา คือใจประกอบด้วยโสมนัส ชุ่มชื่นเบิกบานอย่างแท้จริง ก็เรียกว่าได้ส่วนบุญนั้นเต็มเม็ดเต็มหน่วยในฝ่ายเราแล้ว ส่วนจะได้เท่าเขาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าใจเรา เต็มที่ อย่างเขาหรือเปล่า วัดง่ายๆ คือคิดอยากทำให้เท่าเขาด้วยตัวเราเองไหม หรืออย่างน้อยอยากทุ่มแรงกายแรงใจกับกำลังทรัพย์ร่วมไปกับเขาไหม ถ้าใช่ก็นั่นแหละครับ ได้เท่าเขาของจริง
สรุปคือหลักจริงๆต้องมีใจยินดี ถึงแม้ปากขยับหงับๆว่า อนุโมทนา หรือเปล่งวาจาทำนองยินดีไปแกนๆ ทว่าใจไม่ประกอบด้วยโสมนัส อย่างนี้ก็ไม่นับว่าได้บุญอันเกิดจากการอนุโมทนาครับ แถมถ้าสักแต่เอ่ยปากบอกอนุโมทนาโดยปราศจากใจยินดีบ่อยๆ ก็อาจมีผลข้างเคียงในทางลบ คือเหมือนคุณไปสร้างนิสัยแกล้งยินดี ระยะยาวจะเป็นคนทำบุญด้วยใจแห้งได้
คราวนี้มาพูดถึงการอนุโมทนาบุญเต็มรูปแบบ คือใจยินดีมีโสมนัสนำด้วย มีแก่ใจใช้แก้วเสียงเปล่งวาจาให้ผู้อื่นรับรู้ว่าจิตเราเป็นกุศลร่วมกับเขาด้วย อย่างนี้คือได้ทั้งกุศลอันเกิดจากมโนกรรมและวจีกรรมรวมกัน ยิ่งธรรมเนียมคนไทยมีการพนมมือไหว้ตัวบุญ ถ้าอ่อนช้อยน้อมจิตตนจิตท่านให้เจริญในภาพเย็นตาเย็นใจเสริมเข้าไปอีก ก็เรียกว่าได้ทั้งกุศลจากกายกรรมครบสูตรครับ คุณจะเป็นนักอนุโมทนาตัวยงในเร็ววันด้วยอาการครบพร้อมดังกล่าวนั้น
ผลของการแสดงออกทางวจีกรรมและกายกรรม จะทำให้เป็นผู้อาจหาญในการประกาศบุญมากกว่าเก็บเงียบ สุ้มเสียงของคุณจะฟังน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับเจ้าของบุญ มีส่วนทำให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจ กระชับมิตรกัน และเป็นการจูนจิตให้ตรงกันยิ่งๆขึ้นไป นี่หมายความว่าถ้าร่วมทำบุญอย่างมีใจยินดีพร้อมเพรียงบ่อยๆด้วยกายวาจาที่เปิดเผย บุญนั้นจะก่อความสัมพันธ์ฉันมิตรสนิทให้รู้สึกแน่นแฟ้นต่อกัน อยากคุยกัน อยากเห็นหน้ากัน อยากร่วมทำอะไรดีๆด้วยกันอีกเรื่อยๆด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผลข้างเคียงในทางบวกที่ควรพึงใจแบบโลกๆ กล่าวคือถ้าถึงเวลาให้ผลของบุญนั้นแล้ว หากทำกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน เป็นหุ้นส่วนกัน ก็จะเบ่งบาน ออกดอกออกผลรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่เมื่อจับคู่เข้าหุ้นกับผู้อื่นก็ไม่เห็นออกดอกออกผลเช่นนั้นเลย
ปัจจุบันมีการส่งอนุโมทนาบัตร หรือมีการร่วมอนุโมทนาผ่านตัวอักษรบนอินเตอร์เน็ตกันเยอะ การได้เห็นแต่คำว่าอนุโมทนาเฉยๆนั้น บางทีคนอื่นก็ไม่สามารถสัมผัสกระแสใจเราเหมือนตอนสัมผัสกระแสเสียงกันได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีก็อาจเสริมคำเข้าไปสักเล็กน้อยว่าเรามีใจคิดอย่างไรจึงอนุโมทนา ตรงนั้นจะได้ไม่เป็นการทำให้คนอ่านเขารู้สึกว่าเราสักแต่พูดเฉยๆโดยปราศจากความหมายครับ
ถาม การอนุโมทนาบุญ กับการยินดีที่ผู้อื่นได้ดีนี่ใช่อันเดียวกันหรือเปล่าครับ? ถ้าไม่ใช่ จะมีผลแตกต่างกันอย่างไร?
