ถาม – กลุ่มโจรก่อการร้ายที่ฆ่าคนแบบไม่เลือกหน้าทำไมถึงยังอยู่รอดมาได้ เพราะกรรมดำที่ทำนั้นไม่ใช่เบาๆ แต่หนักหนาสาหัสขนาดน่าจะส่งผลแบบทันตาเห็นได้แล้ว อันนี้แสดงว่าพวกเขาเคยทำบุญใหญ่อะไรมาก่อนหรือเปล่าครับ ถึงยังมีดีคุ้มตัว?

ขนาดทำอนันตริยกรรมอันเป็นกรรมร้ายแรงสุด เช่นฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ หรือเป็นพระแล้วทำกลุ่มสงฆ์แตกแยกกัน หรืออย่างเช่นที่พระเทวทัตประทุษร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อพระโลหิต ก็ยังต้องรอกรรมเผล็ดผลระยะหนึ่งเลยครับ ไม่ใช่ทำปุ๊บขาดใจตายปั๊บ ร่างหยาบของมนุษย์นั้นเหมือนภาชนะที่ทนรองรับบาปมหันต์ได้นานอยู่

ภาวะความเป็นมนุษย์ในวินาทีนี้ของพวกเรา ถ้าไม่รู้ก็เหมือนมีแค่ข้าวและน้ำเป็นตัวหล่อเลี้ยง แต่ถ้ารู้ก็จะเห็นกายมนุษย์เป็นธรรมชาติน่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่ได้รับการอุ้มชู ได้รับการคุ้มครอง ได้รับการคุมรูป โดยวิบากกรรมดีเก่า กุศลวิบากในอดีตแปรมาเป็นพลังลึกลับหล่อเลี้ยงรูปร่างหน้าตาไว้ให้คงที่ระยะหนึ่ง ระยะดังกล่าวเรียกว่า ‘อายุขัย’ (แปลว่าอัตรากำหนดอายุจากเริ่มต้นจนสิ้นสุด หรือแปลว่าการสิ้นอายุ ฉะนั้นถ้าพูดว่า ‘สิ้นอายุขัย’ จึงผิด แต่ถ้าพูดว่า ‘ถึงอายุขัย’ จึงถูก)

คนยุคใดตายในวัยไหนโดยมาก วัยนั้นก็ถือเป็นเกณฑ์เฉลี่ยของอายุขัย เช่นยุคเราอายุขัยจะอยู่ที่ประมาณ ๗๕ หมายความว่าถ้าใครอยู่ถึง ๗๕ นี่ไม่แปลก ถ้าเกินกว่านั้นมากๆนับว่าอายุยืน ถ้าน้อยกว่านั้นมากๆนับว่าอายุสั้น

มองจากมุมของสถิติก็ต้องว่าอย่างนั้น แต่ถ้ามองออกมาจากมุมของวิบากกรรม ก็ต้องบอกว่าทุกคนมีกำหนดอายุของตน ตามบุญตามบาปที่เคยก่อไว้ในอดีตชาติ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆเราจะเข้าเกณฑ์เฉลี่ย หรือสูงต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเองลอยๆ

ขอจำแนกบุญเก่าเป็น ๓ ระดับคร่าวๆดังนี้

๑) อดีตชาติเคยมีจิตใจเปี่ยมเมตตา คือตั้งใจงดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่เบียดเบียนประทุษร้ายใครให้ได้รับภัยทางกาย หรือกระทั่งเคยทำบุญถวายหยูกยาแด่สมณะ หรือเป็นหมอรักษาคนเจ็บให้หาย ทำคนใกล้ตายให้กลับฟื้นฟูสภาพไว้มาก เหล่านี้พอเกิดใหม่จะเป็นพวกมีอายุยืนแบบสุขภาพเยี่ยม ออกกำลังกายแค่นิดหน่อยก็เป็นพวกกระดูกแข็ง ล้มหายตายจากได้ยาก จิตใจปลอดโปร่ง และอาจต้องเป็นคนทำศพให้ลูก ให้หลาน ซึ่งอายุยืนไม่เท่าตน แม้ชาติปัจจุบันจะถูกชักชวนให้หลงผิด คิดฆ่าสัตว์ตัดชีวิตบ้าง ก็จะไม่บั่นทอนอายุขัยลงมากนัก กับทั้งอาจไม่ปรากฏโรคภัยไข้เจ็บเล่นงานเร็ว

