ถาม - ยังตัดใจจากคนรักเก่าไม่ได้ พยายามทุกวิถีทางแล้ว ทั้งอ่านหนังสือ ทั้งสวดมนต์ ทั้งทำใจคิดต่างๆนานา ก็ยังไม่ได้ผล เช่นนี้จะตัดใจให้เด็ดขาดแน่นอนได้อย่างไร?
ที่คุณอ่านหนังสือ สวดมนต์ หรือพยายามนึกคิดไปต่างๆ
เพื่อให้เกิดการตัดใจนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นแค่ยาแก้ปวดชั่วคราว
คุณไม่ได้กำจัดตัวเชื้อโรคที่ฝังอยู่ในตับไตไส้พุงออกไปเลย
ฉะนั้นพอยาแก้ปวดหมดฤทธิ์ เชื้อโรคก็มาผลัดเวรแผลงฤทธิ์ต่อ
อาการที่ถูกต้องของการถอนพิษรักนั้น
ไม่ใช่ความพยายาม ตัดใจ เพราะใจเป็นสิ่งที่ไม่มีคมมีดชนิดไหนๆตัดได้ขาด
พฤติกรรมทางจิตที่ถูกต้องคือ สละออก
ซึ่งเป็นอาการที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย
เนื่องจากเคยชินที่จะ เอาเข้าตัว กันทั้งนั้น
ซึ่งนั่นแหละครับคือการเพาะชำนิสัยหวงทุกข์
หวงยางเหนียว ยึดติดกับปฏิกูลทางอารมณ์โดยแท้
แต่ละคนมีพลังหรือศักยภาพในการสละออกแตกต่างกัน
และศักยภาพดังกล่าวนี้ไม่ใช่มีกันด้วยความบังเอิญ
กับทั้งไม่ใช่ความสามารถเฉพาะทาง จิตที่มีดี
ที่สามารถสลัดขยะหรือปฏิกูลทางอารมณ์ออกได้ง่ายนั้น
คือจิตของผู้ที่เคยชินกับการสละออกเป็นประจำอยู่แล้ว
ไม่เฉพาะเรื่องรักใคร่หรือเรื่องเงินๆทองๆอย่างใดอย่างหนึ่ง นี่เป็นการมองภาพกว้างภาพรวม
ถ้าคุณอ่านเกมของจิตออก จะเห็นความสัมพันธ์ทั่วถึงกันหมด ไม่มีใครฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการตัดรัก
แต่ทุกคนสามารถฝึกที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสละอารมณ์ส่วนเกินกันได้ทุกแง่ เมื่อพูดถึงการฝึก
คุณจะต้องนึกถึงการทำไปตามลำดับขั้น
จากง่ายไปหายาก ในที่นี้คุณจะฝึกสละ
ก็ต้องไล่ลำดับจากการให้ในสิ่งที่สามารถให้ได้ง่ายๆก่อน สำคัญคือคุณต้องทำเป็นประจำ
จนกระทั่งจิตเกิดความชินในอารมณ์อยากให้
อยากสละออก ตามหลักการแล้ว การสละทรัพย์เล็กๆน้อยๆที่เป็นส่วนเกินของตนให้ผู้อื่นหรือสัตว์อื่น
จัดเป็นอุบายฝึกจิตคิดสละขั้นพื้นฐาน
ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีหมาแมวจรจัดมาเข้าบ้าน
(ซึ่งพบได้เป็นปกติทั่วทุกหัวระแหง) คุณเหลือเศษอาหารเช้าหรือเศษอาหารเย็นที่จะทิ้งอยู่แล้ว
ก็แค่เอาใส่จานให้พวกมัน หรือแม้ถ้าคุณอยู่ในเขตที่มีน้ำมีบ่อซึ่งสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่
เพียงสาดน้ำล้างจานอาหารที่มีเศษข้าวเศษเนื้อติดอยู่ลงไป
โดยคิดว่าดีแล้ว เศษอาหารนี้จะตกถึงปากถึงท้องพวกสัตว์ในน้ำ
นี่พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสว่าเป็นที่มาแห่งบุญเช่นกัน
อย่าดูถูกว่าการให้ของเล็กน้อยเป็นเรื่องเล็กน้อย
เพราะเมื่อคุณให้จนเป็นอารมณ์ชินที่จะสละแล้ว
ก็เป็นการเพาะนิสัยในทางทาน เป็นผู้สามารถให้โดยไม่จำเป็นต้องให้
ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน อานิสงส์ของการเป็นบุคคลเช่นนั้นแหละ
คือที่มาของกำลังของใจ ที่มาของความสามารถสละขยะส่วนเกินออกจากใจโดยง่าย หากคุณยังไม่มีกำลัง
ยังไม่รู้จักความสุขในการสละออก
การทิ้งขยะย่อมยาก แต่เมื่อเริ่มเป็นสุขกับการทิ้งขยะบ้างแล้ว พอเกิดอารมณ์อาลัยบุคคลหรือวัตถุไร้ค่าใดๆ
ใจก็ฉลาดพอจะเริ่มเห็นตัวอารมณ์นั้นเป็นส่วนเกิน ตรงนี้ต้องฝึกด้วย
คือฝึกเห็นว่าตัวอารมณ์อาลัยนั่นแหละเป็นส่วนเกิน
ทำนองเดียวกับเห็นเศษอาหารเหลือทิ้ง
หรือเสลดสกปรกในปากที่ไม่จำเป็นต้องอมไว้
ยังไม่ต้องหวังว่าจะทำได้อย่างดีในระยะเริ่มต้น
แต่คุณจะพบว่าหากหมั่นฝึกสละของเล็กๆน้อยๆ
ฝึกสละความถือโกรธผูกใจเจ็บ ฝึกกระทั่งเจียดเงินส่วนเกินของรายได้เพื่อทำบุญทั้งกับคนอนาถาซึ่งอยู่ต่ำกว่า
เรื่อยไปจนถึงพระสงฆ์องค์เจ้าผู้มีศีลสัตย์ผู้อยู่สูงกว่า
ในที่สุดจิตจะมีอานุภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะเกิดพลังความสว่าง มีศักยภาพสูงในการคิดสละ
ซึ่งเมื่อบวกกับการฝึกหัดมองให้เห็นชัดว่าอารมณ์อาลัยเป็นเพียงปฏิกูลของจิต
ในที่สุดคุณก็จะสลัดได้ราวกับคนถ่มเสลดลงพื้นโดยปราศจากความหวงแหนแม้แต่น้อยครับ
http://dungtrin.com/prepare/archive/prepare033.htm (เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว
เล่ม ๓ - ตอนที่ ๖)