การยินดีที่ผู้อื่นได้ดีนั้น เรียกว่าเรามีมุทิตาจิตครับ ผลโดยตรงคือกำจัดความอิจฉาริษยา เพราะมุทิตากับริษยาเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ใครมีมุทิตาจิตมากกว่าความริษยา ผลจะทำให้เป็นผู้ห่างจากวงจรแห่งภัยเวร มีโทสะน้อย ใครเห็นแล้วจะอยากช่วยเหลือเกื้อกูลมากกว่าอยากแข่งดีด้วย นอกจากนั้นผลในระยะยาวเมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก จะเป็นผู้อยู่ในตระกูลสูง ไม่เป็นที่ดูถูกของใครๆ กับทั้งจะมีส่วนช่วยเสริมให้ผิวพรรณผุดผ่องได้
ส่วนการอนุโมทนาบุญนั้น หากทำบ่อยแล้ว ในระยะใกล้จะทำให้เป็นผู้มีปีติง่าย ในระยะยาวหากกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก จะทำให้เป็นผู้มีศรัทธาเป็นกำลัง
ในเรื่องของการมีศรัทธาเป็นกำลังนี้อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะการที่เราจะมีใจโน้มน้อมไปในบุญกุศลและเห็นถูกเห็นชอบตามหลักกรรมวิบากนั้น ไม่ใช่ด้วยอาศัยปัญญาเป็นตัวเหนี่ยวนำได้ทันที อย่างน้อยใจต้องมีความอ่อนน้อมพอจะรับกระแสกุศล และปฏิเสธกระแสอกุศลเสียก่อน
แต่ศรัทธาที่ขาดปัญญาก็อาจส่งผลข้างเคียง คือถ้ายินดีกับการได้ดีของใครๆไปหมด โดยไม่พิจารณาเลยว่าอะไรเป็นประโยชน์ อะไรเป็นโทษ เช่นเห็นเขาร่ำรวยเพราะการค้ายาเสพติด หรือเห็นเขาเป็นฮีโร่จากการตกปลาเก่ง ก็ช่วยกันเฮกับเขา อย่างนี้จะส่งผลให้จิตค่อยๆคล้อยไปในทางศรัทธาแบบขาดสติพิจารณาเสียก่อนว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ใครน่าเชื่อหรือใครน่าระวัง พูดง่ายๆคือถูกหลอกให้เข้าไปมีร่วมในวงจรอุบาทว์ได้โดยสะดวกนั่นเองครับ
ส่วนศรัทธาที่แปรเป็นความงมงายได้ง่ายนั้น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการอนุโมทนาบุญโดยขาดหลักพิจารณาวิธีทำบุญ เช่นบางคนเชื่อว่าเอาหนังสือโป๊ถวายพระแล้วจะได้บุญ ได้นางบำเรอเยอะๆ อย่างนี้ขืนใครหัวอ่อน เห็นดีเห็นงามตามกัน หรือเผลออนุโมทนาแบบไม่ทันคิด ก็ถือว่ามีเอี่ยว ได้รับผลพวงจากการอนุโมทนานั้นเป็นการปรุงแต่งจิตให้เชื่อคนง่าย แต่ถ้ามีสติยั้งคิดว่าพระต้องสละราคะ เอาหนังสือโป๊ไปถวายก็เท่ากับเร่งให้ท่านผ้าเหลืองร้อนอยากสึกไวๆ แล้วคัดค้านการทำบุญแบบมิจฉาทิฏฐินั้น อันนี้คุณจะเป็นผู้มีหลักตั้ง มีปัญญาในการศรัทธา แล้วก็ไม่ต้องกลัวจะเป็นบาปจากการขวางบุญผิดๆของคนอื่นนะครับ นอกจากไม่บาปแล้วยังได้บุญมากด้วย