อย่างไรก็ตาม จากกฎที่ว่ากรรมเก่าจะพยายามรักษาเส้นทางเดิมไว้ พวกนี้จะไม่ถูกชักชวนให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือออกล่าสัตว์เล่นเป็นของสนุกได้ง่ายนัก จะมีแรงต้านจากใจเขาเอง หรืออาจมีเหตุการณ์ภายนอกมาเหนี่ยวรั้งไว้มากมายไม่ให้อยากลงมือ ทว่ากรรมดีเก่าๆก็ใช่ว่าจะต้านได้ตลอดไป ถ้าพยายาม ‘ฝืนดวง’ กันจริงๆ เช่นเมื่อโดนยั่วยุให้ฆ่าบ่อยเข้า อาจจะจากคนรอบข้างหรือสิ่งแวดล้อมบีบคั้น ในที่สุดก็จะยอมมือเปื้อนบาป ตอนที่ฆ่าสองสามครั้งแรกยังฝืน แต่ถึงครั้งที่สิบจะไม่ฝืนอีกต่อไป อารมณ์เคยชินกับปาณาติบาตจะเกิดขึ้นแทนใจดีๆแบบเก่า ซึ่งเท่าที่ทราบก็มีสมาชิกในกลุ่มผู้ก่อการร้ายจำนวนไม่น้อยครับ ที่เดิมทีรักสงบ รักสันติ แต่ก็ประสบเรื่องร้ายซึ่งก่อความเคียดแค้นชิงชัง หลงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายองค์การร้ายเข้าจนได้

๒) อดีตชาติเคยมีเมตตาระดับปกติธรรมดา คือไม่คิดฆ่าหรือทำร้ายใครก่อน เว้นแต่ป้องกันตัว หรือถ้าจะมีความสนุกกับการฆ่า การทรมาน ก็จะทำเฉพาะกับสัตว์เล็กสัตว์น้อย ในช่วงเวลาที่ไม่ยาวนานนัก (เช่นเด็กผู้ชายหลายคนชอบฆ่าสัตว์เล่น เห็นเป็นของสนุก แต่พอโตขึ้นก็เลิก) กับทั้งไม่มีโอกาสทำบุญหาหยูกยาถวายสมณะเป็นพิเศษ ไม่ได้มีอาชีพเป็นหมอรักษาโรค อย่างนี้พอเกิดใหม่อายุจะไม่สั้นไม่ยาว เป็นไปตามเกณฑ์เฉลี่ยของยุคนั้นๆ วิบากของการฆ่าสัตว์เล็กๆน้อยๆในอดีตอาจทำให้เป็นโรค เจ็บป่วยออดๆแอดๆชั่วครั้งชั่วคราว หรือถึงเป็นหนักก็มีทางรักษาหาย หากชาติปัจจุบันถูกชักชวนให้หลงผิด คิดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และเกิดความเพลิดเพลิน หรือกระทั่งเกิดความยินดีในการฆ่ามนุษย์ โดยไม่มีบุญเก่าเป็นเกราะคุ้มภัย อย่างนี้ก็อาจบั่นทอนชีวิตให้สั้นลง อาจเป็นสิบปี หรือเป็นโรคร้ายทรมานเห็นทันตาในเวลาไม่นาน

บุคคล ‘ทั่วไป’ ที่ทำปาณาติบาตแบบกะปริบกะปรอยมักไม่ค่อยมีภูมิต้านทาน เวลาใครชักชวนให้ฆ่าก็ฆ่า และไม่ค่อยมีเหตุการณ์ภายนอกมาช่วยเบรก คือแล้วแต่ความสมัครใจ เมื่อใคร่ทำก็ทำได้โดยปราศจากอุปสรรคขัดขวางหน่วงเหนี่ยว อาจมีความรู้สึกผิดในการฆ่าบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทรมานใจรุนแรงอย่างพวกเคยรักษาศีลข้อปาณาติบาตมาหมดจด กลุ่มผู้ก่อการร้ายโดยมากจะเข้าข่ายนี้

๓) อดีตชาติเคยมีระดับเมตตาต่ำ คือพวกที่ไม่จำเป็นต้องฆ่าก็ฆ่า เห็นการฆ่าเป็นของสนุก ฆ่าอย่างเมามัน ฆ่าอย่างสะใจ พวกนี้จะสั่งสมนิสัยมา โดยอาจมีสักชาติเป็นชนวนสำคัญ เช่นโกรธแค้นศัตรูแรงๆ แล้วตามไปฆ่าด้วยความเหี้ยมโหด หรืออาจถูกฝึกให้ล่าสัตว์เป็นกีฬาเล่นมาแต่เล็ก ทำให้เกิดสัญชาตญาณเพชฌฆาต รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่นด้วยรังสีการฆ่าฟันอันเป็นที่น่าคร้ามเกรง หรืออีกทางหนึ่งแม้ไม่มีจิตใจหยาบช้าคิดฆ่าใครเล่น แต่ก็มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับปาณาติบาตเป็นประจำ เช่นเป็นคนในโรงฆ่าสัตว์ เป็นหมอทำแท้ง เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เอาชีวิตสัตว์มาทดลองจนตกตายเป็นเบือ เหล่านี้จะทำให้มีอายุสั้นด้วยโรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุ หรือเผลอๆก็เกิดมาวันเดียวตายไปเลย ชาติปัจจุบันจะถูกชักชวนให้คิดฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้ง่าย กับทั้งมีเหตุการณ์บีบคั้น ยั่วยุ ส่งเสริม สนับสนุนให้เห็นผิดเป็นชอบมากมาย

โดยเดิมพวกนี้มีอายุขัยสั้นอยู่แล้ว มีโรคเรื้อรังประจำตัวอยู่แล้ว เมื่อมาพอกพูนบาปให้หนาขึ้น สั่งสมนิสัยฆ่าสัตว์แบบไม่กะพริบตาให้หนักแน่นขึ้น กระทั่งปิดกั้นทางมาของความละอายอย่างสิ้นเชิง อันนี้ก็เป็นไปได้ที่จะตายเร็ว คือพอเริ่มเข้ากลุ่มก่อการร้ายตอนอายุสัก ๒๐ แค่อีกไม่เกิน ๕ ปีต่อมาก็ม้วยมรณังจากแวดวงพิษภัยที่ตนขลุกอยู่ แทนที่จะมีชีวิตตามอายุขัยที่ถูกกรรมเก่ากำหนดไว้สัก ๓๐ หรือ ๔๐

ยังมีปัจจัยอันเป็นส่วนผสมที่ทำให้อายุผู้ก่อการร้ายสั้นยาวมากกว่านี้อีกมาก ตัวอย่างเช่นถ้าถูกล้างสมองให้เป็นพวกระเบิดพลีชีพ ซึ่งดูเหมือนต้องสมัครใจกำหนดวันตายให้ตัวเองนั้น แท้จริงเป็นการบีบคั้นของกรรมเก่าที่เคยใช้คนไปตาย หรือส่งคนไปตายทางอ้อม ซึ่งมักเป็นกรรมของเหล่าเสนาธิการทหารหรือหัวหน้าหมู่หัวหน้ากอง แรงบีบคั้นของกรรมเก่าที่เข้มข้นนั้น ทำให้สติปัญญาหรือการใคร่ครวญพิจารณาทั้งหลายหยุดทำงาน และมองว่าระเบิดพลีชีพคือทางออกสุดท้าย หากเคยเป็นพวกมอมเมาลูกน้องด้วยรางวัลหลังความตายมาก่อน ชาตินี้ก็จะถูกทำให้เชื่อว่าระเบิดพลีชีพเป็นบัญชาสวรรค์เข้าบ้าง

การสิ้นอายุในธรรมชาตินั้นมีเหตุผลเสมอ เช่นอายุขัยของอาหารสำเร็จรูป ที่มีระบุไว้ข้างกล่องว่าควรบริโภคก่อนวันเดือนปีนั้นวันเดือนปีนี้ แต่หากอาหารดังกล่าวมีปัจจัยทำให้บูดเร็วขึ้น เช่นเอาไปตากแดดเปรี้ยงๆ ไม่เก็บไว้ในที่เย็น หรือแย่กว่านั้นคือไปเจาะรูให้รั่ว อายุขัยก็ย่อมมาถึงไวเข้า ทว่าอย่างไรก็ไม่ใช่ฉับพลันทันที ประเภทตากแดดปุ๊บบูดเน่าปั๊บนั้นไม่ใช่

อายุขัยในธรรมชาติอื่นๆเป็นเช่นไร อายุขัยของมนุษย์ก็เป็นเช่นนั้น ให้ทำชั่วที่สุดอย่างไรก็ไม่โดนธรณีสูบทันที และทำดีที่สุดอย่างไรก็ไม่ได้ขึ้นสวรรค์ไวกว่าคนอื่น มนุษย์มีจิตใจหนักแน่น ทำชั่วที่สุดได้ ทำดีที่สุดได้ ยิ่งกว่าภพภูมิอื่นๆ เพราะกายหยาบถูกวิบากเก่าคุมรูปไว้หนาแน่น ไม่ถูกแปรเป็นอื่นง่ายนัก

วิบากกรรมเขารู้เวลา รู้หน้าที่ของเขาเอง ไม่มีใครไปเร่งรัดได้ ผู้มีญาณแก่กล้าเท่านั้นอาจหยั่งทราบ ว่าน้ำหนักเจตนาฆ่าอันหนักแน่นประมาณนี้ ทำความฉิบหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของมหาชนประมาณนั้น จะแปรเป็นพลังมืดส่งย้อนกลับมาก่อโรค ก่อภัย และบั่นทอนอายุผู้ก่อการร้ายประมาณใด

ถ้าหยั่งรู้ด้วยใจเป็นกลาง เป็นอุเบกขาจริงๆ คุณจะสงสารผู้ก่อการร้ายเสียยิ่งกว่าคนที่เขาไปตัดชีวิตเอาดื้อๆเสียอีกครับ หลายคนไม่มีทางเลือก และเมื่อเลือกแล้วก็ต้องประสบกับทุกขเวทนาสาหัส ต้องเวียนว่ายอยู่ในวงจรวิบัติ ผลัดกันเป็นฝ่ายกระทำและถูกกระทำอย่างยืดเยื้อเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

เห็นตามจริงดีกว่าครับ ว่าใครทำอย่างไร จะต้องได้รับผลตอบสนองในทางนั้นๆไม่ช้าก็เร็ว อย่าไปแช่งชักหักกระดูกใครอีกเลย