ถ้าถามว่าจะอนุโมทนาถูกตัวบุญของดีของแท้ได้อย่างไร อันนี้ก็ต้องมาพูดถึงความเข้าใจในพื้นฐานหลักการที่ถูกที่ควรแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้เข้าใจง่ายๆครับ ทำอะไรแล้วเบียดเบียนผู้อื่น หรือเป็นความเดือดร้อนแก่คนอื่นและตนเองในภายหลัง อย่างนั้นเป็นบาป ไม่ใช่บุญ อย่าไปอนุโมทนาเป็นอันขาด แต่หากทำสิ่งใดแล้วเกื้อกูลให้ผู้อื่นเป็นสุข ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่คนอื่นและตนเองในภายหลัง อย่างนั้นเป็นบุญ ไม่ใช่บาป ถ้ามีโอกาสอนุโมทนาได้ก็อนุโมทนาสาธุกับเขาเสีย
ถาม ถ้าอนุโมทนาบุญไม่ออก ใจแห้ง หรือหนำซ้ำหนักกว่านั้นคือแม้ทำบุญด้วยตัวเองก็ไม่นึกยินดี ไม่มีความสุขโสมนัส ซึ่งรู้มาว่าใจจะไม่เป็นบุญเต็มที่ ไม่เกิดพัฒนาการทางจิต อย่างนี้ควรทำอย่างไรดีครับ?
มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้จักกุศล และมีกุศลเป็นทุนเดิม กับทั้งมีสัญชาตญาณทราบได้ด้วยตนเองว่าของเก่ามีอยู่ประมาณใด
นี่เป็นความจริง หากยังไม่อบรมตนเองให้พิจารณาโดยแยบคาย เมื่อเห็นคนอื่นทำบุญที่เรารู้สึกว่าด้อยกว่าที่เราทำ ก็ยากที่จะเกิดใจเบ่งบานรับกระแสกุศลในบุญนั้นๆ
แต่หากอบรมตนเอง ไม่ไปมองตัวบุญว่าชั้นอ่อนหรือชั้นอ๋อง แต่มองด้วยใจนึกยินดีว่ามีคนเขารู้จักทำบุญ รู้จักทำความสว่างให้ตนเอง อย่างนี้ใจคุณจะพลิกไปในทันที แม้เห็นเขาให้เศษสตางค์ขอทานบาทเดียว คุณก็ปลื้มปีติราวกับเห็นเศรษฐีทำบุญสักล้านหนึ่งได้
ในส่วนของการทำบุญด้วยตนเอง ถ้าทำๆไปแล้วใจแห้งลงเรื่อยๆ ก็ขอให้ทดลองทำเกินของเดิม หรือแปลกแตกต่างไปจากเดิมดู บางทีจิตเขาไม่ชอบอะไรจำเจครับ เหมือนเห็นดอกไม้สวยสดใสในสวนจำนวนเท่าเดิมทุกวัน ถึงจุดหนึ่งก็เบื่อหน่าย แต่พอมีใครขนดอกไม้มาลงเพิ่ม ก็จะแปลกตา และเกิดความเบิกบานใหม่ๆขึ้นได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจในประโยชน์ของบุญที่ทำ กับความรู้สึกทางใจว่าอยากช่วยเหลือผู้รับให้ได้ดีมีสุขยิ่งๆขึ้น ตรงนั้นถ้าหมั่นน้อมระลึก ไม่สักแต่ให้ๆไปแบบไม่เข้าใจ หรือไม่หวังประโยชน์เขาเป็นที่ตั้ง อย่างนี้ทำบุญถี่บ่อยแค่ไหนก็มีใจเบิกบานกันไม่สิ้นสุด ราวกับเป็นงานอดิเรกชิ้นโปรดทีเดียวครับ